
เตรียมร้องรมว.ยธ.สอบบิ๊กกระทรวงแถลงปมครูจอมทรัพย์ไม่ตรงความจริง
ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมเตรียมร้องรมว.ยุติธรรมสอบ บิ๊กกระทรวง แถลงปมครูจอมทรัพย์ไม่ตรงกับความจริง
ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมเตรียมร้องรมว.ยุติธรรมสอบ บิ๊กกระทรวง แถลงปมครูจอมทรัพย์ไม่ตรงกับความจริง
เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ระบุว่า จากการที่ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม วันนี้ ได้มีการแถลงข่าวจากรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ระบุว่า จากการที่ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้ท้าว่า หากไม่มีเจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรมถูกดำเนินคดี ในคดีจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร ก็จะขอยุติบทบาทด้วยการปิดชมรมฯ
วันนี้ ได้มีการแถลงข่าวจากรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ระบุว่า ได้สรุปสำนวนในส่วนของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ที่ได้ช่วยเหลือครูจอมทรัพย์จำนวน 14 คน แบ่งเป็น 2 ชุด ชุดที่ 1 จำนวน 7 คน ชุดที่ 2 จำนวน 7 คน โดยได้ตั้งข้อหาทั้ง 14 คน ในข้อหา "บกพร่องต่อหน้าที่ ซึ่งเป็นการกระทำของหน่วย ที่ต้องแจ้งให้หน่วยได้รับทราบถึงความไม่รอบคอบ ไม่ใช้ความสามารถในการสืบสวนข้อเท็จจริง จนเกิดความเสียหาย" และยังมีการตั้งข้อหากับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอชุดที่ 2 จำนวน 7 คนอีก 1 ข้อหา คือ"เป็นเจ้าหน้าที่ มีหน้าที่แล้วไม่กระทำการ ถือเป็นการละเว้นปฏิบัติหน้าที่ มาตรา 157"
ซึ่งในวันพรุ่งนี้ ช่วงบ่าย ตัวแทนของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 จะยื่นเรื่องต่อ ปปช. เพื่อดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอทั้ง 7 คน ที่สำนักงาน ปปช.สนามบินน้ำ
การแจ้งข้อหาของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ถือเป็นการตบหน้าผู้อำนวยการกิจการยุติธรรม หลังจากที่เมื่อวานได้มีการออกมาว่าเจ้าหน้าที่ดีเอสไอทั้ง 14 คน ทำหน้าที่โดยถูกต้อง อำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชน การแถลงข่าวของผู้อำนวยการกิจการยุติธรรม เป็นการรวบรวมข้อมูลมา ไม่ได้มีการสอบสวนตรงกับความเป็นจริง การแจ้งข้อกล่าวหาของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ในครั้งนี้ ถือเป็นการทำลายความน่าเชื่อถือของผอ.กิจการยุติธรรม
ดังนั้น เรื่องนี้เป็นไปตามการท้าพิสูจน์ของชมรมฯ ที่มั่นใจในข้อมูลพยานหลักฐาน ซึ่งทางชมรมฯ ได้ส่งมอบในฐานะพยานให้กับพนักงานสอบสวนคดีจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการซื้อป้ายทะเบียน การซื้อรถพร้อมป้าย การรู้แล้วว่านายสับ วาปี ได้รับการว่าจ้างมาเป็นผู้ต้องหา ตลอดจนการเข้าเครื่องจับเท็จไม่ผ่าน การพานายสับ วาปีไปโชว์ตัวที่ศาล โดยไม่ให้ขึ้นเบิกความ การอ้างนำรถยนต์ทะเบียน บค 56 สกลนคร ไปให้ 3 หน่วยงานตรวจสอบ และการใช้เงินส่วนตัวช่วยเหลือคดีจอมทรัพย์ โดยไม่ใช้งบประมาณหลวง ล้วนแต่มีความน่าสงสัยทั้งสิ้น
ในวันที่ 26 ธันวาคม 2560 ทางชมรมฯ จะไปยื่นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ร้องขอให้ตั้งกรรมการสอบวินัย ผู้อำนวยการของกระทรวงยุติธรรม ที่มีการแถลงข่าวโดยมีการแถลงข้อมูลอันเป็นเท็จต่อสื่อมวลชน เพื่อเป็นการปิดคดีนี้ของทางชมรมฯ และรอการดำเนินการทางกระบวนการยุติธรรมในชั้นศาลต่อไป







