posttoday
สนช.เสียงแตก! ปมขยายเวลากฎหมายเลือกตั้ง90วัน

สนช.เสียงแตก! ปมขยายเวลากฎหมายเลือกตั้ง90วัน

25 มกราคม 2561

สนช.ถกปมขยายเวลากฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. 90 วัน "กรธ."เดินหน้าค้าน อ้างคสช.ไม่เคยสั่งมาก่อน กกต.เผยโรดแมปจะเริ่มได้คสช.ต้องประชุมร่วมพรรคการเมือง

สนช.ถกปมขยายเวลากฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. 90 วัน "กรธ."เดินหน้าค้าน อ้างคสช.ไม่เคยสั่งมาก่อน กกต.เผยโรดแมปจะเริ่มได้คสช.ต้องประชุมร่วมพรรคการเมือง

เมื่อวันที่ 25 ม.ค. การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช.ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้เริ่มพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสส.เป็นรายมาตราจำนวน 178 มาตราตั้งแต่เวลา 9.30น.

ทั้งนี้ การพิจารณาในมาตรา 2 ว่าด้วยการกำหนดให้พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 90 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป จากเดิมที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กำหนดให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป นายพรเพชร ได้กำหนดให้การอภิปรายมาตรานี้ออกมาเป็น 3 กลุ่มได้แก่ 1.กลุ่มที่เสนอให้คงไว้ตามเดิม 2.กลุ่มที่เสนอให้ขยายเวลาออกไป 90 วันตามที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเสียงข้างมากได้แก้ไข และ 3.กลุ่มที่เสนอให้ขยายเวลาออกไป 120 วัน

นายวิทยา ผิวผ่อง ประธานคณะกมธ.วิสามัญฯ กล่าวถึงเหตุผลที่คณะกมธ.วิสามัญฯได้ขยายเวลาออกไป 90 วันว่า ที่ผ่านมาสนช.เคยผ่อนเวลาการให้กฎหมายมีผลบังคับใช้แล้วในหลายรูปแบบ เช่น ให้มีผลบังคับเมื่อพ้น 90 วันหรือ 240 วันมาแล้วโดยไม่ได้กำหนดให้ เช่น พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ร.บ.ผู้สูงอายุ พ.ร.บ.บำเหน็จบำนาญข้าราชการ เป็นต้น

นายวิทยา กล่าวว่า การเลื่อนระยะเวลาการบังคับใช้ออกไปเพื่อให้ประชาชน ซึ่งเป็นบุคคลที่ได้รับผลกระทบโดยตรงได้มีเวลาเตรียมตัวจะได้ไม่ประพฤติผิดหรือจะได้ไม่ทำผิดโดยเจตนา  คณะกมธ.อยากให้กฎหมายฉบับนี้เป็นการพัฒนาการเลือกตั้งและพัฒนาประชาธิปไตยเพื่อนำไปสู่การปฏิรูปประเทศ จึงขอเสนอเลื่อนการใช้บังคับกฎหมายออกไปไป 90 วัน เพื่อให้ผู้สมัครรับเลือกตั้ง และ เจ้าหน้าที่ของรัฐได้ทำความเข้าใจกับหลักเกณฑ์ฉบับใหม่โดยไม่ให้เกิดความผิดพลาดในการปฏิบัติหน้าที่

ด้าน นายประพันธ์ นัยโกวิท กรธ.ในฐานะกมธ.วิสามัญฯเสียงข้างน้อยที่ไม่เห็นด้วยกับการขยายเวลาออกไป 90 วัน กล่าวว่า การกำหนดเวลา 90 วันเป็นการเปลี่ยนแปลงหลักการเดิมที่กรธ.ได้กำหนดเอาไว้ ซึ่งสนช.ได้ลงมติรับหลักการในวาระแรก ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญพ.ศ.2560 ได้กำหนดขั้นตอนและระยะเวลาของการเลือกตั้งสส.เป็นครั้งแรกภายหลังกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 4 ฉบับมีผลบังคับใช้ โดยต้องให้มีการเลือกตั้งภายใน 150 วัน

นายประพันธ์ กล่าวว่า ระยะเวลา 150 วันที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้นั้นมีความเหมาะสมและยืดหยุ่น อีกทั้งยังเป็นระยะเวลาที่ยาวกว่าระยะเวลาที่กำหนดไว้รัฐธรรมนูญพ.ศ.2550 โดยรัฐธรรมนูญพ.ศ.2550 กำหนดไว้เพียง 90 วันเท่านั้น ดังนั้น ระยะเวลา 150 วันเหมาะสมและสามารถปฏิบัติหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้งได้

“ข้อห่วงใยต่างๆคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญได้รับฟังมาโดยตลอด และร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสส. และการได้มาซึ่งสว. คณะรักษาความความสงบแห่งชาติ คณะรัฐมนตรี รวมถึงกกต.ไม่เคยแจ้งข้อมูลหรือขอให้กกต.ขยายหรือทำอะไรเกี่ยวกับมาตรา 2 แต่อย่างใด ดังนั้น กรธ.จึงเห็นว่าระยะเวลาการบังคับใช้กฎหมายตามเดิมที่สนช.ได้เคยรับหลักการเอาไว้ในวาระแรกมีเหตุผลเหมาะสมแล้ว”นายประพันธ์ กล่าว 

นายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน สมาชิกสนช.ในฐานะกมธ.วิสามัญฯเสียงข้างน้อยที่ไม่เห็นด้วยกับระยะเวลา 90 วันแต่เสนอให้ขยายเวลา 120 วัน กล่าวว่า ระยะเวลา 90 วันยังไม่เพียงพอและอาจเกิดประเด็นปัญหาในทางการเมืองในอนาคต โดยเฉพาะอาจทำให้ดำเนินการตามกฎหมายไม่ทันในทางปฏิบัติ ซึ่งถ้าจะไปขอขยายเวลาภายหลังก็จะเป็นประเด็นทางการเมืองเข้าไปอีก 

นายทวีศักดิ์ กล่าวว่า เมื่อครั้งที่กรธ.เสนอร่างกฎหมายเข้ามาสนช.ในวาระแรกไม่ได้กำหนดขยายเวลาการบังคับใช้กฎหมายอย่างที่หลายฝ่ายเข้าใจตรงกัน โดยระหว่างที่คณะกมธ.วิสามัญฯได้พิจารณาร่างกฎหมายมาตามลำดับ ปรากฏว่ามีเสียงเรียกร้องจากฝ่ายการเมืองที่ต้องการเลือกตั้ง ภายหลังพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองมีผลบังคับใช้ ซึ่งกฎหมายพรรคการเมืองได้กำหนดให้พรรคการเมืองดำเนินการปรับปรุงพรรคการเมืองให้เข้ากับกฎหมายใหม่ ต่อมามีรองหัวหน้าพรรคการเมืองออกมาแสดงความคิดเห็นว่าอาจทำให้พรรคการเมืองทำไพรมารี่โหวตไม่ทัน จนกระทั่งคสช.มีคำสั่งที่ 53/2560 ออกมาเพื่อให้สมาชิกพรรคการเมืองมายืนยันการเป็นสมาชิกพรรคด้วยตัวเอง ซึ่งมีผลให้ระยะเวลาที่พรรคการเมืองจะดำเนินกิจกรรมตามกฎหมายได้ต้องถูกขยับออกไป 6 เดือน

“ถ้าจะจัดการเลือกตั้งด้วยความพร้อมของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะเป็นปัญหาที่ตามมา เคยมีตัวอย่างมาแล้วจากการเลือกตั้งเมื่อปี 2557 ซึ่งกกต.บอกว่าพร้อมแต่ฝ่ายอื่นไม่พร้อม สุดท้ายจัดการเลือกตั้งไม่สำเร็จ จึงคิดว่าแนวทางที่เราจะดำเนินการจัดการเลือกตั้งต่อไปในอนาคต ไม่ควรเกิดขึ้นในบรรยากาศแห่งการต่อสู้และเอาชนะกัน แต่ควรมานั่งคุยกันแล้วดำเนินการร่วมกันว่ามีประเด็นติดขัดตรงไหนบ้างและใช้เวลาปรับแก้ตรงนั้นก่อนที่จะไปนับเวลา 150 วันเพื่อไปสู่การเลือกตั้งต่อไป”นายทวีศักดิ์ กล่าว

จากนั้น นายพรเพชร ได้เปิดโอกาสให้สมาชิกสนช.อภิปรายแสดงความคิดเห็น โดยพ.ต.ท.พงษ์ชัย วราชิต กล่าวว่า ถ้าประเทศไทยไม่มีวันที่ 22 พ.ค. 57 เราจะไม่มีประเทศไทยแบบทุกวันนี้ จะมีแต่การเผาบ้านเผาเมือง แบ่งแยกประเทศ จับอาวุธสงครามมากมาย แต่การพัฒนาประเทศจะไม่เกิดขึ้น ขอถามว่าที่ผ่านมานักการเมืองทำอะไรเพื่อประเทศและประชาชนบ้าง มีแต่ใช้วาทะกรรมบิดเบือน ชักศึกเข้าบ้าน ซึ่งเรื่องการขยายเวลาบังคับใช้กฎหมายเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ทำให้เป็นเรื่องใหญ่  ดังนั้น ขอเสนอให้บังคับใช้กฎหมายหลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา 60 เดือนหรือ 5 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

ขณะที่ นายณัฏฐ์ เล่าสีห์สวกุล ผู้อำนวยการสำนักบริหารการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ สำนักงานกกต. ในฐานะกมธ.วิสามัญฯ กล่าวว่ากกต.ในฐานะเป็นผู้จัดการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ ยืนยันว่ามีความพร้อมไม่ว่าจะระยะเวลา 150 วันตามรัฐธรรมนูญทันทีที่กฎหมายเลือกตั้งสส.มีผลบังคับใช้ หรือ จะขยายเวลาการบังคับใช้กฎหมายเลือกตั้งสส.ออกไป โดยที่ผ่านมากกต.ได้เตรียมความพร้อมในเชิงบริหารจัดการร่วมกับกรธ.มาตั้งแต่ขั้นตอนการจัดทำกฎหมาย

นายณัฏฐ์ กล่าวว่า การที่จะเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสส.ได้นั้นจะต้องพิจารณากฎหมาย 3 ฉบับประกอบกัน ได้แก่ 1.รัฐธรรมนูญ 2.กฎหมายพรรคการเมือง และ 3.กฎหมายการเลือกตั้งสส. สิ่งที่เพิ่มขึ้นมา คือ การทำไพรมารี่โหวต ซึ่งเป็นกระบวนการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในฐานะสมาชิกพรรคที่จะเข้าไปคัดเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งสส.

“ผมลองคาดคะเนดูว่ากฎหมายฉบับนี้ผ่านสภาแน่นอน กระบวนการประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาจะใช้เวลาประมาณ 5 เดือน ไปจบประมาณเดือนมิ.ย. สมมติกฎหมายฉบับนี้ลงราชกิจจานุเบกษาเดือนมิ.ย.2561 ถ้าไม่มีการเลื่อนการบังคับใช้ออกไป ระยะเวลา 150 วันตามรัฐธรรมนูญจะเริ่มนับทันที ไปจบในเดือนพ.ย.2561 แต่เนื่องจากมีคำสั่งที่ 53/2560 เรื่อง การแก้ไขกฎหมายพรรคการเมือง ผลทีเกิดขึ้น คือ กรณีที่จะจดแจ้งพรรคการเมืองใหม่จะต้องไปขอคสช.ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.2561 ส่วนพรรคการเมืองเก่าถูกกำหนดให้ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน โดยจะไปจบวันที่ 27 ก.ย.2561” นายณัฏฐ์ กล่าว

นายณัฏฐ์ กล่าวว่า สิ่งที่พรรคการเมืองปัจจุบันต้องดำเนินการมี 3 เรื่อง ได้แก่ 1.การจัดให้มีทุนประเดิม 1 ล้านบาท 2.การให้มีสมาชิกพรรคไม่น้อยกว่า 500 คนต้องชำระค่าบำรุงพรรคการเมือง และ3.การจัดประชุมใหญ่ของพรรคการเมือง แต่การประชุมพรรคการเมืองจะยังทำไม่ได้จนกว่ากฎหมายเลือกตั้งสส.จะลงราชกิจจานุเบกษา จากนั้นคณะรัฐมนตรีและคสช.จะเชิญผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมาประชุมร่วมกันเพื่อทำความชัดเจนว่ามีประกาศหรือคำสั่งของคสช.ที่เป็นอุปสรรคในการดำเนินกิจกรรมทางการเมือง คาดคะเนว่าการประชุมร่วมกันอาจมีขึ้นได้เดือนมิ.ย.2561

“ดังนั้น มีความเห็นว่าถ้าจะขยายระยะเวลาเพื่อให้เกิดประโยชน์และให้กระบวนการทุกจบลงเพื่อจะได้เริ่มนับระยะเวลา 150 วัน ก็คิดว่าเวลา 90 วันน่าจะเหมาะสม การขยายเวลา 90 วันก็ไม่ได้หมายความว่าวันเลือกตั้งต้องขยายออกไป 90 วันแต่อย่างใด การมีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งเป็นอำนาจของฝ่ายบริหารแต่อำนาจกำหนดวันเลือกตั้งเป็นของกกต. ดังนั้น ความชัดเจนจะเกิดขึ้นประมาณเดือนมิ.ย.2561 ซึ่งโรดแมปจะเกิดขึ้นช่วงนั้น พรรคการเมืองจะเริ่มกิจกรรมได้เมื่อไหรก็ต้องไปว่าตรงนั้น โดยเฉพาะการทำไพรมารี่โหวต”

นายณัฏฐ์ กล่าวว่า ตามปฏิทินของกกต.นับจากวันทีแรกระยะเวลา 150 วัน เราคาดว่าควรจะมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งภายในวันที่ 70 หลังจากที่กกต.ได้แบ่งเขตเลือกตั้งเสร็จแล้ว ซึ่งการทำไพรมารี่โหวตทำได้เลยโดยไม่จำเป็นต้องรอประกาศแบ่งเขตเลือกตั้ง เพื่อพิจารณาให้เกิดความเป็นธรรมในการแข่งขันเพื่อให้ประชาชนมีตัวเลือกมากขึ้น จึงคิดว่าขยายเวลาเพียง 90 วันก็เพียงพอ ไม่จำเป็นต้องถึง 120 วัน

อย่างไรก็ตาม เมื่อสมาชิกสนช.ได้อภิปรายมาตรา 2 เสร็จสิ้นแล้วแต่นายพรเพชรยังไม่ได้ให้ที่ประชุมลงมติชี้ขาดในทันที เพราะกำหนดให้ที่ประชุมต้องพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญฯให้เสร็จสิ้นทุกมาตราก่อน จากนั้นจะกลับมาลงมติเป็นรายมาตราในภายหลัง

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์