
พท.งัด สโลแกน”หยุดผูกขาดสุราษฎร์” ชนสุเทพ
“จตุพร” เผย พท.งัด สโลแกน”หยุดผูกขาดสุราษฎร์” ชนสุเทพ แม้จะรู้ว่าแพ้ ดักคอ ปชป. หาเสียงอย่างสุภาพบุรุษ รับ ใช้เวทีหาเสียงพบปะเสื้อแดง
“จตุพร” เผย พท.งัด สโลแกน”หยุดผูกขาดสุราษฎร์” ชนสุเทพ แม้จะรู้ว่าแพ้ ดักคอ ปชป. หาเสียงอย่างสุภาพบุรุษ รับ ใช้เวทีหาเสียงพบปะเสื้อแดง
เมื่อเวลา06.00 น.ที่ท่าอากาศยานดอนเมืองแกนนำและส.ส.พรรคเพื่อไทย นำโดย พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร และส.ส.นนทบุรี นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย โดยนายจตุพร ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางลงพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี ช่วยนายวรุวฒิ วิชัยดิษฐ สมัครรับเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 1 สุราษฎร์ธานี และปราศรัยหาเสียง ว่าสำหรับแนวทางการหาเสียงของพรรคเพื่อไทยนั้น จะมีพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรค พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร และส.ส.นนทบุรี ลงพื้นที่ไปให้กำลังใจนายวรวุฒิ จากนั้นจะเปิดเวทีปราศรัย โดยพล.อ.ชวลิต จะปราศรัยเรื่องแผนการพัฒนาภาคใต้ ส่วนตนและหัวหน้าพรรค จะพูดเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมือง ทั้งนี้ตนได้หารือกับนายวรวุฒิ ที่ลงพื้นที่ล่วงหน้าไปก่อนแล้วว่าจะไปพบปะกับพี่น้องเสื้อแดงในภาคใต้ไปพร้อมกัน
นายจตุพร กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยประกาศตั้งแต่ต้นแล้วว่าไม่ได้คาดหวังว่าจะชนะการเลือกตั้ง จึงไม่รู้สึกกดดันอะไรเลย เนื่องจากรับความพ่ายแพ้ตั้งแต่ต้น แต่ชัยชนะของนายวรวุฒิ คือการได้บอกความจริงให้กับประชาชนภาคใต้รับทราบ ซึ่งการเริ่มต้นต่อสู้ครั้งนี้กล้าประกาศว่าจะแพ้ แต่กล้าที่จะสู้ กล้าที่จะเปลี่ยนโดยชูคำขวัญว่า“หยุดผูกขาดสุราษฎร์ธานี” เพราะในจังหวัดสุราษฎร์ฯ นอกจากจะมีพรรคการเมืองหนึ่งผูกขาดแล้ว ยังไปล็อกสเป็กให้ผู้สมัครตระกูลใดตระกูลหนึ่งอีก ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น แต่เจตนารมณ์ของการเป็นพรรคการเมืองต้องกล้านำเสนอให้เป็นทางเลือกกับประชาชน และการลงพื้นที่ครั้งนี้คาดหวังว่าจะไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น เพราะหากมีอะไรเกิดขึ้นที่จ.สุราษฎร์ฯ เมื่อพรรคประชาธิปัตย์ไปหาเสียงที่ไหนก็จะเจอปัญหาทุกที่เหมือนกัน ดังนั้นขอให้ร่วมสร้างบรรยากาศในการรณรงค์หาเสียง เพื่อวันที่พรรคประชฺปัตย์ ไปอีสานหรือจ.ภาคเหนือก็จะได้รับการยอมรับการปฏิบัติอย่างเดียวกัน
“หลายคนที่เป็นห่วงว่าไปจ.สุราษฎร์ มีอะไรน่ากลัว ผมบอกว่าไม่น่ากลัว นายสุเทพก็เกิดที่นั่น ผมก็เกิดที่นั่น แต่ถ้าต้องการจะสร้างบรรยากาศว่าข้าจะทำอะไรก็ได้นั้น ไม่มีใครที่จะทำอย่างนั้นได้ ผมลงไปก็ไม่มีอะไรที่หวั่นกลัว และเชื่อว่านายสุเทพ ก็รู้ว่าอะไรควรไม่ควร เพราะเวลา 20 กว่าวัน ควรจะรณรงค์หาเสียงอย่างสุภาพบุรุษและตรงไปตรงมา ส่วนผลการตัดสินแม้ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะคิดว่าชนะอยู่แล้ว แต่เป็นหน้าที่ของผมที่ต้องทำความจริงให้ปรากฎ และได้พูดครบทุกพื้นที่ก็ถือว่าพอใจแล้ว ผลคะแนนได้เท่าไร่ถือว่าเป็นผลพลอยได้ พรรคเพื่อไทยรักไทยเดิมเคยได้คะแนนปาร์ตี้ลิสต์ เมื่อปี 48 ในพื้นที่ภาคใต้ถึง1ล้านคะแนน วันนี้เราก็ไปตามหาคะแนนเดิมที่เราเคยได้” นายจตุพร กล่าวว่า







