posttoday
เครือข่ายประชาชนยกคดีหวย30ล้านจี้นายกฯปฏิรูปงานสอบสวนตำรวจ

เครือข่ายประชาชนยกคดีหวย30ล้านจี้นายกฯปฏิรูปงานสอบสวนตำรวจ

25 กุมภาพันธ์ 2561

เครือข่าย Police Watch ยกคดีหวย30ล้านเป็นบทเรียน พร้อมเรียกร้องนายกฯเร่งปฏิรูปงานสอบสวนของตำรวจ

เครือข่าย Police Watch ยกคดีหวย30ล้านเป็นบทเรียน พร้อมเรียกร้องนายกฯเร่งปฏิรูปงานสอบสวนของตำรวจ

เมื่อวันที่่ 25 ก.พ. เครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ (คป.ตร.) หรือ Police Watch ได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 8 /2561 เรื่อง ขอให้นายกรัฐมนตรีเร่งแก้ปัญหาตำรวจและปฏิรูปงานสอบสวนจากบทเรียนคดีหวย 30 ล้าน 

ตามที่ได้เกิดปัญหาตำรวจปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบสร้างความเดือดร้อนต่อประชาชนในกรณีต่างๆ อยู่เสมอๆ  ไม่ว่าจะเป็นการรับส่วยสินบนรู้เห็นเป็นใจให้มีแหล่งอบายมุขในพื้นที่อันเป็นสาเหตุสำคัญของอาชญากรรมและยาเสพติด  จนกรมการปกครองและทหารต้องตรวจจับกุมแทนอยู่ตลอดเวลา รวมทั้งปัญหาการไม่รับแจ้งความบันทึกเลขคดีในกรณีที่ประชาชนร้องทุกข์กล่าวโทษ   หรือการแจ้งข้อหาต่อบุคคลโดยปราศจากพยานหลักฐานการกระทำผิดหรือเกินจริง รวมไปถึงการสั่งงานสอบสวนของผู้บังคับบัญชาโดยมิชอบให้แต่งเติมพยานหลักฐานการดำเนินคดีตามที่ต้องการ  และการโจรกรรมวัตถุพยานสำคัญที่เกิดขึ้นในสถานีตำรวจ  เช่น คดีหวย ๓๐ ล้าน  ปรากฎหลักฐานการกระทำผิดชัดเจนตามหนังสือกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางที่  ๐๐๒๖(ก๑)/๑๖  วันที่  ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑  เป็นข่าวอื้อฉาวอยู่ในขณะนี้

พฤติการณ์เหล่านี้ล้วนเป็นเหตุทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศถึง ๗๑ เปอร์เซ็นต์หรือ  จำนวน ๔๗  ล้านคน  ไม่เชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมทางอาญาตามผลสำรวจของสำนักวิจัยกรุงเทพโพล  ส่งกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของสังคมและความมั่นคงของชาติอย่างร้ายแรงยิ่ง

จึงขอเรียกร้องให้พลเอก ประยุทธ์  จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ สั่งการให้มีการดำเนินคดีอาญาและสั่งพักราชการตำรวจผู้เกี่ยวข้องรวมทั้งผู้รับผิดชอบทุกระดับที่ไม่ได้ดำเนินการตามกฎหมายตามอำนาจหน้าที่ในกรณีพบการกระทำโดยมิชอบเพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อข้าราชการตำรวจอื่น   รวมทั้งเร่งปฏิรูประบบงานสอบสวนด้วยการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาหรือที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันการกระทำผิดในการสอบสวนลักษณะต่างๆ ดังนี้

๑. ให้มีบทบัญญัติคุ้มครองความเป็นอิสระการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานสอบสวนทุกหน่วยเช่นเดียวกับพนักงานอัยการ

๒. แยกงานสอบสวนออกจากตำรวจเป็นสายงานเฉพาะ  ให้พนักงานสอบสวนมีความเจริญก้าวหน้าด้วยระบบประเมินที่มีมาตรฐานและยึดหลักอาวุโส  โดยหัวหน้าสถานี ผู้บังคับการตำรวจ และผู้บังคับบัญชาทุกระดับต้องไม่มีอำนาจสั่งงานสอบสวน  ให้เป็นหน้าที่หัวหน้างานสอบสวนประจำสถานีและหน่วยสอบสวนทุกหน่วยเป็นผู้รับผิดชอบควบคุมและสั่งการเป็นลายลักษณ์อักษร  รวมทั้งการส่งสำนวนพนักงานอัยการ

๓. การออกหมายเรียกบุคคลเป็นผู้ต้องหาและเสนอศาลออกหมายจับต้องได้รับความเห็นชอบจากพนักงานอัยการ

๔. ให้อัยการมีอำนาจตรวจสอบการสอบสวนคดีสำคัญที่มีโทษจำคุกเกินห้าปีขึ้นไป  โดยพนักงานสอบสวนต้องรายงานให้ทราบทันทีที่เกิดเหตุ  รวมทั้งคดีที่มีการร้องเรียนว่าการสอบสวนไม่ได้กระทำโดยชอบตามกฎหมาย  หรือไม่ได้รับความยุติธรรม

๕. การสอบปากคำบุคคล  ต้องกระทำในห้องสอบสวนที่จัดเฉพาะ  มีระบบบันทึกภาพและเสียงอัตโนมัติเก็บเป็นหลักฐานไว้ให้อัยการและศาลเรียกตรวจสอบได้เมื่อจำเป็นทุกคดี

เครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจเชื่อว่า  หากได้ดำเนินการปฏิรูประบบงานสอบใน ๕ เรื่องดังกล่าว  จะทำให้การสอบสวนคดีอาญาของประเทศมีความความสุจริตตรงกับข้อเท็จจริงเกิดความยุติธรรมต่อประชาชนมากยิ่งขึ้นเป็นการตรวจสอบและถ่วงดุลระหว่างพนักงานสอบสวนกับพนักงานอัยการอย่างเหมาะสมตามเจตนารมย์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๒๕๘ ง.(๒) อย่างแท้จริง  แต่หากไม่เร่งดำเนินการ  ก็จะทำให้ผู้บริสุทธิ์ต้องตกเป็นเหยื่อของกระบวนการยุติธรรมที่ล้าหลังซ้ำซาก  สร้างความเดือดร้อนต่อประชาชนเกิดปัญหาความขัดแย้งทางสังคมต่อไปไม่จบสิ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท