posttoday
สุดรันทด2เด็กหญิงฝาแฝด4ขวบ เป็นโรคประหลาด

สุดรันทด2เด็กหญิงฝาแฝด4ขวบ เป็นโรคประหลาด

06 ตุลาคม 2553

พบเด็กหญิงฝาแฝด 4 ขวบ เมืองกรุงเก่า ป่วยเป็นโรคประหลาด ผอมแห้งหนังหุ้มกระดูกไม่มีแรง เดินไม่ได้ วอนหมอใจบุญช่วยรักษา

พบเด็กหญิงฝาแฝด 4 ขวบ เมืองกรุงเก่า ป่วยเป็นโรคประหลาด ผอมแห้งหนังหุ้มกระดูกไม่มีแรง เดินไม่ได้ วอนหมอใจบุญช่วยรักษา

ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากคนงานในอู่เคาะพ่นสีสหมิตรยนต์กิจ ริมถนนจอมพล ป. เขต ม. 4 ต.คุ้งลาน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ว่า ลูกสาวฝาแฝดของ นายสุพจน์ นิลไท อายุ 33 ปี ช่างเคาะ ตัวถังรถยนต์ของอู่ดังกล่าวซึ่งเป็นฝาแฝดป่วยเป็นโรคประหลาดทั้งคู่ แขนขาไม่มีแรงเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก ไม่สามารถเดินได้เหมือนกับเด็กทั่วไปเป็นที่น่าเวทนาแก่ผู้พบเห็นทั้งครอบครัวดังกล่าวพักอาศัยอยู่ในห้องพักหลังอู่ดังกล่าวเมื่อเดินทางไปตรวจพบนางเพ็ญแข นิลไทย อายุ 30 ปี บ้านเดิมเลขที่ 50 ม. 4 ต.ระแงง  อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ และนายสุพจน์ สามี กำลังช่วยกันดูแลเด็กหญิง อรรพรรณ หรือ น้อง แพร นิลไทย อายุ 4 ขวบ และ เด็กหญิง ชนันภรณ์หรือน้อง พลอย นิลไทย อายุ 4 ขวบ แฝดผู้น้อง ซึ่งมีลักษณะใบหน้า รูปร่างเหมือนกันแต่ที่โชคร้ายสุดตรงที่ฝาแฝดทั้งสองคน มีสภาพร่างกายซูบผอมโซ ตาโหล พูดไม่ชัดอยู่ในลักษณะหวาดกลัว ผิดกับเด็กทั่วไปในวัยเดียวกันแขนขาทั้งสองข้างไม่สามารถยกได้เองเพราะไม่มีแรงที่จะยก โดยพ่อและแม่ต้องคอยจับดูแลช่วยเหลืออยู่ตลอดเวลา

นางเพ็ญแข กล่าวว่า ความโชคร้ายของลูกสาวฝาแฝดให้ฟังว่าตนเองเดิมทีรับจ้างอยู่ใน กทม ส่วนนายสุพจน์ ทำงานรับจ้างเคาะพ่นสีรถ ครั้งแรกช่วงน้องแพรและน้องพลอย คลอดมาเหมือนเด็กทั่วไปไม่มีอะไรผิดปกติน้ำหนักตัวแรกเกิด น้องแพร 2,560 กรัม น้องพลอย 2,800 กรัมสุขภาพแข็งแรงดีทั้งคู่ เข้ารับการฉีดวัคซีน ควบคุมโรคโปลิโอไข้สมองอักเสบ ตามกำหนดที่แพทย์นัดทุกครั้งไม่เคยขาดโดยช่วงแรกเลี้ยงดูอยู่ที่บ้านเกิดจังหวัดสุรินทร์โดยน้องแพรและน้องพลอย เริ่มมีความผิดปกติโดยสังเกตพบได้ เมื่ออายุประมาณ4 เดือน โดยทั้งคู่เริ่มป่วยพร้อมกันและแสดงอาหารเหมือนกันในเวลาเดียวกัน

โดยเริ่มป่วยบ่อยส่วนใหญ่จะเป็นไข้ ต้องพาไปพบแพทย์ที่ รพ.สุรินทร์ เป็นประจำ อาการของโรคประหลาดเริ่มปรากฏให้เห็นเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แขน ขา กล้ามเนื้อเริ่มเหี่ยวลง จนเป็นอย่างที่เห็น เหลือแต่หนังที่หุ้มกระดูกกล้ามเนื้อไม่มีแรง แขนขายกไม่ขึ้น ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้กลายเป็นเด็กพัฒนาช้าพูดจาไม่ชัดคำและตั้งแต่เกิดลูกทั้งสองคนเท้ายังไม่เคยเดินเลย
 
นางเพ็ญแข กล่าวอีกว่า  ต้องลาออกจากงาน มาคอยดูแลลูก นำตัวไปรักษาเข้าออก ที่รพ.สุรินทร์ หลายครั้ง อาการของลูกสาวฝาแฝดไม่ดีขึ้นมีแต่ทรุดลงผอมลงเป็นที่น่าเวทนาสงสารจึงตัดสินใจพาลูกทั้งสองคนมาพักอาศัยอยู่กับ สามี ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา1 ปีเศษ เพื่อจะสะดวกพาลูกไปรักษา โรงพยาบาลใน กทม. ที่หมอดีและเก่งกว่าหวังให้ลูกหายจากโรคประหลาด จนกระทั้งล่าสุดได้พาลูกไปรักษาที่ รพ.เด็กราชินี ใน กทม.ทำการรักษาซึ่งที่ผ่านมาได้เข้า ทำการรักษาแล้ว 2 ครั้ง แพทย์ได้ทำการตรวจเลือดแต่ผลยังไม่ออก ซึ่งแพทย์ได้นัดไปพบอีกครั้ง ในวันที่ 4 พ.ย.นี้ตอนนี้เป็นกังวลและรู้สึกสงสารลูกเป็นอย่างยิ่งที่เกิดมาแล้วไม่เหมือนคนทั่วไป เป็นเด็กพิการเป็นปมด้อยแก่เขาทั้งสองคน
 
นายสุพจน์  ผู้เป็นพ่อ กล่าวว่า  เป็นไปได้ต้องการความช่วยเหลือจากแพทย์ที่มีเชียวชาญชำนาญ ต่อโรคที่เป็นเนื่องจากจนถึงขณะนี้ยังไม่ทราบว่าลูกป่วยเป็นโรคอะไร แต่ยังโชคดีเจ้าของอู่ให้ค่าแรงดีวันละ 470 บาท แต่ก็เป็นรายได้ทางเดียวเพราะถภรรยาต้องออกมาดูแลลูกที่ป่วยเป็นโรคประหลาด  เงินที่ได้มาก็กินถึง4 ปาก และต้องเตรียมไว้เป็นค่ายา ค่าเดินทางพาลูกไปหาหมออีกซึ่งทุกวันนี้ต้องประหยัดทุกทาง โดยตัดฟืนมาทำกับข้าวหุงหาอาหารเพราะไม่อยากสิ้นเปลืองค่าแก๊ส  พืชผักก็ปลูกในพื้นที่หลังอู่ ทั้งพริกหอม มะละกอ และอีกมากมายเพื่อไว้กินจะได้ไม่ต้องซื้อ
 
นายโดม บี้สมบูรณ์ อายุ 46 ปี เจ้าของอู่สหมิตรยนต์กิจ กล่าวว่า เห็นครองครัวนี้แล้วสงสารมากโดยนายสุพจน์เป็นกำลังหลักในการทำงานเพียงคนเดียวของครอบครัวโดยทางอู่ให้ที่อยู่ฟรี มีอะไรก็ช่วยเหลือไปซึ่งทุกวันนี้นายสุพจน์เป็นช่างเคาะรถยนต์ฝีมือดีของอู่เช่นกันอย่างไรก็ตามหากประชาชนต้องการช่วยเหลือหรือต้องการติดต่อสามารถให้ความช่วยเหลือผ่านหมายเลขบัญชีชื่อ นายสุพจน์ นิลไทธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาอุตสาหกรรมโรจนะ เลขที่ 250 - 918 - 4480 หรือติดต่อที่คุณสุพจน์ พ่อ ที่หมายเลขโทรศัพท์ 086-7699913

สุดรันทด2เด็กหญิงฝาแฝด4ขวบ เป็นโรคประหลาด ภาพประกอบข่าว

 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ