
ระวัง! "ผู้สูงอายุ-ผู้ป่วยเรื้อรัง" กลุ่มเสี่ยงฆ่าตัวตาย
ปลัด.สาธารณสุข เผยผู้สูงอายุและผู้ที่ป่วยโรคเรื้อรังอยู่ในกลุ่มเสี่ยงฆ่าตัวตาย-แนะญาติหากพบพูดเชิงสั่งเสียควรดูแลใกล้ชิด
ปลัด.สาธารณสุข เผยผู้สูงอายุและผู้ที่ป่วยโรคเรื้อรังอยู่ในกลุ่มเสี่ยงฆ่าตัวตาย-แนะญาติหากพบพูดเชิงสั่งเสียควรดูแลใกล้ชิด
เมื่อวันที่ 26 ก.พ. นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า พฤติกรรมการคิดฆ่าตัวตาย เป็นภัยใกล้ตัวที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย จากข่าวมีทั้งสำเร็จและไม่สำเร็จ ดังนั้นขอให้ประชาชนช่วยกันป้องกันโดยการสังเกตความผิดปกติผู้ใกล้ชิด โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง คือ ผู้สูงอายุ ผู้ที่ป่วยเป็นโรคเรื้องรัง เช่น มะเร็ง เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หากพบมีการพูดทำนองสั่งเสีย หรือไม่ต้องการมีชีวิตอยู่ ขอให้ใส่ใจและคอยรับฟังพูดคุยเพื่อให้เขามีโอกาสระบายความรู้สึกออกมา โดยอย่าปล่อยทิ้งไว้คนเดียว แต่ถ้าอาการไม่ดีขึ้นควรพาไปพบจิตแพทย์ทันที รวมทั้งขอให้ทุกคนสังเกตตัวเองว่ามีความเครียดสะสมหรือไม่ เช่น วิตกกังวล นอนไม่หลับ
ปลัด.สาธารณสุข ระบุว่า การฆ่าตัวตายเกิดจากหลายสาเหตุ ประมาณ 50 % พบว่ามาจากโรคซึมเศร้า โดยคาดว่าคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป เป็นโรคซึมเศร้า 1.5 ล้านคน ซึ่งการแก้ปัญหาได้มอบให้กรมสุขภาพจิต จัดทำโครงการค้นหาผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้าในกลุ่มเสี่ยงเพื่อเพิ่มการเข้าถึงและลดความรุนแรงที่อาจนำไปสู่การฆ่าตัวตาย ล่าสุดมีผู้ป่วยโรคซึมเศร้าเข้าถึงบริการ 55 %
ทั้งนี้ ปี 2559 ประเทศไทยมีอัตราผู้ฆ่าตัวตายสำเร็จอยู่ที่ 6.35 % ต่อประชากรแสนคน และประมาณการณ์ว่า มีแนวโน้มลดลง เนื่องจากได้ใช้กลยุทธ์การป้องกันการทำร้ายตัวเองซ้ำ เพิ่มการเข้าถึงบริการ ซึ่งจะช่วยลดการฆ่าตัวตายลงได้เฉลี่ย 300 – 400 คนต่อปี







