posttoday
พบพระยอดกตัญญูดูแลแม่ป่วย

พบพระยอดกตัญญูดูแลแม่ป่วย

06 ตุลาคม 2553

พบพระสงฆ์ยอดกตัญญูที่ปาดังเบซาร์ ดูแลแม่วัย77ป่วยอัมพาต และน้องชายไม่สมประกอบ ในสำนักสงฆ์ สร้างความทราบซึ้งใจให้ญาติโยมที่มาทำบุญ 

พบพระสงฆ์ยอดกตัญญูที่ปาดังเบซาร์ ดูแลแม่วัย77ป่วยอัมพาต และน้องชายไม่สมประกอบ ในสำนักสงฆ์ สร้างความทราบซึ้งใจให้ญาติโยมที่มาทำบุญ 

ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า ที่สำนักสงฆ์ถ้ำนางพญาเลือดขาวโมกขธรรม หมู่11บ้านเขารูปช้าง ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา มีพระยอดกตัญญูได้พาแม่ที่ป่วยเป็นอัมพาต และน้องชายที่สติไม่สมประกอบ มาเลี้ยงดูแลที่สำนักสงฆ์เป็นอย่างดี สร้างความซาบซึ้ง ให้กับญาติโยมที่ไปทำบุญเป็นอย่างมาก

สำหรับพระยอดกตัญญูรูปนี้ คือ พระศิริ รัตนชัย อายุ 56 ปี จำพรรษาอยู่ที่สำนักสงฆ์แห่งนี้ มาตั้งแต่ปี2531 ซึ่งนอกเหนือจากจะปฏิบัติตามกิจของสงฆ์แล้ว ยังต้องซักผ้าของแม่ และน้อง คอยหุงหาอาหารทำกับข้าว ป้อนข้าว เช็ดตัวให้แม่ ทำแผลที่กดทับทั้งเช้าและเย็น เช่นเดียวกับการดูแลน้องชาย ทำให้ไม่ค่อยได้ออกไปบิณบาตร แต่ไญาติโยมได้นำข้าวสารอาหารแห้ง หรืออาหารสดมาใส่ตู้เย็นไว้ให้เสมอ 

พระศิริ กล่าวว่า ได้พาแม้ และน้องชายมาอยู่ด้วย ตั้งแต่วันที่ 26 ก.ค.53 ก่อนวันเข้าพรรษาเพียง 1 วัน จากปกติที่ก่อนหน้านี้พักอยู่กับญาติพี่น้องที่บ้านเกิดในอ.บางแก้ว จ.พัทลุง และได้กลับไปดูแลเป็นครั้งคราว แต่เนื่องจากญาติพี่น้องคนอื่นๆที่มีอยู่ด้วยกัน 5คน ไม่สามารถดูแลแม่และน้องชายได้อย่างเต็มทีจึงตัดสินใจพามาอยู่ที่สำนักสงฆ์

สำหรับแม่ของ พระศริ คือ นางคล่อง รัตนชัย อายุ 77 ปี ป่วยเป็นอัมพาต เดินไม่ได้ส่วนน้องชายชื่อนายสมเกียรติ์ รัตนชัย อายุ 51 ปี สติไม่ดีความจำเลอะเลือนพูดและช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ 

พบพระยอดกตัญญูดูแลแม่ป่วย พระศิริ ยอดกตัญญู

พระศิริ กล่าวต่อว่า ได้ยึดคำสอนของพระพุทธเจ้า และหลักศาสนาพุทธที่สมัยพระพุทธเจ้าเคยมีพระภิกษุรูปหนึ่งที่จะสึกเพื่อที่จะออกมาดูแลแม่ที่ป่วย แต่พระพุทธเจ้าตรัสว่า การเป็นพระก็ดูแลได้ไม่ผิดหลัก โดยเฉพาะข้าวที่บิณบาตรมาได้นั้นให้แม่กินก่อนได้ และจะดีเสียกว่าที่ลูกจะได้กินเศษข้าวจากแม่ และหากเราสามารถดูแลแม่ ในขณะยังครองผ้าเหลืองอยูได้ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ประเสริฐสุดแล้ว
 
“มีหลายคนตั้งคำถามว่าการกระทำนี้เป็นการกระทำที่นอกเหนือจากกิจของสงฆ์ หรือไม่ อาตมาเห็นว่า หากยึดตามหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว ไม่ถือว่าเป็นการผิดศิลแต่อย่างใด เพราะเป็นการทดแทนบุญคุณบุพพการี การเลี้ยงดูบิดามารดา เป็นหน้าที่ของลูกและบุตรหลาน พระพุทธองค์ท่านบอกไว้ว่า ถ้าเธอจะเลี้ยงบิดามารดานั้น ไม่จำเป็นต้องสึกออกไป พระองค์ทรงอนุญาต จึงถือเอาเรื่องนี้มาเป็นปฐมเหตุในการดูแลบิดามารดา นำแม่มาเลี้ยงดูก็ไม่ได้ผิดศีลผิดวินัยอันใด”พระศิริ กล่าว
 
ทั้งนี้หากผู้มีจิตศรัทธาหรือหน่วยงานใดต้องการช่วยเหลือแม่และน้องชายก็ยินดีโดยมาเยี่ยมที่สำนักสงฆ์ได้ตลอด
 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท