posttoday
ดีเอสไอจ่อเสนอ "ป.ป.ช." ฟัน3เจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยวค้ามนุษย์

ดีเอสไอจ่อเสนอ "ป.ป.ช." ฟัน3เจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยวค้ามนุษย์

25 ธันวาคม 2560

ดีเอสไอเตรียมเสนอป.ป.ช.ฟัน3เจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยวค้ามนุษย์คดี "ชมดาวคาราโอเกะ" แจ้งข้อกล่าวหาหนัก

ดีเอสไอเตรียมเสนอป.ป.ช.ฟัน3เจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยวค้ามนุษย์คดี "ชมดาวคาราโอเกะ" แจ้งข้อกล่าวหาหนัก

เมื่อวันที่ 25 ธ.ค.  แหล่งข่าวจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)เปิดเผยความคืบหน้าคดีค้ามนุษย์กรณีร้านอาหารชมดาวคาราโอเกะนำหญิงสาวชาวไทยใหญ่มาค้าประเวณีว่า หลังจากมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในคดีดังกล่าวแล้ว ดีเอสไอรับคดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษในปี 2559ได้สืบสวนพฤติกรรมของผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปี 2560

สำหรับผู้ประกอบการถูกดำเนินคดีอาญาและได้มีการแจ้งข้อหาค้ามนุษย์ไปแล้วส่วนบัญชีจ่ายส่วยที่ตรวจพบว่ามีรายชื่อเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องนั้น

จากการสอบขยายผลพบว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ได้มีพยายามวิ่งเต้นและเคลียร์กับเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อให้คดีดังกล่าวเป็นเพียงคดีการค้าประเวณี ซึ่งถือเป็นการละเว้นการปฎิบัติหน้าที่เนื่องจากคดีดังกล่าวผู้ต้องหาที่เป็นชาวไทยใหญ่ 7 รายซึ่งถูกหลอกให้ค้าประเวณียอมรับว่า มีอายุเพียง 14 และ 15 ปีเท่านั้น ไม่ใช่อายุ 19 ปีตามคำเบิกคำให้การในชั้นศาลต่างจากที่ถูกบีบให้รับสาร ภาพกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่ามีอายุเพียง 14ปี ดังนั้นจึงถือว่ามีความผิดในหลายกรรมหลายวาระ โดยเจ้าหน้าที่รัฐทั้ง 3 นายพบว่า มีเจ้าหน้าที่ยศพ.ต.อ. 2 นายและร.ต.อ. 1 นายเข้าไปมีส่วน

ดังนั้นในวันนี้จะเสนอให้พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมืองอธิบดีดีเอสไอลงนามในคำสั่ง เพื่อส่งสำนวนการสอบสวนให้ป.ป.ชพิจารณาต่อไป

"ดีเอสไอได้แจ้งข้อกล่าวหาเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 3 นายในฐานความผิดเป็นเจ้าพนักงานละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157และข้อหาค้ามนุษย์ในมาตรา 7 และมาตรา 54 ซึ่งแม้เจ้าหน้าที่จะไม่ได้เป็นผู้กระทำโดยตรงแต่พยายามช่วยเหลือผู้กระทำผิด ให้พ้นผิดและบีบบังคับให้มีการให้การเท็จในศาลก็จะมีความผิดตามกฎหมายค้ามนุษย์ด้วย"แหล่งข่าวกล่าว

ทั้งนี้ตามมาตรา 7 ระบุว่าการให้ช่วยเหลือด้วยประการใดเพื่อให้ผู้กระทำความผิดฐานค้ามนุษย์พ้นจากการถูกจับกุมรวมทั้งเรียก รับหรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้กระทำความผิดฐานค้ามนุษย์เพื่อมิให้ผู้กระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ถูกลงโทษ ส่วนมาตรา 54 สาระสำคัญระบุว่า การใช้กำลังบังคับ ขู่เข็ญ ข่มขู่ข่มขืนใจ หลอกลวง หรือกระทำการอันมิชอบประการอื่นเพื่อมิให้ผู้เสียหายหรือพยานไปพบพนักงานเจ้าหน้าที่พนักงานสอบสวน พนักงานอัยการหรือไม่ไปศาลเพื่อให้ข้อเท็จจริงหรือเบิกความหรือเพื่อให้ผู้นั้นให้ข้อเท็จจริงหรือเบิกความอันเป็นเท็จหรือไม่ให้ข้อเท็จจริง

สำหรับคดีดังกล่าวสีบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ได้เข้าปฏิบัติการลุ่มน้ำแควบุกจับร้านชมดาว คาราโอเกะ ถ.พัฒนากาญจน์ ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี  เมื่อวันที่ 14 ต.ค.58ได้เปิดเป็นร้านคาราโอเกะบังหน้า แต่กลับนำหญิงสาวชาวไทยใหญ่มาบริการค้าประเวณีซึ่งการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายค้ามนุษย์โดยครั้งนั้นเจ้าหน้าสามารถช่วยเหลือหญิงสาวชาวไทยใหญ่ จำนวน 7 คนและจับกุมผู้ดูแลเป็นชายชาวไทยได้ จำนวน 2 คนพร้อมตรวจยึดบัญชีส่งส่วยให้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐ

ข่าวล่าสุด

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล