
ประเด็นร้อน 8 ต.ค.
ติดตามการแก้ปัญหามาเฟียในสนามบินสุวรรณภูมิ หลังจากเมื่อค่ำวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา ทอท.ได้เข้าควบคุมพื้นที่อาคารจอดรถ และวันที่ 8 ต.ค. บริษัท ปาร์คกิ้งฯ ที่ได้รับสัมปทาน จะยื่นศาลปกครองขอคุ้มครองฉุกเฉิน ส่วนเรื่องค่าเงินบาทต้องติดตามว่าจะแข็งขึ้นเป็น 29 บาท จุดเท่าไหร่เมื่อเทียบกับเหรียญสหรัฐ
ติดตามการแก้ปัญหามาเฟียในสนามบินสุวรรณภูมิ หลังจากเมื่อค่ำวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา ทอท.ได้เข้าควบคุมพื้นที่อาคารจอดรถ และวันที่ 8 ต.ค. บริษัท ปาร์คกิ้งฯ ที่ได้รับสัมปทาน จะยื่นศาลปกครองขอคุ้มครองฉุกเฉิน ส่วนเรื่องค่าเงินบาทต้องติดตามว่าจะแข็งขึ้นเป็น 29 บาท จุดเท่าไหร่เมื่อเทียบกับเหรียญสหรัฐ
ด้านการเมือง อดีตรองนายกฯ สุเทพ เทือกสุบรรณ จะไปสมัครเลือกตั้งซ่อม สส.ที่สุราษฎร์ฯ เช่นเดียวกับพรรคเพื่อไทยที่จะสมัครวันนี้เช่นกัน รวมทั้งการขยายผลระเบิดที่แมนชันย่านบางบัวทอง ว่าจะขยายผลไปถึงตัวการได้แค่ไหน1.นายธนกฤต เจตกิตติโชค กรรมการบริษัท ปาร์คกิ้ง แมนเนจเม้นท์ จะยื่นศาลปกครองเพื่อขอคุ้มครองฉุกเฉินหลังจากเมื่อเวลา 18.00 น. ของคืนวันที่7 ต.ค.ที่ผ่านมา บริษัท ท่าอากาศยานไทยหรือ ทอท. ได้นำกำลังของศูนย์รักษาความปลอดภัยสนามบินสุวรรณภูมิกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ราชาเทวะ เข้าควบคุมพื้นที่อาคารจอดรถโซน 2 และ 3 ของสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งทางบริษัท ปาร์คกิ้งฯ ได้รับสัมปทาน โดยได้ไล่พนักงานเก็บเงินของบริษัท ปาร์คกิ้งฯ กว่า 20 คน ออกจากตู้เก็บเงินทางเข้าและออกทั้งหมด จากนั้นให้เจ้าหน้าที่ของ ทอท.เข้าไปปฏิบัติหน้าที่บริการฟรี ไม่เก็บค่าที่จอดรถ
นอกจากนี้ จากความวุ่นวายดังกล่าวนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม ได้ตั้งคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้พื้นที่ภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและการบริหารจัดการระบบขนส่ง โดยจะประชุมติดตามความคืบหน้าในวันที่ 8 ต.ค.นี้ ที่กระทรวงคมนาคม 2.เช้าวันที่ 8 ต.ค. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง จะเดินทางไปสมัครเลือกตั้งซ่อม สส.สุราษฎร์ธานี เขต 1 ทันที โดยไม่ระบุเวลาว่าจะไปสมัครเวลาเท่าใด โดยอ้างว่าถือฤกษ์สะดวก ขณะที่ฝั่งพรรคเพื่อไทยที่ส่ง "วรวุฒิ วิชัยดิษฐ" ลงแข่งขันด้วยนั้นก็จะมาสมัครเลือกตั้งในวันนี้เช่นกันโดยมี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นผู้อำนวยการการเลือกตั้งซ่อมของพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย"จตุพร พรหมพันธุ์" มาร่วมให้กำลังใจและวัดกระแสคนเสื้อแดงในพื้นที่ด้วยต้องดูว่าทั้งสองพรรคจะจ๊ะเอ๋มาสมัครในเวลาเดียวกันหรือไม่ และกองเชียร์ทั้งสองฝ่ายจะมีปฏิกิริยาต่อกันอย่างไร
3.เวลา 09.00 น. นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำกลุ่มคนเสื้อหลากสีจะเดินทางไปที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) พร้อมรายชื่อประชาชนจำนวน20,800 รายชื่อ เพื่อยื่นถอดถอนนายจตุพร พรหมพันธุ์ สส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย (พท.) พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 และนายการุณ โหสกุล สส.พรรคเพื่อไทย ฐานมีพฤติการณ์ไม่เหมาะสมอย่างร้ายแรงทางการเมือง ส่อว่าขัดรัฐธรรมนูญในการปราศรัยและร่วมชุมนุมทางการเมืองกับกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จนกลายเป็นการจลาจลในวันที่ 19-20 พ.ค. 2553 4.ต้องจับตาการคลี่คลายขยายผลเหตุระเบิดบางบัวทอง ว่าจะสาวถึงผู้บงการหรือเครือข่ายอื่นๆ ได้อีกหรือไม่โดยเฉพาะการตามหาสามี-ภรรยา จากจ.นราธิวาส ที่คาดว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับการขนสารวัตถุตั้งต้นดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม พบว่าแกนนำคนเสื้อแดงกำลังตัดตอนคดีดังกล่าว โดย "จตุพรพรหมพันธุ์" ออกมาปฏิเสธว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวข้องกับคนเสื้อแดง แต่ "บัวคำ เมืองมา" ภรรยา "สมัย วงศ์สุวรรณ" เจ้าของห้องที่เกิดเหตุย้ำว่า"สมัย" สู้เพื่อคนเสื้อแดงมาตลอด แต่ทำไมไม่มีแกนนำคนเสื้อแดงมาช่วยเหลือบ้าง ต้องติดตามว่าเจ้าหน้าที่จะขยายผลคดีนี้อย่างไร5.เรื่องเงินๆ ทองๆ ยังเป็นสิ่งที่หลายคนสนใจ เวลา 10.30 น. วันที่ 8 ต.ค. นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลังไปเป็นประธานในพิธีเปิดงานมหกรรมการเงิน มันนี่ เอ็กซ์โป โคราช ครั้งที่ 4 (Money Expo Korat 2010 : The Road To Wealth) ที่ห้องเอ็มซีซี ฮอลล์ เดอะมอลล์โคราช จ.นครราชสีมา งานนี้ย้ายวิกจากกทม. เปลี่ยนบรรยากาศไปจัดที่ประตูสู่ภาคอีสาน
6.จับตาค่าเงินบาทจะแข็งขึ้นต่อเนื่องอีกหรือไม่ เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ปิดตลาดที่ระดับ 29.87/89 บาท/เหรียญสหรัฐ มีแนวโน้มปรับตัวแข็งค่าในทิศทางเดียวกับค่าเงินในภูมิภาค เนื่องจากได้รับปัจจัยหนุนจากเงินทุนต่างประเทศไหลเข้า โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เข้ามาดูแลเป็นระยะๆ เพื่อไม่ให้ปรับตัวแข็งค่าเร็วเกินไป คาดว่าในวันที่ 8 ต.ค. เงินบาทจะแกว่งตัวในกรอบ 29.75-29.95 บาทต่อเหรียญสหรัฐ7.นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์แถลงตัวเลขบริษัทจดทะเบียนนิติบุคคลเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดหนึ่งของสภาวะเศรษฐกิจไทย เมื่อยอดจดทะเบียนธุรกิจในเดือน ส.ค. 2553 พบว่ามีผู้ประกอบธุรกิจขอจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่เป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วน บริษัทจำกัดทั่วประเทศ จำนวน4,447 ราย หรือเพิ่มขึ้น 18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่นิติบุคคลที่จดทะเบียนเลิกทั่วประเทศในเดือน ส.ค. 2553 มีจำนวน 1,182 รายหรือลดลง 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา







