
ไม่เอาไม่ล่า
คงไม่ช้าจนเกินไป หากจะพูดเกี่ยวกับเรื่องของเศรษฐีรับเหมาก่อสร้างยักษ์ใหญ่ของเมืองไทยอย่าง เปรมชัย กรรณสูต ซีอีโอบริษัท อิตาเลียนไทยฯ
โดย...ดาบบุญ
คงไม่ช้าจนเกินไป หากจะพูดเกี่ยวกับเรื่องของเศรษฐีรับเหมาก่อสร้างยักษ์ใหญ่ของเมืองไทยอย่าง เปรมชัย กรรณสูต ซีอีโอบริษัท อิตาเลียนไทยฯ ที่เข้าไปพัวพันและตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาว่าเข้าไปล่าสัตว์ป่าที่ทุ่งใหญ่นเรศวร ป่าสงวนของชาติไทย
ของกลางที่สร้างบาดแผลให้กับคนไทยคือซากเสือดำที่ยังไม่โตเต็มที่ ถูกชำแหละเถือหนัง พร้อมกับซากสัตว์ป่าชนิดอื่นๆ แม้เจ้าตัวปฏิเสธในชั้นสอบสวนของตำรวจ แต่เรื่องนี้ก็ต้องว่ากันไปตามกระบวนการยุติธรรม
แต่ก่อนอื่น ผมต้องขอกราบหัวใจของ วิเชียร ชิณวงษ์ และทีมเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ที่ไม่อาจนิ่งนอนใจ และเดินหน้าขอให้เอาผิดกับกลุ่มคนที่ล่าสัตว์ป่าอย่างผิดกฎหมาย
ชนิดที่ไม่ได้เกรงกลัวว่าเศรษฐีจะใหญ่คับฟ้า มากล้นบารมี ใกล้ชิดกับผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองแค่ไหนก็ตาม
กราบงามๆ ไว้บนบรรทัดนี้ ให้โลกได้รู้ถึงหัวจิตหัวใจของความอนุรักษ์ผืนป่า ชีวิตสัตว์ป่าที่เป็นสมบัติของชาติ และขอยกย่องสดุดีเจ้าหน้าที่ผืนป่าทุกคน
เพราะสัตว์พวกนี้ไม่มีเสียงร้องขอความยุติธรรมได้เอง หนำซ้ำยังถูกคนถือปืนเข้ามาฆ่าพวกเขาในป่าที่เป็นบ้านของตัวเองอย่างเลือดเย็น และไร้ซึ่งมนุษยธรรม
ดาบบุญเชื่อว่าคนไทยจำนวนมหาศาลกำลังติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพราะเรื่องกระทำต่อสัตว์ป่าอย่างโหดเหี้ยม ย่อมกระแทกเข้าไปถึงหัวใจอันเมตตาของคนทั่วไป
และแน่นอนว่าการจับตาไปยังหน่วยงานที่อำนวยความยุติธรรมให้เกิดขึ้นย่อมต้องเกิดขึ้นตามมาด้วย เพราะเสียงส่วนใหญ่จากสาธารณะยังคงไม่เชื่อมั่นว่าจะเรียกความยุติธรรมให้สัตว์ป่าที่ตายเพราะคมกระสุนจากการล่าสัตว์ให้กลับคืนมาได้
แต่ดาบบุญก็เชื่อว่าเรื่องใหญ่ขนาดนี้ การเล่นตุกติกใช้เส้นสายบารมีเพื่อให้รอดพ้นความผิดคงไม่เกิดขึ้น และคงเป็นไปไม่ได้ ไม่เช่นนั้นเสียงประชาชนจะถล่มยับอย่างแน่นอน และกระบวนการยุติธรรมของบ้านเราจะทำหน้าที่อย่างถูกต้อง กับการฆ่าเสือดำและสัตว์ป่าอื่นๆ ชีวิตของพวกเขาเหล่านี้จะต้องไม่ตายฟรี
การที่เป็นคนร่ำรวยหากิจกรรมตามประสาเศรษฐีต่างๆ เพื่อสร้างความสุขให้กับตัวเอง ในสังคมโลกคงมีอยู่มากล้น แต่การเอารสนิยมการฆ่า ล่าสัตว์ป่า อาจจะเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม และแน่นอนว่ายิ่งเป็นเศรษฐีไทย เป็นคนที่มีหน้าตาในสังคม คนไทยก็ยิ่งรับไม่ได้เข้าไปใหญ่
ยิ่งหากเป็นเศรษฐีรุ่นใหญ่วัยสูงอายุ ดาบบุญคิดว่าการทำคุณประโยชน์เพื่อส่วนรวมเพื่อชะล้างบาปกรรมของแต่ละบุคคลที่ได้ทำมา ยิ่งต้องเป็นเรื่องที่ควรจะฉุกคิดและใส่ใจลงมือทำ
คงไม่ใช่หาทำบาปสร้างเวรกรรมในช่วงบั้นปลายของชีวิต เพราะต้องไม่ลืมว่าเวรกรรมมันมีจริงและตามทันให้เห็นผลกันได้ทันทีในชาตินี้
หรือหากคิดว่าหลุดพ้นไปได้ในชาตินี้ ก็ไม่มีอะไรการันตีว่าชาติหน้าบุญเวรจะไม่ตามมา และเหนืออื่นใดยิ่งเป็นคนใหญ่คนโตจะทนอยู่กับเสียงนินทาถึงวีรกรรมอันไม่สง่างามของตัวเองได้ไปจนลมหายใจสุดท้ายได้หรือไม่
ท้ายสุดแล้ว วิถีของลูกผู้ชายไม่ว่าจะยากดีมีจน การล่าเอาชีวิตของสัตว์คงไม่ได้บ่งบอกถึงตัวตนว่าแน่แค่ไหนหรอกครับ ยุคสมัยใหม่ที่เปลี่ยนไป น่าจะหันมาปกป้อง มาอนุรักษ์สัตว์ป่าที่มันเหลืออยู่น้อยนิดแล้วจะดีกว่า หากหิวโหยก็เดินเข้าตลาดตามวัฏจักรของสังคมที่มีอยู่ หากินใส่ปากท้องให้อิ่มแล้วมีแรงสู้ต่อไปกับการงานและชีวิต และสามารถเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวอย่างไม่เบียดเบียนใคร
นั่นคงเป็นความหมายของลูกผู้ชายที่ควรทำกระมังครับ







