
กรรมการสอบปมตลาดบ้านป้าทุบรถขอขยายเวลาสรุปผลถึง5มี.ค.
คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง 5ตลาดบ้านป้าทุบรถ ขอขยายเวลาเพิ่มถึง 5มี.ค. หาผู้เกี่ยวข้องให้เปิดตลาดโดยไร้ใบอนุญาต
คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง 5ตลาดบ้านป้าทุบรถ ขอขยายเวลาเพิ่มถึง 5มี.ค. หาผู้เกี่ยวข้องให้เปิดตลาดโดยไร้ใบอนุญาต
เมื่อวันที่ 28 ก.พ. นายนิรันดร์ ประดิษฐกุล รองประธานสภากรุงเทพมหานคร(สภากทม.) ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงการจัดตั้งตลาด บริเวณซอยศรีนครินทร์55 เขตประเวศ ได้เชิญเจ้าของตลาดทั้ง 5 แห่ง และเจ้าหน้าที่สำนักเขตโยธา เขตประเวศ เพื่อร่วมประชุมชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีต่างๆ ซึ่งในที่ประชุมมีมติขอขยายเวลาเพื่อตรวจสอบเอกสารอย่างละเอียด โดยจะทำหนังสือถึงผู้ว่าฯ กทม. ขอขยายระยะเวลาการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อเนื่องถึงวันที่ 5 มี.ค.นี้
นายนิรันดร์กล่าวว่า เบื้องต้นจากการตรวจสอบของเอกสารในการดำเนินกิจการตลาดทั้ง 5แห่งนั้น มีจำนวน 3ตลาดได้ยื่นขออนุญาตก่อสร้างอาคารตาม พ.ร.บควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 กับทางสำนกการโยธา ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจการอนุมัติก่อสร้างอาคารในขณะนั้น โดยสำนักการโยธาได้พิจารณาออกใบอนุญาตการก่อสร้างอาคารอย่างถูกต้อง ซึ่งมีการพิจารณาอนุญาตจากผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร และกฎหมายควบคุมอาคารที่เกี่ยวข้อง โดยเมื่ออนุญาตก่อสร้างอาคารแล้ว ส่วนการขออนุญาตจัดตั้งกิจการตลาด จะเป็นงานในอำนาจหน้าที่ของสำนักงานเขตประเวศ ซึ่งกรณีที่ให้มีการเปิดตลาดโดนไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการตลาดนั้น เจ้าหน้าที่ผู้ปล่อยปละละเลย ต้องมีการตรวจสอบอีกครั้งว่ามีใครเกี่ยวข้อง และพิจารณาว่ามีความผิดทางวินัยอย่างไร พร้อมเสนอผู้ว่าฯ กทม.พิจารณาความผิดความชัดเจนต่อไป
ด้าน เจ้าของตลาดสวนหลวง เปิดเผยว่า ยอมรับว่าขาดความรู้เรื่องข้อกฎหมาย ทำให้ไม่รู้ว่าการจัดตั้งตลาด มีขั้นตอนและกระบวนการที่ชัดเจนอย่างไร ซึ่งที่ผ่านมาได้พยายามขอยื่นให้ถูกต้อง แต่ไม่ได้มีการติดตามอย่างผลอย่างต่อเนื่อง และมีการเปิดกิจการตลาดเรื่อยมา จนกระทั่งมีข้อพิพาทดังกล่าวขึ้น เมื่อรู้ว่ากิจการที่ดำเนินการอยู่ไม่ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด ตนก็ยอมรับและจะพยายามดำเนินการปรับปรุงส่วนที่เกี่ยวข้องต่างๆ เพื่อให้สามารถดำเนินการกิจการเปิดตลาดได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายอย่างครบถ้วน
จากนี้จะมีการปรับปรุงอาคารและส่วนอื่นๆ ตามหลักสุขาภิบาลตามที่กฎหมายด้านตลาดกำหนดไว้ เพื่อยื่นขอใบอนุญาตประกอบกิจการตลาดกับสำนักงานเขตประเวศอีกครั้ง โดยตลาดสวนหลวงก็หวังว่าจะสามารถกลับมาเปิดกิจการตลาดได้ เพื่อให้ผู้ค้าทุกคนกลับมามีที่ทำกิน เพราะถือว่าตลาดเป็นปากท้องของทุกคน และหากศาลมีคำตัดสินอย่างไรก็น้อมรับ ซึ่งตลาดอื่นๆในพื้นที่ดังกล่าวจะเร่งปรับปรุงในรูปแบบเดียวกันทั้งหมด เพื่อให้สามารถเปิดกิจการตลาดที่ถูกต้องตามกฎหมายเช่นกัน







