
วิญญาณเสือดำ
ยังเป็นเรื่องที่มีการเล่าขานขยายต่อไปไม่หยุด สำหรับการลักลอบล่าสัตว์ในเขตป่าทุ่งใหญ่นเรศวร โดยคณะของอภิมหาเศรษฐีเมืองไทย
โดย..ณ กาฬ เลาหะวิไลย
ยังเป็นเรื่องที่มีการเล่าขานขยายต่อไปไม่หยุด สำหรับการลักลอบล่าสัตว์ในเขตป่าทุ่งใหญ่นเรศวร โดยคณะของอภิมหาเศรษฐีเมืองไทย
ประเด็นที่น่าพูดถึงก็คือ การสังหารเสือดำ ที่มีการถลกหนังเก็บรักษาเอาไว้ ส่วนเนื้อเสือดำมีร่องรอยการทำเป็นอาหาร
การสังหารเสือดำนี่เองที่นำไปสู่การเข้าจับกุม และดำเนินคดีตามมาอย่างต่อเนื่อง
ที่สำคัญลองย้อนกลับไปดูถึงสาเหตุที่เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเข้าไปเจอกลุ่มคณะอภิมหาเศรษฐีได้ ไม่ใช่บังเอิญ หรือเข้าไปเพราะรู้ตำแหน่งแน่ชัด
แต่ทว่าเป็นเสือดำนำทางไป
เสือดำมาจากไหน
กระแสแรกจาก อนุวงค์ ศรีจันทร์ พนักงานราชการ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ซึ่งเป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่ชุดเข้าจับกุม ให้ข้อมูลว่าในช่วงค่ำของวันอาทิตย์ที่ 4 ก.พ. หลังจากที่ได้รับแจ้งว่ามีผู้กระทำความผิด จึงขับรถเข้าไปตรวจสอบ
ระหว่างทางขณะใกล้ถึงห้วยปะชิ พบเสือดำตัวหนึ่งวิ่งมานำหน้ารถเจ้าหน้าที่ ทั้งที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เสือดำตัวนั้น วิ่งนำทางจนถึงจุดตั้งแคมป์ของคณะอภิมหาเศรษฐี หลังจากนั้นเสือดำตัวนั้นก็วิ่งเข้าป่าหายไป ทำให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจพบซากเสือดำถูกยิงตาย
ในที่เกิดเหตุยังพบหม้อต้มยำและพบหางเสือดำในหม้อนั้นด้วย ลักษณะคล้ายซุปหางวัว
จากการตรวจสอบพบว่ากลุ่มผู้ต้องหามีความเป็นมืออาชีพมาก เหมือนเป็นพรานจริงๆ สังเกตได้จากการแล่หนังของเสือดำอย่างประณีต ไม่มีรอยขาด
ส่วนอาวุธปืนที่ใช้ก็เป็นอาวุธหนักสำหรับใช้ล่าสัตว์ใหญ่อย่าง ช้าง เสือ เก้ง กวาง เป็นต้น
อนุวงค์ตั้งข้อสันนิษฐานว่า เสือดำที่มาวิ่งปรากฏตัวนั้น น่าจะเป็นคู่ของเสือดำตัวที่ตาย หลายครั้งที่เข้ามาลาดตระเวนบริเวณนี้มักจะเจอกับเสือดำคู่หนึ่งตลอด
แต่ทว่าอีกกระแสกลับบอกว่าไม่ใช่เสือดำที่เป็นคู่กัน
ทั้งหมดพูดว่าอาจเป็นวิญญาณเสือดำตัวที่ถูกสังหาร ปรากฏร่างแสดงตัว และมานำทางให้เจ้าหน้าที่เข้าไปจับกุม
คติความเชื่อทางศาสนาก็คือ เมื่อสิ่งมีชีวิตตายไป จะไม่สาบสูญ โดยจะไปกำเนิดใหมในภพภูมิต่างๆ ทั้งที่เป็นกายเนื้อ จับต้องได้ มองเห็น เป็นคน เป็นสัตว์ และเป็นกายอื่นที่มองไม่เห็น จับต้องไม่ได้
เสือดำที่ถูกฆ่า ไปเกิดเป็นกายที่มองไม่เห็น แล้วสร้างรูปร่างมานำทางให้เจ้าหน้าที่เข้าไปจับกุม มีหลักฐานพร้อมอย่างสมบูรณ์
อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเสือดำที่นำทาง จะเป็นคู่ของตัวที่ถูกฆ่า หรือเป็นอย่างอื่น แต่สิ่งที่น่าจะเตือนใจก็คือ กฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ
หลังเหตุการณ์สังหารเสือดำครั้งนี้ ได้มีการส่งต่อ ขยายความ เรื่่องราวต่างๆ มากมาย ที่เกิดขึ้นจากการฆ่าชีวิตอื่น เพียงเพื่อความบันเทิง เพื่อความสนุกสนานชั่วแล่น และสุดท้ายก็ต้องมารับการกระทำของตัวเอง
เมื่อฆ่าชีวิตอื่น ก็ย่อมต้องได้รับผลแห่งกรรมเที่ยงแท้แน่นอน







