
จิ๋วโวชนะ2อำเภอถือว่าคว้าชัยเหนือปชป.
บิ๊กจิ๋ว โวยชนะ 2 อำเภอถือว่าพรรคเพื่อไทยคว้าชนะเหนือพรรคประชาธิปัตย์
บิ๊กจิ๋ว โวยชนะ 2 อำเภอถือว่าพรรคเพื่อไทยคว้าชนะเหนือพรรคประชาธิปัตย์
พล.อ. ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย พร้อมแกนนำพรรคหลายคน ได้ประชุมพบปะสมาชิกพรรคเพื่อไทยใน จ.สุราษฎร์ธานีและใกล้เคียง ที่โรงแรมร้อยเกาะ อ.เมืองสุราษฎร์ธานี ระหว่างเดินทางมาหาเสียงช่วยนาย วรวุฒิ วิชัยดิษฐ์ ผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 1 ของพรรค
พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า การเลือกตั้งซ่อม ส.ส.สุราษฎร์ธานี เพื่อเป็นการแสดงสปิริตทางการเมืองที่จะไม่ยอมให้มีการผูกขาดทางการเมือง จึงส่งนายวรวุฒิ เป็นตัวแทนลงสมัครรับเลือกตั้งแข่งกับนายสุเทพ ซึ่งทางพรรคไม่ได้มีการคาดหวังว่าจะชนะการเลือกตั้ง แต่ถ้าหากผลการนับคะแนนเลือกตั้งออกมาขอเพียงเรามีคะแนนชนะนายสุเทพ ใน 2 หรือ 3 อำเภอก็ถือว่าเราชนะแล้ว
พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า โดยส่วนตัวชอบคนใต้ผูกพันกับคนใต้ เพราะว่าคนใต้มีคุณสมบัติพิเศษ 4 ประการคือ ชอบขวนขวายหาความรู้ มีอุดมการณ์ทางการเมือง ชอบทำกิจกรรมเสียสละต่อส่วนรวม ต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรม ประการสุดท้ายรักใครรักจริงอย่างนายวรวุฒิ ลงสมัครก็รู้ว่าโอกาสชนะมีน้อย โดยเฉพาะชาวสุราษฎร์ธานีไปแล้วรักนักการเมืองรักจริง แต่ถามว่าพรรคการเมืองนี้เคยช่วยเหลืออะไรบ้างไหมพูดได้เลยว่านนทบุรีบ้านตนเจริญกว่าเยอะบางคนบุกรุกเขาแพงไม่น่าเชื่อว่าคนสุราษฎร์ก็ยังรักเหมือนเดิม
“ เชื่อว่าไม่ช้าคนสุราษฎร์จะลงโทษให้เห็นการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ การที่นายชุมพลประสบอุบัติเหตุทางการเมือง คนใต้มีประเพณีทางการเมืองก็มักจะส่งญาติพี่น้องลงสมัครแทน ตอนที่ท่านสุเทพลาออกก็ส่งน้องชายลงสมัคร เพราะว่าการเมืองไม่ใช่เรื่องการผูกขาด ซึ่งการเมืองครั้งนี้นางโสภา กาญจนะ ภรรยานายชุมพลถือว่าเป็นคนคุณภาพก็อยากจะลง แต่มีการแหกม่านประเพณีเลือกนายสุเทพลงสมัครเชื่อคนสุราษฎร์รับไม่ได้และจะสั่งสอน ” พ.อ.อภิวันท์ กล่าว
พ.อ.อภิวันท์ กล่าวอีกว่า ทำไมการเมืองผูกขาดอยู่กับคนตระกูลเดียว การที่ผูกขาดอำนาจทางเมืองด้วยคนตระกูลเดียวจังหวัดนั้นไม่มีทางที่จะเจริญได้อย่างแน่นอน การที่นาย วรวุฒิ ลงสมัคร จะได้พิสูจน์ตัวเองมีอุดม การณ์อันแรงกล้าในการทำการเมืองอย่างแท้จริงและสามารถทำความเจริญให้กับจังหวัดได้
นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เป็นคนสุราษฎร์ธานีเช่นเดียวกับนายจตุพร เป็นแกนนำ นปช. เป็นคนบ้านดอน แกนนำพรรคเพื่อไทยก็คนบ้านดอนเป็นพรรคที่เปิดโอกาสไม่ใช่ผูกขาดเชื่อว่าคนปักษ์ใต้มีหัวคิดขอเปลี่ยนแปลงในการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้
ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน กล่าวว่า การที่พรรคเพื่อไทยส่งลงสมัครแล้วจะสู้พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้มีความรู้สึกกดดันไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ จะเอาใครมาลงก็ได้ นายวรวุฒิเป็นคนที่มีบทบาทที่สำคัญของพรรคและ การเลือกตั้งเอาแน่นอนไม่ได้ไม่ใช่หนีเหมือนกับพรรคประชาธิปัตย์ที่บอยคอตการเลือกตั้งที่ผ่านมา ช่วงเวลา 3 สัปดาห์การหาเสียงจะมีตนเองและอีกหลายลงมาช่วย เชื่อว่าคนภาคใต้ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงและต้องการคนสู้จริง
“ การลงสมัคร ส.ส. ของนายสุเทพ เพราะคิดเป็นนายกรัฐมนตรีประการหนึ่ง เพราะเขารู้ว่าช่วงการปราบปรามคนเสื้อแดง นายสุเทพกลัวมีความผิดและการลงสมัครเมื่อได้เป็น ส.ส.จะได้มีเอกสิทธิ์คุ้มครองเช่นที่ตนเองใช้เอกสิทธิ์ซึ่งเราอยากจะดูคะแนนว่าในเขต 1 ใครเกลียดนายสุเทพบ้าง และเพลงที่ใช้หาเสียงก็ชื่อเพลงล้มช้าง และระยะเวลา 20 วันเป็นเวลาของการท้าทายเป็นกระแสความสนใจของคนทั้งประเทศ เมื่อมาถึงขนาดนี้แล้วก็ไม่มีอะไรที่น่ากลัวและความรับผิดชอบก็อยู่ที่นายสุเทพหากว่าตนมีเลือดไหลหยดแม้แต่หยดเดียว ” นายจตุพร กล่าว
นายจตุพร กล่าวอีกว่า ปัญหาของการเลือกตั้งล่วงหน้าต้องเลือกก่อน 1 สัปดาห์ การเว้นนาน 2 สัปดาห์มีแต่ที่ จ.สุราษฎร์ธานีเท่านั้นไม่เข้าใจเพราะอะไร อาจจะมีการสลับหีบเลือกตั้งแล้วนายวรวุฒิจะมีปัญหากำลังหาคนไปเฝ้าหีบได้อย่างไร พวกเราต่อต้านเลือกตั้งล่วงหน้าโกงหีบเลือกตั้งนี้คือสภาพการฉ้อในการเลือกตั้ง ตนเองเชื่อว่า พรรคประชาธิปัตย์ชนะ แต่ไม่น่าจะมากขนาดนั้น
“ ครั้งนี้ขอพิสูจน์ชะตากรรมของเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เพราะต้องมีอันเป็นไปคือหนึ่งตาย สองออกจากพรรค อย่างเสธหนั่นสุดท้ายก็ต้องออกจากพรรค ซึ่งนายสุเทพไม่รู้ว่าจะเลือกตายหรือเลือกออก ตอนนี้ดูเครียดหน้าดำกว่าตนเองแล้วและตอนหาเสียงเลือกตั้งนายสุเทพอาจจะเกร็งหัวใจวายตายได้ ” นายจตุพร กล่าว







