
นครบาลวางกำลังรับมือแดง-เหลืองชุมนุมเดือนตุลาฯ
นครบาลสรุปเตรียมรับมือชุมนุมเดือนตุลาฯ ใช้เจ้าหน้าที่กว่า 5,000นายดูแล ย้ำชัดมาตรฐานเดียวทุกกลุ่ม เตรียมกำลังกองทัพสนับสนุนหากมีเหตุการณ์ ขู่อย่าลืม กทม.ยังคงพ.ร.ก.ฉุกเฉิน พร้อมเฝ้าระวังเหตุ
นครบาลสรุปเตรียมรับมือชุมนุมเดือนตุลาฯ ใช้เจ้าหน้าที่กว่า 5,000นายดูแล ย้ำชัดมาตรฐานเดียวทุกกลุ่ม เตรียมกำลังกองทัพสนับสนุนหากมีเหตุการณ์ ขู่อย่าลืม กทม.ยังคงพ.ร.ก.ฉุกเฉิน พร้อมเฝ้าระวังเหตุ
เมื่อเวลา 13.50 น.ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย ผู้บังคับการประจำบช.น. และในฐานะโฆษกบช.น. เปิดเผยถึงความพร้อมในการเตรียมรับมือกลุ่มพันธมิตรฯ และกลุ่มนปช.ที่จะชุมนุมในวันที่ 7, 10 และในวันที่ 14 ต.ค.นี้ว่า บช.น.ได้เตรียมความพร้อมในการรองรับสถานการณ์ดังกล่าว เพื่อให้รองรับสถานการณ์ได้ทันท่วงที โดยนอกเหนือจากนโยบายของศอฉ. และผบ.ตร.แล้ว ทางบช.น.ก็ได้มีการฝึกแผนรับมือไว้ด้วย โดยจะมีการฝึกซ้อมแผนปฏิบัติการในวันที่ 8 ต.ค.นี้ด้วย โดยทุกกองบังคับการของตำรวจนครบาล จะเข้าฝึกซ้อมด้วย โดยแผนการซ้อมจะปฏิบัติตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง อย่างเช่นในช่วงเช้าที่ผ่านมา ที่มีการชุมนุมของกลุ่มกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ที่รัฐสภา ทางตำรวจนครบาลก็แจ้งให้ทุกหน่วยได้รับทราบเกี่ยวกับการปฏิบัติงาน รวมถึงการจัดกิจกรรมสัมมนาที่ม.ธรรมศาสตร์ ท้องที่สน.ชนะสงคราม เราก็มีการจำลองสถานการณ์เช่นเดียวกัน
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวต่อว่า สำหรับเหตุการณ์ในช่วงเดือนต.ค.นั้น เบื้องต้นจะมีอยู่ทั้งหมด 6 เหตุการณ์ โดยในวันนี้จะมีการรำลึกถึงเหตุการณ์ในวันที่ 6 ต.ค. 19 ที่ม.ธรรมศาสตร์ เหตุการณ์ทุกอย่างก็เรียบร้อยดี บก.น.1 และท้องที่คือสน.ชนะสงครามก็เข้าไปดูแล จุดต่อมาคือในวันพรุ่งนี้ (7 ต.ค.) ตั้งแต่เวลา 04.00 น.ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า จะมีการทำบุญพิธีสงฆ์ เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์วันที่ 7 ต.ค.ของกลุ่มพันธมิตรฯ โดยมอบหมายให้พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 เป็นผู้ดูแลเหตุการณ์ในพื้นที่ นอกเหนือจากภารกิจหลักที่เป็นหัวหน้าชุดในการเจรจาต่อรอง โดยภารกิจของกลุ่มพันธมิตรฯที่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า
จากการได้รับรายงานจากแกนนำ จะเสร็จสิ้นในเวลา 10.00 น. หลังจากนั้นผู้ชุมนุมจะเคลื่อนไปยังบริเวณบ้านเจ้าพระยา ตั้งแต่เวลา 10.00-22.00 น.เพื่อจัดกิจกรรม ซึ่งบก.น.1 ก็ยังเป็นหน่วยหลักในการดูแล คาดว่าจะมีประชาชนมาร่วมกิจกรรมประมาณ 2,000-3,000 คนในช่วงเช้า และจะมีกิจกรรมต่อเนื่องในช่วงบ่ายอีกประมาณ 1,000-2,000 คน ใช้กำลังเจ้าหน้าที่ดูแลประมาณ 1,700 นาย อย่างไรก็ตาม ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า ถือเป็นพื้นที่สัญจรตามปกติ และเราอนุญาตให้ทำพิธีสงฆ์ได้ แต่ขอให้ผู้มาร่วมกิจกรรมอยู่บนทางเท้าเท่านั้น รวมถึงกิจกรรมในช่วงบ่ายที่บ้านเจ้าพระยา ที่ขอร้องอย่าลงมาบนผิวจราจร เพราะยังเป็นพื้นที่ใช้สัญจรตามปกติของประชาชน
โฆษกบช.น. กล่าวอีกว่า ส่วนเหตุการณ์ในวันที่ 10 ต.ค.นี้ ซึ่งกลุ่มนปช.จะจัดกิจกรรมเช่นกัน ด้านการข่าวเบื้องต้นทราบว่าจะมีกลุ่มผู้ชุมนุมจำนวนมาก ประมาณ 5,000 คน จะใช้กำลังเจ้าหน้าที่ดูแลประมาณ 3,300 นาย โดยกิจกรรมจะจัดที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มอบหมายให้บก.น.6 เป็นหน่วยรับผิดชอบดูแล และหลังจากนั้นก็จะย้ายไปทำกิจกรรมที่ลานพระบรมรูปรัชการลที่ 6 เพื่อระลึกถึงการเสียชีวิตของพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง และต่อเนื่องไปยังถนนสีลม ซึ่งอยู่ในพื้นที่บก.น.5 ซึ่งจะมอบหมายให้ดูแลต่อไป
“โดยการบริหารเหตุการณ์จะวิเคราะห์ถึงกลุ่มผู้มาร่วมชุมนุมเป็นหลัก และต้องยึดถือว่าพื้นที่กทม.ยังคงพ.ร.ก.ฉุกเฉินไว้อยู่ ข้อกำหนด หรือข้อห้ามต่างๆ ยังคงบังคับใช้ตามปกติ และไม่มีข้อยกเว้นให้กับกลุ่มใดๆ ทั้งสิ้น ตำรวจจะปฏิบัติเพียง 1 มาตรฐานเท่านั้น หากฝ่าฝืนก็ต้องเข้าไปดำเนินการ จุดสุดท้ายคือการระลึกถึงการชุมนุมในวันที่ 14 ต.ค. ผู้ร่วมกิจกรรมจะจัดงานขึ้นที่ลานอนุสรณ์สถาน บริเวณสี่แยกคอกวัว ซึ่งคาดว่าจะมีคนจำนวนน้อย ประมาณ 400-500 คน แลใช้เจ้าหน้าที่ดูแลประมาณ 250 นาย อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ทั้งหมด เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถส่งกำลังเสริมเข้าไปได้หากเกิดเหตุฉุกเฉิน ใช้เวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง 30 นาที”
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวต่อไปว่า ทุกเหตุการณ์ทั้งหมด ตนขอสรุปข้อห้ามและการอนุญาตให้ทำกิจกรรม ดังนี้ 1.การชุมนุมของทุกกลุ่ม เจ้าหน้าที่ของรัฐที่เข้ามาดูแลจะดำเนินการในมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด ทุกกลุ่มต้องเท่าเทียมกัน และต้องอยู่ในกรอบของกฎหมาย และข้อกำหนดของศอฉ. 2. กรณีข้อห้ามในการปิดกั้นเส้นทางจราจร ข้อห้ามในการปิดกั้นทางเข้า-ออกอาคาร หรือข้อห้ามในการใช้เครื่องขยายเสียงขนาดใหญ่ รวมถึงการตั้งเวที ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย
ทั้งนี้ ทางพล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 ในฐานะหัวหน้าชุดเจรจา ได้แจ้งให้กับแกนนำกลุ่มต่างๆ ได้ทราบแล้ว ถ้าฝ่าฝืนต้องดำเนินการตามกฎหมาย 3.จะมีการประสานงานกันระหว่างเจ้หาน้าที่ตำรวจ ทหาร และกทม. ในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย ไม่เพียงแต่พื้นที่การชุมนุมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงพื้นที่ทั้งหมดของกทม.และปริมณฑล โดยจะตั้งด่านตรวจเพื่อสกัดอาวุธ วัตถุระเบิด หรือสิ่งแปลกปลอมต่างๆ และ 6.พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา รรท.ผบช.น.สั่งกำชับว่า ทุกเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น และเป็นเหตุน่าสนใจ ผกก.สน.ทุกพื้นที่รับผิดชอบ จะต้องถึงที่เกิดเหตุทันที และเพิ่มเติมให้ผกก.สส.ของทุกกองบังคับการเข้าไปช่วยเหลือ
“ทั้งนี้ ขอแจ้งให้ประชาชนได้รับทราบว่า หากพบเห็นเหตุการณ์ หรือพบวัตถุต้องสงสัย ให้แจ้งเหตุทันที ซึ่งในหลายคดีที่ผ่านมา เบาะแสจากประชาชนถือเป็นข้อมูลที่สำคัญในการติดตามตัวคนร้าย และอีกสิ่งที่อยากขอความร่วมมือ คือ ช่วยตรวจสอบกล้องวงจรปิดด้วยว่า ได้หันออกมาสู่พื้นที่สาธารณะหรือไม่ ซึ่งจะช่วยในการทำงานของเจ้าหน้าที่ได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม การชุมนุม หรือการทำกิจกรรมทางการเมืองที่จะเกิดขึ้นในช่วงเดือนนี้ ถือเป็นสิทธิที่ประชาชนสามารถกระทำได้ แต่ขอให้อยู่บนหลักการตามข้อกฎหมายต่างๆ แต่อย่าลืมว่า กทม.ยังประกาศเป็นพื้นที่พ.ร.ก.ฉุกเฉินอยู่ ข้อห้ามต่างๆ ยังคงอยู่ และขอให้แกนนำแต่ละกลุ่มดูแลมวลชนของตนเองด้วย ”
โฆษก บช.น. กล่าวว่า ขณะนี้ทางรรท.ผบช.น.ได้ประสานไปยังกองทัพภาคที่ 1 และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในกรณีแจ้งเตือนหากมีเหตุการณ์ หรือสถานการณ์ที่ต้องขอความร่วมมือและกำลังสนับสนุนแล้ว และทางกองทัพภาคที่ 1 และสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็พร้อมสนับสนุนหากมีการร้องขอ ทั้งนี้ การข่าวยังไม่มีอะไรเป็นพิเศษที่จะระบุว่าจะมีเหตุการณ์รุนแรง แต่ก็ไม่ประมาท ยังคงพื้นที่การดูแลโดยรอบไว้เช่นเดิม ส่วนการเฝ้าระวังมือที่ 3 ที่อาจจะลักลอบก่อเหตุนั้น ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทางตำรวจเตรียมการรับมือไว้ คือ จำกัดพื้นที่การชุมนุมไว้ และระมัดระวังผู้ที่จะก่อเหตุการณ์ ซึ่งทุกอย่างเตรียมการไว้หมดแล้ว อย่างไรก็ตาม การดูแลด้านการจราจร มอบหมายให้พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รองผบช.น.เป็นผู้ดูแล ด้านการมั่นคงมอบให้พล.ต.ต.วรศักดิ์ นพสิทธิพร รองผบช.น.เป็นผู้ดูแล และด้านกฎหมาย มอบให้พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผบช.น.เป็นผู้ดูแล







