
ขยับขึ้น!ดัชนีคอร์รัปชั่นโลกปี60ไทยคะแนนเพิ่มมาอยู่ที่96
องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ เผย ดัชนีคอร์รัปชั่นทั่วโลก ประจำปี 2560 ปี 60 ไทยได้คะแนนเพิ่มขึ้นเป็น 37 คะแนน ขยับขึ้นที่ 96
องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ เผย ดัชนีคอร์รัปชั่นทั่วโลก ประจำปี 2560 ปี 60 ไทยได้คะแนนเพิ่มขึ้นเป็น 37 คะแนน ขยับขึ้นที่ 96
เมื่อวันที่ 22 กพ. นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันแลถปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 21 ก.พ.องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International หรือ TI) ได้ประกาศค่าคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ปี 2560 ปรากฎว่า 2ใน 3 จาก 180ประเทศทั่วโลก ได้คะแนนต่ำกว่า 50 คะแนน โดยประเทศที่ได้อันดับความโปร่งใสสูงสุดคือนิวซีแลนด์ 89คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 สำหรับไทยได้ 37คะแนน ดีขึ้นกว่าปีก่อน 2 คะแนน ขยับจากที่ 101ขึ้นไปอยู่ที่96 จาก 180ประเทศ
นายวรวิทย์ กล่าวว่า ในการให้ค่าคะแนน CPI ปี 2560 องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (TI) ให้คะแนนและจัดอันดับประเทศไทย โดยพิจารณาข้อมูลจากแหล่งข้อมูล 9 แหล่งข้อมูล ซึ่งไทยได้คะแนนเท่าเดิม 2 แหล่ง คะแนนเพิ่มขึ้น 3 แหล่ง คะแนนลดลง 3 แหล่ง และอีก 1 แหล่งไม่ปรากฏคะแนน ดังนี้
1.แหล่งข้อมูลที่ไทย ได้คะแนนเท่ากับปีก่อน มี 2 แหล่งข้อมูล คือ (1) International Country Risk Guide (ICRG) : Political Risk services ได้ 32 คะแนน สาเหตุที่เท่าเดิม น่าจะเป็นผลมาจาก ICRG เน้นความเป็นประชาธิปไตย รัฐบาลและฝ่ายบริหารต้องสามารถถูกตรวจสอบได้ ซึ่งประเทศไทยยังมีข้อจำกัดในเรื่องนี้เหมือนปีที่ผ่านมา และ (2) Economist intelligence Unit (EIU) : Country Risk Rating ได้ 37 คะแนน โดยคะแนนที่เท่าเดิม น่าจะเป็นผลมาจากว่าถึงแม้ไทยจะได้รับการจัดอันดับการเปิดเผยงบประมาณภาครัฐดีขึ้น แต่ด้านการใช้จ่ายงบประมาณยังปรากฎเกี่ยวกับปัญหาการใช้จ่ายงบประมาณไม่ถูกต้องอยู่เป็นระยะ
2.แหล่งข้อมูลที่ไทย ได้คะแนนเพิ่มขึ้นจากปีก่อน มี 3 แหล่งข้อมูล คือ (1) World Economic Forum (WEF) : Executive Opinion Servey ได้ 42คะแนน(เพิ่มขึ้น 5คะแนน) โดยน่าจะเป็นผลมาจากอียู มีความสนใจฟื้นความสัมพันธ์กับไทย เนื่องจากเห็นว่า ไทยมีทิศทางปรับตัวในทางที่ดีขึ้นหลายด้าน นักลงทุนต่างชาติมีทัศนคติดีขึ้น (2) World Justice Project (WJP) : Rule of Law Index ได้ 40คะแนน (เพิ่มขึ้น 3 คะแนน) การที่ได้คะแนนสูงขึ้น น่าจะเป็นผลมาจากการประกาศจุดยืนของนายกรัฐมนตรีในการปราบปรามการทุจริต การเปิดทำการของของศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษอย่างเป็นทางการ และ (3) Global Insight Country Risk Rating (GI) ได้ 35 คะแนน (เพิ่มขึ้น 13 คะแนน) น่าจะเป็นผลมาจากมุมมองและความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจต่อการแก้ไขปัญหาการทุจริตของรัฐดีขึ้น สถานการณ์ภายในประเทศเอื้ออำนวยต่อการลงทุน สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนและบริษัทข้ามชาติด้วยหลายแนวทาง
3.แหล่งข้อมูลที่ไทย ได้คะแนนลดลงกว่าปีก่อนมี 3 แหล่งข้อมูล คือ (1) Bertelsmann Foundation Transformation Index (BF) ได้ 37คะแนน(ลดลง 3 คะแนน) คะแนนที่ลดลง น่าจะเป็นผลมาจาก BF-BTI วิเคราะห์กระบวนการทางการเมืองเป็นหลักโดยแม้ว่ารัฐบาลสร้างความมั่นคง ความสงบเรียบร้อย จัดระเบียบสังคม ทวงคืนทรัพยากรธรรมชาติได้ผลดี แต่ขณะเดียวกันเรื่องการตรวจสอบกรณีที่เกี่ยวข้องกับบุคคลในรัฐบาล การเปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินคดี การจำกัดสิทธิสื่อมวลชน การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน ยังเป็นจุดอ่อน (2) International Institute Management Development (IMD) : World Competitiveness Yearbook ได้ 43คะแนน (ลดลง 1 คะแนน) คะแนนที่ลดลง น่าจะเป็นผลมาจากการแก้กฎหมายหลายฉบับ แต่การบังคับใช้ยังขาดประสิทธิภาพ เช่น พระราชบัญญัติอำนวยความสะดวกในการพิจารณาของทางราชการ เป็นต้น และ (3) Varieties of Democracy Project (V-DEM) ได้ 23คะแนน (ลดลง 1 คะแนน) คะแนนที่ลดลง น่าจะเป็นผลมาจากสถานการณ์ใกล้เคียงกับปีที่มา แต่ยังคงมีจุดอ่อนด้านการถ่วงดุลของฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ
นายวรวิทย์ กล่าวว่า สำหรับแหล่งข้อมูล Political and Economic Risk Consultancy (PERC) ซึ่งเป็นการสำรวจนักธุรกิจในท้องถิ่นและนักธุรกิจชาวต่างชาติในแต่ละประเทศ เพื่อให้คะแนนเกี่ยวกับระดับปัญหาการทุจริตในประเทศที่เข้าไปทำงานหรือประกอบธุรกิจว่าลดลง เพิ่มขึ้น หรือเท่าเดิมนั้น ไม่ปรากฏข้อมูลว่า TI ให้คะแนนไทยจากแหล่งนี้เท่าใด
“ ดังนั้น ในการดำเนินการเพื่อเพิ่มค่าดัชนีการรับรู้การทุจริตและการลดปัญหาการทุจริตจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกภาคส่วนในสังคมต้องรวมพลังกันสร้างสังคมที่ไม่ทนกับการทุจริต สร้างค่านิยมสุจริตขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายเดียวกัน ประเทศไทยใสสะอาด ไทยทั้งชาติต้านทุจริต” นายวรวิทย์ กล่าว







