
นายกฯสาวผู้บงการบึ้ม
นายกฯรายการจัดเชื่อมั่นประเทศไทยเร่งขยายผลบึ้มสาวผู้บงการวอนประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตา เผยผลเยือนต่างประเทศ เลขายูเอ็นชื่นชมไทย เตรียมเยือนกรุงเทพฯ26ต.ค.นี้
นายกฯรายการจัดเชื่อมั่นประเทศไทยเร่งขยายผลบึ้มสาวผู้บงการวอนประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตา เผยผลเยือนต่างประเทศ เลขายูเอ็นชื่นชมไทย เตรียมเยือนกรุงเทพฯ26ต.ค.นี้
นายอภิสิทธิ์ จัดรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์ ผ่านสถานีโทรทัศน์ เอ็นบีที ช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ โดยช่วงแรกของรายการนายกฯ ได้กล่าวถึงผลการเดินทางไปต่างประเทศ ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งการเยือนประเทศเบลเยียม ในประชุมอาเซม และสหรัฐอเมริกา ซึ่งช่วงที่ไม่อยู่ในประเทศไทย ได้ติดตามสถานการณ์ในประเทศตลอด ทั้งปัญหาน้ำท่วม และเหตุระเบิดที่ย่านบางบัวทอง จ.นนทบุรี
"ช่วงที่ไม่อยู่ ได้รับรู้รับทราบ เหตุการณ์ประเทศไทยมาตลอด ความไม่สงบที่เกิดขึ้นต้องขอบคุณประชาชนที่ตื่นตัวให้ความร่วมมือ ต่อจากนี้ไปรัฐบาลจะทำงานเชิงรุกขยายผลไปหาผู้บงการ กำจัดความเคลื่อนไหวของบุคคลบางกลุ่ม ก็ขอให้ประชาชนช่วยแจ้งข่าวเป็นหูเป็นตาเพื่อให้การแก้ปัญหาต่างๆได้ง่ายขึ้น" นายกรัฐมนตรี ระบุ
นายกรัฐมนตรี เล่าถึงการเดินทางไปนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกาว่า เพื่อดูงานผู้ต้องขังหญิง และเฝ้ารับเสด็จ พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ซึ่งได้ทรงงานด้านนี้มาประมาณ 2ปีแล้ว คาดว่าในปลายปีนี้จะได้รับคำรับรองเป็นปฏิญากรุงเทพ ช่วยยกระดับมาตรฐานสากลที่ริเริ่มจากประเทศไทย โดยมีเลขาธิการสหประชาชาติ และภรรยาเข้าร่วมงานด้วย
นายกฯ กล่าวต่อว่า ได้มีโอกาสหารือรือทวิภาคีกับเลขายูเอ็นถึงบทบาทของประเทศไทย ที่จะมีส่วนร่วมกับการทำงานในระดับโลก โดยทางยูเอ็นได้ชื่นชมกองทัพเรือของไทย กรณีส่งกองกำลังไปร่วมแก้ไขปัญหาโจรสลัดโซมาเลีย มีการสอบถามถึงสถานการณ์ในประเทศไทย ซึ่งทางเลขายูเอ็นสนับสนุนเต็มที่ให้ไทยมีความมั่นคงด้านสเถียรภาพทางการเมือง และตอบรับว่าจะเดินทางมาเยือนประเทศไทยในวันที่ 26 ต.ค.นี้
นายกฯ กล่าวต่อว่า การไปประชุมอาเซมที่เบลเยี่ยมทำให้เห็นว่า ปัญหาค่าเงินบาทแข็ง หรืออัตราการแลกเปลี่ยนเงินตราที่อ่อนค่าลง เป็นปัญหาระดับโลก เกิดจากการอ่อนตัวลงของค่าดอลลาร์ ซึ่งในประชุมจี20 ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดของโลก
จะหยิบยกเป็นหัวข้อสำคัญ และเห็นตรงกันควรได้ข้อยุติที่เป็นรูปธรรม
นายกฯ กล่าวต่อด้วยว่า การเดินทางไปต่างประเทศครั้งนี้ ถือว่าประสบความสำเร็จในการชี้แจงให้นานาประเทศเข้าใจถึงสถานการณ์ในประเทศไทย ซึ่งทุกประเทศได้ให้กำลังใจไทยในการสร้างสเถียรภาพประเทศ และต้องการเห็นไทยแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบภายใต้กฏหมายของระบอบประชาธิปไตย







