
ตำรวจเตรียมเรียก "เปรมชัย" เข้ารับทราบข้อหาเพิ่มเติม
ตำรวจเตรียมเรียก "เปรมชัย" เข้ารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติมทารุณกรรมสัตว์ พร้อมเตรียมส่งรถที่ใช้เข้าป่าทุ่งใหญ่ฯไปตรวจพิสูจน์
ตำรวจเตรียมเรียก "เปรมชัย" เข้ารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติมทารุณกรรมสัตว์ พร้อมเตรียมส่งรถที่ใช้เข้าป่าทุ่งใหญ่ฯไปตรวจพิสูจน์
เมื่อวันที่ 12 ก.พ. พล.ต.ต.กฤษณะ ทรัพย์เดช รอง ผบช.ภ.7 ในฐานะหัวหน้าชุดพนักงานสอบสวน ได้เดินทางมาประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าผลการสอบสวนในคดีจับกุมนายเปรมชัย กรรณสูต พร้อมพวก ที่ลักลอบล่าสัตว์ป่าคุ้มครองในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก โดยมี พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.อ.พูนศักดิ์ ประเสริฐเมธ รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนระดับจังหวัด พ.ต.อ.ชูชาติ โชคสถาพร รอง ผบก.ศพฐ.7 พ.ต.อ.วุฒิพงษ์ เย็นจิตต์ ผกก.สภ.ทองผาภูมิ พ.ต.ท.ประภาส อ่องมะลิ รองผกก.(สบสวน) กก.5 บก.ปทส เข้าร่วม
พล.ต.ต.กฤษณะ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า พล.ต.ท.กิตติพงษ์ เงามุข ผู้บัญชากรตำรวจภูธรภาค 7 ได้สั่งการให้เดินทางมาติดตามความคืบหน้าในสำนวนคดีของ นายเปรมชัย สำหรับกระบวนการสอบสวนมีความคืบหน้าไปมากแล้ว ซึ่งในวันนี้ก็ได้มาคุยเรื่องรายละเอียดและเรื่องการติดตามผลการตรวจของพิสูจน์หลักฐานกลาง เพื่อที่จะนำมารวมในสำนวน เพื่อให้สำนวนครบถ้วนสมบูรณ์โดยเร็ว
ขณะที่การตรวจวัตถุพยาน ไม่ว่าจะเป็น อาวุธปืน คราบเลือด รวมทั้ง ดีเอ็นเอ ผลยังไม่ออกมา โดยยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังมีพยานหลักฐานอีก ที่ต้องไปขอจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้เพื่อนำมามอบให้พิสูจน์หลักฐานนำไปตรวจ
สำหรับรถยนต์ที่ นายเปรมชัย กับพวกใช้เป็นยานพาหนะนั้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังทำหนังสือขอจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เพื่อนำรถยนต์คันดังกล่าวออกมาจากสำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฯ และได้มีการนัดหมายกันว่า วันที่13 ก.พ. จะนำออกมา จากนั้น พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี จะนำไปส่งที่พิสูจน์หลักฐานกลางเพื่อทำการตรวจค้นอย่างละเอียด
สำหรับการการตรวจผลทางวิทยาศาสตร์นั้น ตรงนี้ทาง พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี ผู้บัญชาการ สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ได้กำชับเอาไว้แล้วว่า ให้เจ้าหน้าที่เร่งรัดผลการตรวจ แต่ว่าต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่ในการตรวจด้วย เชื่อว่าคงจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด
นอกจากนี้ในวันที่ 13 ก.พ. เจ้าหน้าที่จะเข้าพื้นที่จุดเกิดเหตุเพื่อจำลองเหตุการณ์ โดยฝ่ายของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ จะนำพิสูจน์หลักฐานไปจำลองอีกครั้งหนึ่งเพื่อทำรายงานประกอบสำนวน
ส่วนประเด็นที่ว่ากลุ่มของ นายเปรมชัย อาจจะมีมากกว่า 4 คนนั้น จะต้องรอผลรายงานจากพิสูจน์หลักฐานก่อนส่วนเรื่องการสอบปากคำผู้ต้องหาเพิ่มเติมนั้นขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ประสานไปแล้ว คาดว่าน่าจะสามารถนัดได้ภายในสัปดาห์นี้ ทั้งนี้หาก นายเปรมชัย ไม่มาตามหมาย ก็คงจะต้องออกหมายเรียก ซึ่งขณะนี้ผู้ต้องหาอยู่ระหว่างการประกันตัวที่ศาล ซึ่งเจ้าหน้าที่จะต้องรายงานให้ศาลทราบว่า พนักงานสอบสวนได้เชิญตัวแล้ว แต่ผู้ต้องหาไม่มา ศาลก็จะได้นำไปประกอบการพิจารณาในการให้ประกัน
ต่อข้อถามที่ว่าเสียงในคลิปที่มีการพูดคุยต่อรองกับเจ้าหน้าที่ตรงนี้ได้มีการตรวจสอบคลิปเสียงว่าเป็นเสียงนายเปรมชัยแล้วหรือยัง พล.ต.ต.กฤษณะ กล่าวว่า ตรงนี้เป็นเรื่องของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องคือเจ้าหน้าที่จากส่วนกลาง จะต้องตรวจสอบว่าคลิปเสียงนี้เป็นเสียงที่มีการตัดต่อแต่งเติมหรือแก้ไขหรือไม่ และก็คงต้องเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาสอบถาม เพราะต้องได้รับคำยืนยันผลการตรวจ ซึ่งเรามีหน่วยงาน ปอท.ในการตรวจสอบ
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้มาแจ้งข้อหาต่อ นายเปรมชัย กับพวกเพิ่มอีก 1 ข้อหา คือ ทารุณกรรมสัตว์ ปัจจุบันจึงเป็น 10 ข้อหา ซึ่งจะต้องเชิญ นายเปรมชัย กับพวกมารับทราบข้อหาเพิ่มเติม แต่จะมี 2 ข้อกล่าวหา ซึ่งเป็นความผิดที่ทางเจ้าหน้าที่ป่าไม้มาร้องทุกข์เอาไว้ คือ เข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีเครื่องมือล่าสัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นความผิดลหุโทษ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ไม่มีโทษทางอาญา ดังนั้นจะต้องสอบทางนิติกรของป่าไม้
สำหรับเรื่องสำนวนที่จะส่งให้อัยการ จะต้องรอหลักฐานทั้งหมดเพื่อรวมเป็นสำนวนเดียวกัน ถึงแม้ทางทีมทนายของฝ่ายผู้ต้องหาค่อนข้างที่จะมีความเชี่ยวชาญทางด้านกฎหมาย ทางเราไม่ได้หวั่นไหวเรื่องของสำนวน เนื่องจากเราทำตามพยานหลักฐานที่มีอยู่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบันนายเปรมชัย พร้อมพวก 4 คน ถูกดำเนินคดีใน 9 ข้อหา ประกอบด้วย 1.ข้อหาล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯโดยไม่ได้รับอนุญาต 2.ล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 3.มีซากสัตว์ป่าไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 4.พยายามล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า 5.นำอาวุธปืนหรือเครื่องจับหรือล่าสัตว์ป่าเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า โดยไม่ได้รับอนุญาต 6.รับไว้ช่วยเหลือซ่อนเร้นซากสัตว์ป่าที่ได้มาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย 7.เข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต 8.มีเครื่องมือล่าสัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นความผิดลหุโทษ 9.มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต
และขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินคดีเพิ่มอีก 1 ข้อ คือ ทารุณกรรมสัตว์ รวมเป็น 10 ข้อหา ส่วนข้อหาติดสินบนเจ้าพนักงาน จะต้องรอผลการตรวจตรวจพิสูจน์คลิปเสียงก่อน จึงจะตั้งข้อหากับ นายเปรมชัย ต่อไป







