posttoday
จับตาคลาดแร่หายากอีกหนึ่งที่โลกต้องงอนง้อจีน

จับตาคลาดแร่หายากอีกหนึ่งที่โลกต้องงอนง้อจีน

11 ตุลาคม 2553

การลงโทษรัฐบาลโตเกียวที่ดื้อแพ่งไม่ยอมปล่อยตัวไต้ก๋งเรือชาวจีน

การลงโทษรัฐบาลโตเกียวที่ดื้อแพ่งไม่ยอมปล่อยตัวไต้ก๋งเรือชาวจีน

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

การลงโทษรัฐบาลโตเกียวที่ดื้อแพ่งไม่ยอมปล่อยตัวไต้ก๋งเรือชาวจีน ซึ่งถูกจับในเหตุเรือประมงจีนพุ่งชนเรือลาดตระเวนของญี่ปุ่นบริเวณน่านน้ำใกล้เกาะที่ทั้งสองประเทศมีข้อพิพาทระหว่างกันเมื่อเดือนที่แล้ว ด้วยการประกาศระงับการส่งออก “แร่หายาก” ไปยังญี่ปุ่น นอกจากจะกระทบต่อความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสองมหาอำนาจแล้ว ยังแฝงด้วยนัยที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง

จับตาคลาดแร่หายากอีกหนึ่งที่โลกต้องงอนง้อจีน

ท่าทีดังกล่าวคล้ายเป็นการส่งสัญญาณอันตรายบางอย่าง ไปยังกลุ่มประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าแร่หายากจากจีนให้พลอยอกสั่นขวัญแขวนตามไปด้วย

แน่นอนว่า กรณีดังกล่าวย่อมนำมาซึ่งคำถามสำคัญที่ว่า “แร่ธาตุหายาก” นี้มีความสลักสำคัญอย่างไร เหตุใดถึงเป็นที่ต้องการของนานาประเทศนัก

“แร่หายาก” ถือเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า และแก็ดเจตสุดล้ำแทบจะทุกชนิดบนโลกใบนี้ ไล่ตั้งแต่ไอพอด ไอโฟน รถยนต์พลังงานไฟฟ้า (ไฮบริด) ฮาร์ดดิสก์คอมพิวเตอร์ หน้าจอโทรทัศน์ เรื่อยไปจนถึงขีปนาวุธ

ยิ่งกว่านั้น จีนยังแทบจะเป็นผู้ครองตลาดแร่ธาตุหายากแบบเบ็ดเสร็จ ด้วยส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง 97%

สำหรับเหตุผลที่ทำให้พญามังกรผงาดขึ้นมาครองตลาดแร่หายากได้แต่เพียงผู้เดียว โดยไร้เงาคู่แข่งนั้น เป็นเพราะจีนเริ่มกระโจนเข้าสู่ตลาดนี้ ตั้งแต่ยุคที่โลกยังไม่ก้าวเข้าสู่ยุคดิจิตอล ทำให้ดีมานด์หรือความต้องการแร่ธาตุหายากเหล่านี้ยังไม่มากนัก

ด้วยเหตุนี้บรรดาประเทศต่างๆ จึงไม่รู้สึกคับข้องใจ หากจีนจะเข้ามายึดครองตลาดแห่งนี้แต่เพียงผู้เดียว แม้ว่าในปี 1992 เติ้งเสี่ยวผิง ผู้นำจีนในเวลานั้นจะออกมาเปรียบเปรยว่า “การที่จีนมีแร่ธาตุหายากไว้ครอบครองฉันใด ก็เหมือนกับการที่ภูมิภาคตะวันออกกลางมีน้ำมันไว้ครอบครองฉันนั้น”

จวบจนกระทั่งเมื่อปีที่แล้ว เมื่อจีนเดินหน้าปรับราคาแร่ธาตุหายากเหล่านี้ขึ้น จึงทำให้บรรดาผู้ผลิตและนักลงทุน หันมาเหลียวมองตลาดแร่ธาตุหายากมากขึ้น

จากข้อมูลขององค์การการค้าโลก ระบุว่า ตลาดแร่ธาตุหายากทั่วโลกโตขึ้น 810% ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

พ่วงกับในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา จีนเริ่มหันมาใช้ระบบโควตาตามแบบกลุ่มโอเปก ซึ่งเป็นผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ของโลก ในการลดปริมาณการส่งออกลง 510% ในแต่ละปี พร้อมปรับขึ้นราคาวัตถุดิบ ส่งผลให้ประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าแร่ธาตุหายากเพื่อผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้า อย่างญี่ปุ่นประสบกับความยากลำบากอย่างใหญ่หลวง

ด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้ระยะหลังมานี้หลายประเทศเริ่มออกมาตอบโต้อย่างสุภาพ ต่อสภาวการณ์ที่ไม่แน่นอนเกี่ยวกับการกำหนดโควตาการส่งออกแร่ธาตุหายากของจีน

เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา กลุ่มสหภาพยุโรป(อียู) ได้ออกแถลงการณ์ที่ชี้ชัดให้เห็นถึงความจำเป็นที่ต้องมีการสำรวจแหล่งแร่ธาตุหายากใหม่ๆ ที่อยู่นอกเหนือจากอาณาเขตดินแดนของประเทศจีน

ขณะที่ญี่ปุ่นในฐานะลูกค้ารายใหญ่ของจีนเอง ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจกับความไม่แน่นอนดังกล่าวแต่อย่างใด

ทั้งนี้ ล่าสุดคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นได้มีมติผ่านมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ เพื่อกอบกู้วิกฤตเศรษฐกิจของประเทศ โดยมาตรการดังกล่าวจะครอบคลุมถึงการสนับสนุนให้มีการสำรวจหาแหล่งแร่ธาตุหายากใหม่ๆ

เท่านั้นยังไม่พอ เมื่อต้นเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา รัฐบาลโตเกียวยังตกลงจะร่วมกับมองโกเลีย ในการสำรวจหาแหล่งแร่ธาตุหายากใหม่ๆ ควบคู่ไปกับการลดปริมาณการใช้วัตถุดิบประเภทแร่ธาตุหายาก

โดยเฉพาะในกลุ่มค่ายผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำอย่าง นิสสัน โตโยต้า และฮอนด้า ที่หันมาใช้แบตเตอรี่ลิเทียมอิออน เพื่อผลิตแบตเตอรี่สำหรับเครื่องยนต์ไฟฟ้าในรถยนต์ไฮบริด ทดแทนการใช้แร่ธาตุหายาก

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าหลายประเทศจะพุ่งเป้ามาที่การเสาะแสวงหาแหล่งแร่ธาตุใหม่ เพื่อทดแทนตลาดยักษ์ใหญ่ที่ครบครันอย่างจีน

แต่ทว่าอุปสรรคสำคัญที่ต้องเผชิญภายหลังจากพบสายแร่ที่ต้องการแล้ว คือ การหาวิธีให้ตลาดน้องใหม่เหล่านี้มีระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่เพียงพอ สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดได้ดีทัดเทียมจีนในวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นการจัดเก็บคลังสินค้า หรือระบบโลจิสติกส์

เพราะในมุมมองของบรรดาผู้เชี่ยวชาญแล้ว ต่างเห็นพ้องว่าหากจะพัฒนาให้ตลาดใหม่มีศักยภาพดังกล่าวได้ ต้องอาศัยเวลาอีกอย่างน้อย 712 ปี นอกจากนี้ยังต้องใช้งบประมาณอีกหลายพันล้านเหรียญสหรัฐ
ตราบที่จีนยังคงเป็นเจ้าตลาด “แร่ธาตุหายาก” ที่คุมเกมตามอำเภอใจโดยไม่สนใจกลไกตลาดแบบนี้

เห็นทีศึกชิงส่วนแบ่งตลาดครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งปัญหาระดับชาติที่พญามังกร ซึ่งขณะนี้กำลังเผชิญศึกรอบด้าน ทั้งเรื่องค่าเงินหยวน และการประกาศให้นักโทษการเมืองของประเทศได้รับรางวัลโนเบลสันติภาพจะหลีกไม่พ้นซะแล้ว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท