posttoday
"อภิสิทธิ์" จี้ "บิ๊กป้อม" แจงปมนาฬิกา-ชี้สมัยเป็นรัฐบาลแค่เกิดเรื่องรมต.ยังลาออก

"อภิสิทธิ์" จี้ "บิ๊กป้อม" แจงปมนาฬิกา-ชี้สมัยเป็นรัฐบาลแค่เกิดเรื่องรมต.ยังลาออก

15 มกราคม 2561

อภิสิทธิ์ แนะพล.อ.ประวิตร ต้องพิสูจน์ว่านาฬิกาหรูจำนวนมากมีจริงหรือไม่-ชี้ปัญหานี้อาจลามถึงนายกรัฐมนตรี

อภิสิทธิ์ แนะพล.อ.ประวิตร ต้องพิสูจน์ว่านาฬิกาหรูจำนวนมากมีจริงหรือไม่-ชี้ปัญหานี้อาจลามถึงนายกรัฐมนตรี

เมื่อวันที่ 15 ม.ค.  นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ถูกเปิดเผยว่ามีกว่า 20 เรือนนั้นว่า ไม่มีอะไรซับซ้อน ก่อนอื่นต้องพิสูจน์ว่านาฬิกามีอยู่จริงหรือไม่ ถ้าจริงต้องอธิบายว่าเป็นของผู้ใด และถ้ามั่นใจในคำชี้แจงก็ไม่มีอะไรเสียหายที่จะบอกต่อสาธารณชน แต่ที่น่าเป็นห่วง คือ ตอนนี้เรื่องดังกล่าวได้ยืดเยื้อและประชาชนไม่พอใจ และอาจกระทบไปถึงนายกรัฐมนตรีด้วย

“ถ้ายังจำกันได้ในสมัยที่ผมเป็นรัฐบาล เพียงแค่เกิดเรื่องราวขึ้น และยังไม่ได้พิสูจน์ว่าจริงหรือไม่ นายวิทยา แก้วภราดัย อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข หรือกรณีนายวิฑูรย์ นามบุตร อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ยังขอลาออก เพื่อตัดไฟแต่ต้นลมไม่ให้เกิดปัญหา ซึ่งผมจำคำพูดของนายวิทยาที่บอกได้ว่า “ผมไม่อยากเป็นภาระของรัฐบาล”

นายอภิสิทธิ์ ยังตั้งคถำมถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ระบุว่าต้องมีประชาธิปไตยแบบไทยนิยม ว่า ไม่ทราบว่าประชาธิปไตยไทยนิยมเป็นแบบใด ซึ่งต้องระมัดระวังการใช้คำดังที่มีความหมายในตัวค่อนข้างชัด มีการไปแต่งเติมเงื่อนไขต่างๆ ก็คงต้องมาดูว่าถึงจุดหนึ่งเป็นการใช้ถ้อยคำที่เที่ยงตรงหรือไม่

อย่างกรณีประชาธิปไตยที่เคร่งครัดก็ต้องบอกว่า คือประชาธิปไตยเสรีนิยม ซึ่งมีหลักการพื้นฐานอยู่ ประชาธิปไตยคืออำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน ความหมายคือประชาชนสามารถกำหนดทิศทางต่างๆของบ้านเมืองได้ แต่ความเป็นไทยในประชาธิปไตยแบบไทยๆ อยู่ที่ไหน มีเรื่องอะไรที่เป็นแบบไทยๆ

ขณะนี้บอกได้แบบเดียวว่า ไม่เป็นสากลก็เลยเป็นไทย สำหรับตนไม่เคยปฏิเสธว่าการปรับให้เข้ากับสังคมวัฒนธรรมมีความจำเป็น แต่คงไม่ใช่เอาเรื่องวัฒนธรรมหรือสังคมมาเป็นข้ออ้างในการจะยกเว้นไม่ปฏิบัติตามหลักการพื้นฐานของประชาธิปไตย แต่ยังอยากจะใช้คำที่ดูเป็นเรื่องดี เป็นสากลอยู่ แล้วก็อ้างว่าเป็นอย่างนั้น

“ความเป็นประชาธิปไตยคือ หลังการเลือกตั้ง ถ้า ส.ส.เกินกึ่งหนึ่งของคนที่มาจากการเลือกตั้ง เขาจะจัดตั้งรัฐบาล ไม่ควรจะมีการใช้อำนาจวุฒิสภา เพื่อฝืนเจตนารมณ์นั้น เพราะมันไม่ใช่ประชาธิปไตย หรืออย่าไปใช้คำว่าประชาธิปไตยแบบไทยนิยม

ทั้งนี้ ต้องถามว่าความเป็นไทยของวุฒิสภามีมากกว่าความเป็นไทย ของการเลือกตั้งของคนไทยอย่างไร หากอ้างว่าทำตามรัฐธรรมนูญ ก็ต้องบอกว่ารัฐธรรมนูญนิยมกับประชาธิปไตยไม่ใช่เรื่องเดียวกัน เพราะในประเทศที่ไม่เป็นประชาธิปไตยก็มีรัฐธรรมนูญเช่นกัน

หัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวอีกว่า หากจำกันได้ในสมัยรัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ มีคำว่าประชาธิปไตยครึ่งใบ ซึ่งตรคิดว่าอย่างน้อยยังมีความตรงไปตรงมา ยอมรับเป็นประชาธิปไตยครึ่งหนึ่ง แต่อีกครึ่งไม่เป็น แต่ไม่ใช่บอกว่าเป็นประชาธิปไตยเต็มที่ เพราะมันไม่ได้เป็น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท