
กมธ.ทหารสภาฯนัดถกบึ้มบางบัวทอง 7 ต.ค
กมธ.ทหารสภาฯ นัดประชุมถกบึ้มบางบัวทอง 7 ต.ค.ดักคอ ห้ามโยงเสื้อแดง
กมธ.ทหารสภาฯ นัดประชุมถกบึ้มบางบัวทอง 7 ต.ค.ดักคอ ห้ามโยงเสื้อแดง
ที่รัฐสภา พ.ต.ท. สมชาย เพศประเสริฐ ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.)การทหาร สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ในวันที่ 7 ต.ค.นี้ กมธ.ทหาร จะเชิญเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ระเบิด อพาทเมนต์ ย่านบางบัวทอง ที่จ.นนทบุรี ไม่ว่า จะเป็น เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ เจ้าหน้าที่หน่วยพิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคง มาชี้แจงเหตุระเบิดที่เกิดขึ้น ว่าสาเหตุที่เกิดจากการระเบิดมาจากอะไร มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดที่ผ่านๆมาหรือไม่ และ เรื่องนี้มีเหตุโยงใยถึงใครบ้าง ทั้งนี้ขอเรียกร้องให้ตำรวจสอบสวนเรื่องนี้อย่างเป็นธรรมไม่ใช่นำเรื่องไปเชื่อมโยงกับกลุ่มคนเสื้อแดงโดยที่ยังไม่มีหลักฐาน
พ.ต.ท.สมชาย กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบพบว่าที่ผ่านมามีเหตุระเบิด 114 ครั้ง และแทบจะจับผู้ต้องสงสัยไม่ได้เลย สะท้อนให้เห็นความล้มเหลวของรัฐบาลที่ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ถึงแม้จะ มีพ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉินฯ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ก็อ่อนแอ แก้ไขปัญหาไม่ได้ ทำให้ภาพลักษณ์ประเทศเสียหาย
“เรื่องนี้ผู้ที่ก่อเหตุระเบิดน่าจะไม่เกิน 4 กลุ่มคือ 1. ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล 2. ฝ่ายที่ได้ประโยชน์จาก พรก.ฉุกเฉินฯ และไม่อยากให้ยกเลิกพรก. ฉุกเฉิน 3. กลุ่มการเมืองที่ไม่ต้องการให้มีการเลือกตั้ง โดยร่วมมือกับผู้มีอำนาจในบ้านเมือง เพื่อรักษาอำนาจของตัวเอง และ 4. กลุ่มที่ต้องการนำประเทศไปสู่การปฎิวัติ- รัฐประหาร โดยทำให้เห็นว่า รัฐบาลไม่มีน้ำยา สร้างความสงบให้บ้านเมือง ผู้ก่อเหตุระเบิดน่าไม่เกิน 4 กลุ่มนี้” พ.ต.ท.สมชาย กล่าว
ขณะเดียวกัน ระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฏรโดยมีนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม ปรากฎว่าก่อนเข้าสู่วาระการประชุมประธานเปิดโอกาสให้สมาชิกหารือ โดยนายคมเดช ชัยศิวามงคล ส.ส.กาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีเกิดเหตุระเบิดที่อาพาทเมนท์ย่านบางบัวทองและการที่รัฐบาลยังประกาศคงพ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ทำให้ประเทศเสียหายในด้านธุรกิจ โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว เพราะประเทศไทยขาดความเชื่อมั่น ภาพพจน์ของประเทศไทยเปลี่ยนแปลงไปจากกรุงเทพฯเมืองสวรรค์กลายเป็นนรกไปแล้ว ธุรกิจด้านการท่องเที่ยวกำลังประสบปัญหาเพราะไม่มีใครมาเที่ยว นอกจากนี้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ก็ประสบปัญหา หากรัฐบาลยังปล่อยให้มีปัญหาเช่นนี้ต่อไปโดยไม่รู้ว่าจะมีเกิดเหตุการณ์อีก ยาวนานขนาดไหนทำให้ธุรกิจและภาพพจน์ของประเทศเสียหายกระทบภาพรวมของประเทศ ชาติในระยะยาว







