
วันแห่งความร้าว
“14 กุมภาวันแห่งความรัก” ใครๆ ก็รู้ว่าวานนี้คือ วันวาเลนไทน์
โดย...มะกะโรนี
“14 กุมภาวันแห่งความรัก” ใครๆ ก็รู้ว่าวานนี้คือ วันวาเลนไทน์ แม้น้อยคนจะรู้หรือเลิกใส่ใจไปนานแล้วว่า แท้จริง 14 กุมภาถูกสถาปนาขึ้น เพื่อระลึกถึงวีรกรรมของนักบุญในคริสต์ศาสนา
ตามตำนานนั้นย้อนกลับไปสมัยที่จักรวรรดิโรมันยังรุ่งเรือง ยุคนั้น ศาสนาคริสต์ยังไม่เป็นที่ยอมรับ การนับถือหรือประกอบกิจกรรมใดๆ นอกเหนือจากที่จักรวรรดิโรมันระบุไว้ ถือเป็นเรื่องต้องห้าม มีโทษร้ายแรง หากทางการของโรมันจับได้อาจถูกลงโทษถึงขั้นเอาชีวิต
แต่โทษหนักก็ไม่สามารถทำให้เหล่าคริสเตียนหวั่นเกรง มีไม่น้อยที่ถือว่าคำสั่งดังกล่าวเป็นบทพิสูจน์ศรัทธาที่มีต่อพระคริสต์ด้วยซ้ำไป
หนึ่งในนั้นก็คือ นักบุญชื่อ “วาเลนตินัส” นักบุญท่านนี้ ลักลอบแอบจัดงานแต่งงานให้กับคู่รักคริสเตียนอยู่เสมอ ที่สุดก็ถูกจับได้ ถูกจับลงโทษขังคุกและลงโทษทรมานอย่างแสนสาหัส สุดท้ายก็ถูกประหารชีวิตในวันที่ 14 ก.พ. 270 ครั้นกาลต่อมา เมื่อคริสต์ศาสนารุ่งเรือง นักบุญท่านนี้ก็ถูกยกย่องให้เป็น “เซนต์วาเลนไทน์”
วันแห่งการรำลึกถึงนักบุญผู้ล่วงลับ ถูกลดทอนความหมายจากเดิม จนกล่าวได้ว่า มาไกลจนไม่เหลือเค้าเดิม จนกลายเป็นวันแห่งความรักของคนทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่หนุ่มสาว ลามไปถึงวัยประถมที่ยังไร้เดียงสา
กลายเป็นวันที่เวียนมาพร้อมกับความหวาดผวาของผู้หลักผู้ใหญ่ที่กลัวว่าเด็กๆ จะใช้วันนี้เป็นหมุดหมายของการเสียตัว แอบมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียน กังวลว่าเด็กๆ จะเห็นวันนี้เป็นวันเสียตัวแห่งชาติ ดังที่เห็นนำมาล้อเลียนกันในโลกออนไลน์
ขณะเดียวกัน วันแห่งความรัก กลายเป็นวันดอกกุหลาบแพง ราคาพุ่งขึ้นจากเดิมหลายเท่า แต่หลายคนก็ยอมทุ่มเงินซื้อส่งมอบให้คนสำคัญ
แต่จะว่าไปดูเหมือน “วันแห่งความรัก” ถูกคลี่คลายความหมายจากนิยามเดิมในอดีตก็มีชะตาไม่ต่างจากความหมายของ “ความรัก” นัก
ความรัก เดิมเคยถูกนิยามว่า คือ ความรู้สึก ที่ครอบคุลมตั้งแต่ความชอบระหว่างบุคคล ความผูกพัน ไปจนถึงคุณธรรมแสดงออกซึ่งความเมตตา แก่นของหลายศาสนา กระทั่งหมายถึง ความต้องการอย่างเสน่หาและความสัมพันธ์ทางเพศ ความรักที่มีเพศเข้ามาเกี่ยวข้อง ความมีมิตรภาพ ฯลฯ นิยามเดิมของความรัก เปิดช่องให้กร่อนความหมายอย่าง ซับซ้อน อิสระและหลากหลาย
จนกระทั่งถูกวิทยาศาสตร์ ด้วยการตัดบทว่า นิยามว่าสิ่งที่เข้าใจว่าเป็นความรัก แท้จริงแล้ว คือ พื้นฐานของวิวัฒนาการของสัญชาตญาณการเอาตัวรอด ที่ทำให้มนุษย์อยู่ร่วมกัน เพื่อต่อต้านภัยคุกคามและเพื่อสนับสนุนความต่อเนื่องของสายพันธุ์ผ่านการสืบพันธุ์
อย่างไรก็ตาม มุมมองทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งฟังดูค่อนข้างจะโหดร้ายนี้ กลับได้รับการสนับสนุนจากพฤติกรรมของผู้คนที่เลือกที่จะเพิกเฉย ต่อนิยามอันดีงานของศาสนา ปรัชญา และศีลธรรมมากยิ่งขึ้นทุกที
ขณะที่ผลลัพธ์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่จับต้องได้กลับบอกเล่าในอีกมุมหนึ่ง ปลายปีที่ผ่านมากรมสุขภาพจิต ออกมาระบุว่า ความสัมพันธ์ครอบครัวไทยยุคใหม่เปราะบางขึ้น โดยพบว่าไทยมีจำนวนครอบครัวทั้งหมด 25 ล้านกว่าครัวเรือน จดทะเบียนสมรสรวม 307,746 คู่ และมีผู้จดทะเบียนหย่า 118,539 คู่ โดยในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา อัตราการหย่าร้างมีแนวโน้มสูงขึ้นจาก 27% ในปี 2549 เพิ่มเป็น 39% ในปี 2559
จึงกล่าวได้ว่า ไม่ว่าความรักจะคือ ความชอบระหว่างบุคคลที่ขยายเป็นความผูกพัน ความสัมพันธ์ มิตรภาพ หรือกระทั่งวิวัฒนาการของสัญชาตญาณการเอาตัวรอดหรืออะไรก็ตาม ที่มีผลลัพธ์เป็นครอบครัว กำลังถูกสั่นคลอนด้วยมือที่มองไม่เห็นมากขึ้นๆ ทุกที







