
"อังคณา-ทิชา"ผิดหวังผลสอบสมาคมนักข่าวฯปม "บิ๊กสื่อ" ฉาว
อดีตกสม.และสปช. เผยรู้สึกผิดหวังต่อรายงานการแสวงหาข้อเท็จจริงกรณีผู้บริหารองค์กรสื่อมีพฤติกรรมเข้าข่ายคุกคามทางเพศ
อดีตกสม.และสปช. เผยรู้สึกผิดหวังต่อรายงานการแสวงหาข้อเท็จจริงกรณีผู้บริหารองค์กรสื่อมีพฤติกรรมเข้าข่ายคุกคามทางเพศ
ภายหลังคณะกรรมการบริหาร สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เผยแพร่คำแถลงผลการพิจารณารายงานการแสวงหาข้อเท็จจริงกรณีผู้บริหารองค์กรสื่อมีพฤติกรรมเข้าข่ายคุกคามทางเพศ
ล่าสุดเมื่อวันที่ 30 ม.ค. นางอังคณา นีละไพจิตร อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือ กสม. โพสต์ข้อความเเสดงความผิดหวังต่อเเถลงการณ์ดังกล่าว โดยระบุว่า ผิดหวังเสียใจ ไม่คิดว่าผลการพิจารณารายงานการแสวงหาข้อเท็จจริง ของสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯ กรณีผู้บริหารองค์กรสื่อมีพฤติกรรมเข้าข่ายคุกคามทางเพศ จะมีคำพูดที่ดูถูกผู้หญิง และไม่เคารพสิทธิมนุษยชนของผู้หญิง เช่นนี้
ที่สำคัญคือการทำให้เรื่องร้ายแรงกลายเป็นเรื่องธรรมดาที่อาจเกิดขึ้นได้ แนะนำให้สมาคมนักข่าวฯ นำมติ ครม. เรื่องการคุกคามทางเพศในการทำงาน มาปฏิบัติเพื่อคุ้มครองสิทธิมนุษยชนสื่อมวลชนหญิงทุกคน เยียวยาฟื้นฟูจิตใจผู้เสียหาย และลงโทษผู้กระทำผิด
“บุคคลหนึ่งได้รับการปลูกฝังมาในเรื่องการให้เคารพต่อผู้ใหญ่ และวัฒนธรรมองค์กรที่ให้ความสำคัญกับผู้บังคับบัญชา จึงมีการดูแลบุคคลอีกคนหนึ่งในลักษณะที่ใกล้ชิดสนิทสนม การให้ความไว้วางใจ ซึ่งมีบางเรื่องที่ ความไว้วางใจเป็นเหตุทำให้เกิดความเข้าใจในลักษณะที่เป็นการตีความเข้าข้างตนเองของอีกฝ่ายหนึ่ง จนอาจนำไปสู่ความสุ่มเสี่ยงต่อการคุกคามทางเพศ เพราะต่างตีความเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยมุมมองที่แตกต่างกัน”
“ข้อเสนอต่อการป้องกันและการแก้ไขปัญหาการคุกคามทางเพศในองค์กรสื่อ และ การทำหน้าที่ของสื่อต่อประเด็นนี้นั้น เห็นชอบกับข้อเสนอของ คณะอนุกรรมการแสวงหาข้อเท็จจริงฯ ที่ว่า บุคลากรวิชาชีพสื่อต้องมีความเชื่อมั่นในกลไกการกำกับดูแลกันเอง"
ด้าน นางทิชา ณ นคร อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) ก็เเสดงความผิดหวังเช่นกัน โดยระบุว่า อ่านเอกสารที่เป็นผลจาก การแสวงหาข้อเท็จจริง
"กรณีผู้บริหารองค์กรสื่อมีพฤติกรรมเข้าข่ายคุกคามทางเพศ" ค่อนข้างแปลกใจกับการให้ความหมายความสัมพันธ์ โดยเฉพาะย่อหน้าที่ 5
"เอาล่ะต่อไปนี้ ไม่ต้องไปหวังอะไรในประเด็นคุกคามทางเพศที่เกิดขึ้น ณ หน่วยงานรัฐ การเมือง ศูนย์กลางอำนาจ ฯลฯ เพราะการคุกคามทางเพศมันแฝงอยู่ในความสัมพันธ์เชิงอำนาจ ที่ทางของมันและความเเข็งแกร่งของมันก็ที่นั่นแหละ ไม่ต่างจากเหรียญที่มี 2 ด้าน ด้านหนึ่งคือ คุกคามทางเพศ ด้านหนึ่งคือ ความสัมพันธ์เชิงอำนาจ
"เมื่อให้ความหมายไม่ได้ เมื่อมองไม่เห็น จบกัน ตกลงนี่ไร้เดียงสาจริงหรือไร้เดียงสาเฉพาะกิจ
หากทำไม่รู้ไม่ชี้กับประเด็นความสัมพันธ์เชิงอำนาจ ในบริบทการคุกคามทางเพศ ไม่ต่างกับ การวินิจฉัยโรคคลาดเคลื่อน การให้ยาผิด การรักษาผิดและ สังคมก็ต้องรับผล โรคดื้อยา โรครักษาไม่หาย โรคเรื้อรังนี้ต่อไป ในที่สุด ถอยหลังเข้าคลองอีกประเด็นหนึ่ง" นางทิชาระบุ
อ่านข่าว สมาคมนักข่าวเผยผลสอบกรณี "บิ๊กสื่อ" พบมีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงคุกคามทางเพศ
https://www.posttoday.com/social/general/537933







