
วาระประชุมสภา
สภาฯพิจารณาร่างพ.ร.บ.บัตรปชช.กำหนดให้มีบัตรตั้งแต่อายุ 1 ปี
สภาฯพิจารณาร่างพ.ร.บ.บัตรปชช.กำหนดให้มีบัตรตั้งแต่อายุ 1 ปี
ที่รัฐสภามีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่เวลา 9.00น.ตามปกติโดยมีวาระการพิจารรณาร่างพ.ร.บ.บัตรประจำตัวประชาชน (ฉบับที่...)พ.ศ.... ซึ่งคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอให้สภาฯพิจารณาเพื่อรับหลักการในวาระที่ 1 โดยเป็นการพิจารณาต่อการประชุมสภาณเมื่อวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวมีสาระสำคัญ คือ แก้ไขกฎเกณฑ์การมีบัตรประจำตัวประชาชนใหม่ ขยายอายุให้คนไทยทุกคนต้องมีบัตรประจำตัวประชาชนตั้งแต่หนึ่งปีนับแต่วัน เกิด หรือหกสิบวันนับแต่วันได้สัญชาติไทย สำหรับผู้ไม่ได้สัญชาติไทยโดยการเกิดหรือได้กลับคืนสัญชาติไทยตามกฎหมายว่า ด้วยสัญชาติ นอกจากนั้นยังระบุด้วยว่า ให้ใช้บัตรนั้นได้นับแต่วันออกบัตรและมีอายุสิบปีนับแต่วันเกิดของผู้ถือ บัตร
นอกจากนี้ ในมาตรา 6 ยังให้เพิ่มข้อความไว้ในมาตรา 7/1 ของพ.ร.บ.บัตรประจำตัวประชาชนพ.ศ.2526 ว่า บัตรนอกจากจะมีรายการตามที่กำหนดไว้แล้ว จะมีหน่วยความจำเพื่อบันทึกข้อมูลอื่นของผู้ถือบัตรด้วยก็ได้ แต่ข้อมูลที่บันทึกไว้ในหน่วยความจำดังกล่าว ต้องไม่สามารถเปิดเผยต่อบุคคลหรือหน่วยงานซึ่งมิใช่เป็นผู้จัดทำหรือรวบรวม ข้อมูลนั้นๆได้ เว้นแต่เป็นข้อมูลทั่วไปที่ปรากฎอยู่บนบัตร หรือเป็นการเปิดเผยต่อหน่วยงานที่มีความจำเป็นต้องทราบข้อมูลนั้นเท่าที่จำ เป็นเพื่อประโยชน์ของผู้ถือบัตร และระบุระยะเวลาการบังคับใช้ในวาระเริ่มแรกแต่ไม่เกินสองปีนับแต่พ.ร.บ.ฉบับ นี้บังคับใช้ด้วย
ขณะเดียวกัน ยังมีวาระการพิจารณาร่างพ.ร.บ.องค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ...ด้วย โดยเป็นกฎหมายที่จัดทำขึ้นตามมาตรา 61 ของรัฐธรรมนูญ ปี 2550 ซึ่งกำหนดให้มีองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคทำหน้าที่ให้ความเห็น ต่อกฎระเบียบหรือมาตรการต่างๆที่คุ้มครองผู้บริโภค กฎหมายฉบับนี้มีสาระสำคัญ คือ ให้มีคณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ทำหน้าที่รับฟังความคิดเห็นจากองค์กรผู้บริโภค ศึกษาวิจัยและเผยแพร่ความรู้ในการคุ้มครองผู้บริโภค จัดตั้งสำนักงานองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคเพื่อทำหน้าที่ด้าน ธุรการแก่คณะกรรมการให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน หรือหน่วยงานของรัฐ เสนอกฎหมาย กฎ ข้อบังคับ หรือมาตรการเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคแก่คณะกรรมการเพื่อให้ความเห็นประกอบการ พิจารณา
ส่วนกฎหมายที่กำลังเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของสังคมตอนนี้อย่างร่างพ.ร.บ. คุ้มครองผู้เสียจากการรับบริการสาธารณสุขพ.ศ.ซึ่งเป็นเรื่องที่คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอเช่นกัน ปรากฎว่าได้มีการบรรจุวาระเรื่องนี้เอาไว้อยู่ในเรื่องด่วนที่ 5 คาดว่าจะยังไม่มีการนำเรื่องนี้มาพิจารณาหลังจากที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รมว.สาธารณสุข เตรียมนัดทุกฝ่ายมาหาทางออกร่วมกันในวันที่ 12 ต.ค.ก่อนที่จะให้สภาฯดำเนินการพิจารณากฎหมายฉบับนี้







