
เกมลับเขี่ย ภท. ดึงอะไหล่เสริมหล่อมาร์ค
ฝุ่นตลบไม่จบ! เมื่อคดียุบพรรคประชาธิปัตย์งวดมาทุกขณะ เข้าถึงจุดสำคัญที่จะมีการพิพากษาคดีในราวเดือน พ.ย.นี้
ฝุ่นตลบไม่จบ! เมื่อคดียุบพรรคประชาธิปัตย์งวดมาทุกขณะ เข้าถึงจุดสำคัญที่จะมีการพิพากษาคดีในราวเดือน พ.ย.นี้
โดย...ทีมข่าวการเมือง
ฝุ่นตลบไม่จบ! เมื่อคดียุบพรรคประชาธิปัตย์งวดมาทุกขณะ เข้าถึงจุดสำคัญที่จะมีการพิพากษาคดีในราวเดือน พ.ย.นี้
หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ยุบพรรค การเมืองย่อมเกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง ในกระแสที่ทุกพรรคท่องคาถา “ปรองดองๆๆๆ”
กรณีร้ายสุด พรรคประชาธิปัตย์เผชิญวิกฤตถูกยุบ รัฐบาลผสม 7 พรรคปลดเปลื้องพันธนาการต่อกัน อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อาจต้องเว้นวรรคทางการเมือง 5 ปี เช่นเดียวกับรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ที่เคยเป็นกรรมการบริหารพรรคในชุดเกิดเหตุอาจต้องหลุดจากเก้าอี้
เสียงของประชาธิปัตย์หายทันทีร่วม 20 เสียง นำมาสู่การฟอร์มรัฐบาลใหม่
คดียุบพรรคจึงเป็นระเบิดเวลาลูกใหญ่ที่ไม่เพียงแต่กระเทือนกับประชาธิปัตย์อย่างแรง แต่เขย่ารัฐบาลชุดนี้ให้กระจุยเป็นผุยผง
ผู้มีอำนาจ นักการเมือง กลุ่มก๊วนในพรรคร่วมรัฐบาล ฝ่ายค้าน มีสัญชาตญาณการเปลี่ยนแปลง จึงเคลื่อนไหวคึกคักเพื่อไม่ให้ตก “ขบวนอำนาจ”
สถานการณ์การเมืองจากนี้หลายคนคาดเดาไม่ออก รู้แต่ว่ามีเมฆดำลอยอึมครึม จึงเห็นการเดินสายคึกคักเป็นพิเศษของแกนนำพรรคชาติไทยพัฒนาตัวกลางสองขั้ว
ทั้งการสร้างความปรองดองของ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ คนกลางจากพรรคชาติไทยพัฒนาที่พร้อมเป็น “นายกรัฐมนตรีคนกลาง” ของสองขั้ว
หรือการนัดพบระหว่าง บรรหาร ศิลปอาชา กับ มีชัย ฤชุพันธุ์ และวิษณุ เครืองาม สองเนติบริกรผู้เป็นสัญลักษณ์ในช่วง “บ้านเมืองวิกฤต” ที่ฮ่องกง
ประจวบเหมาะกับกลุ่ม สส.เพื่อไทยจำนวน 40 กว่าคน นำโดย “วิทยา บุรณศิริ” ที่ไปพบอดีตนายกฯ เติ้ง
ความเคลื่อนไหวเหล่านี้ย่อมไม่ปกติแน่ แต่เข้าใจได้ในบรรยากาศการเมืองที่ขมุกขมัวก่อนคำตัดสินคดียุบพรรคจะออกมา ท่ามกลางบรรยากาศที่ทุกฝ่ายกำลัง “ปรองดอง”
อีกหนึ่งประเด็นความเคลื่อนไหว คือ กระแสข่าวเขี่ยพรรคภูมิใจไทยออกจากรัฐบาล อาศัยช่วงที่ สุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้จัดการรัฐบาล“ขาลอย” หลังลาออกจากรองนายกรัฐมนตรีเพื่อลงสมัคร สส.ในปลายสัปดาห์นี้
ตามข่าวระบุว่า แกนนำรัฐบาลปีกอภิสิทธิ์เตรียมใช้จังหวะนี้ล้างคราบรัฐบาลด้วยการสลัดทิ้ง “เนวิน ชิดชอบ” นายใหญ่ภูมิใจไทย เพราะที่ผ่านมาสร้างปัญหาให้นายกฯ อภิสิทธิ์ต้องปวดหัว และแปดเปื้อนไปกับข่าวทุจริต แต่งตั้งโยกย้ายไม่เป็นธรรมในกระทรวงมหาดไทย
สูตร “ครม.รูปหล่อ” เขย่าขวดใหม่ครั้งนี้ มีการเตรียมก๊วนต่างๆ ในพรรคเพื่อแผ่นดินเข้าเสียบรัฐบาล รวมถึงพรรคประชาราชของ เสนาะ เทียนทอง และก๊วนอีสานพัฒนาของพรรคเพื่อไทย แทนเสียงที่จะหายไปของพรรคภูมิใจไทย
ภูมิใจไทยอ้างว่ามีทั้งหมด 58-60 เสียงซุกซ่อนตามพรรคต่างๆ แต่แผนปรับใหญ่ประชาธิปัตย์จะเก็บพวกเลือดเทียมไว้โดยใช้เก้าอี้รัฐมนตรีล่อซื้อ
สูตรนี้คอการเมืองประเมินเป็นไปได้ยาก มีหรือที่พรรคเพื่อไทยโดยเฉพาะสายอีสานถิ่นเสื้อแดงจะไปกินน้ำใต้ศอกพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ถูกคนเสื้อแดงด่าตายหรือ
แต่ ศักดา คงเพชร สส.ร้อยเอ็ด จากกลุ่มอีสานพัฒนา พรรคเพื่อไทย ก็ยอมรับว่ามีการคุยเรื่องนี้จริงในระดับแกนนำพรรคเพื่อไทย
ว่าไปแล้วการเมืองไทยอะไรก็เกิดขึ้นได้ ถ้าผลประโยชน์ลงตัวเมื่อไหร่ ทุกอย่างเกิดได้หมด แม้แต่นายกรัฐมนตรี 18 เสียง ก็ยังเซอร์ไพรส์การเมืองไทยมาแล้ว
กระนั้น สาระหลักของข่าวเฉดหัวภูมิใจไทย ก็เพราะอภิสิทธิ์อึดอัดใจมานาน และไม่อยากง้อพรรคภูมิใจไทย เมื่อได้จังหวะเพราะอยู่ในช่วงปีสุดท้ายของรัฐบาลแล้ว ขณะที่พรรคเล็กพรรคน้อยที่ยังไม่มีโอกาสร่วมรัฐบาลก็พร้อมขึ้นขบวนรถไฟเที่ยวสุดท้าย
ก่อนทิ้งทวนยุบสภา นายกฯ อภิสิทธิ์ จึงจำเป็นต้องกู้ภาพรัฐบาลเรียกศักดิ์ศรีพรรคประชาธิปัตย์ขึ้นมา เพราะถ้ายังมีคนในรัฐบาลทุจริต ใช้อำนาจมิชอบ ประชาธิปัตย์ก็จะหาเสียงเหนื่อย
แว่วว่าความเคลื่อนไหวเรื่องนี้ลึกๆ เกิดจาก กลุ่ม 3 พี ของ พินิจ จารุสมบัติ ปรีชา เลาหพงศ์ชนะ และว่าที่ ร.ต.ไพโรจน์ สุวรรณฉวี ที่มีสายสัมพันธ์ดีกับบ้านสี่เสาฯ ซึ่งช่วงหลังภูมิใจไทยเร่งโตเกินไป มีการวางเครือข่ายใช้อำนาจแต่งตั้งโยกย้ายบิ๊กข้าราชการกระทรวงมหาดไทยเกินความพอดีจนทำลายระบบราชการ ทำให้สมาคมข้าราชการบำนาญมหาดไทย กระทรวงมหาดไทย นำโดย พงศ์โพยม วาศภูติ อดีตปลัดกระทรวงฯ ยื่นฎีการ้องเรียน
แต่ถามว่าจะเกิดขึ้นได้หรือไม่ คำตอบคือ น่าจะเป็นเรื่องยาก เพราะสุเทพคงไม่ยอมแน่
สุเทพ คิดว่าการเป็นพรรคแกนนำต้องรักษาน้ำใจพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค โดยเฉพาะในการต่อสู้ที่ยังขัดแย้งรุนแรงระหว่างสองขั้ว คือ ขั้วทักษิณ กับขั้วไม่เอาทักษิณ โดยประชาธิปัตย์ควรมองเกมยาว ซื้อใจพรรคร่วมรัฐบาลไว้
แม้ว่าภูมิใจไทยจะสร้างปัญหามากมาย แต่ก็ต้องกล้ำกลืนฝืนทน เพราะประชาธิปัตย์ยังต้องใช้บริการภูมิใจไทยอยู่เพื่อไปเจาะทักษิณในภาคอีสาน ให้อภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัย
ถ้าถีบภูมิใจไทยออก หรือไม่ให้ “เงิน–อำนาจ” กับพรรคสีน้ำเงิน ก็จะไม่มีใครไปตัดคะแนนเพื่อไทยได้ ที่สุดประชาธิปัตย์ก็อาจไม่ได้เป็นแกนนำตั้งรัฐบาลรอบหน้า
แต่ในกลุ่มอภิสิทธิ์มองว่า อย่างไรเสียทุกพรรคก็ต้องแข่งกับเพื่อไทย และภูมิใจไทยก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากผูกขาติดกับประชาธิปัตย์ และสถานการณ์การเมืองขณะนี้ก็บังคับให้ภูมิใจไทยต้องเลือกข้างมาอยู่กับประชาธิปัตย์ ส่วนการจะไปร่วมกับทักษิณก็คงลำบาก เนื่องจากภูมิใจไทยสร้างความแค้นให้กับทักษิณไว้มาก
ทั้งหมดคงเกิดขึ้นยาก ถ้าถึงขั้นต้องเขี่ยภูมิใจไทยทิ้ง สไตล์เนวินที่ปะฉะดะ เหี้ยมสุดลึก ยิ่งวันนี้สั่งสมเงินทุน อำนาจ คิดการใหญ่อย่างนี้ หากฝันต้องสลายลง คงไม่ปล่อยให้ประชาธิปัตย์เป็นพระเอกเดี่ยวแน่
เจ๊งเป็นเจ๊ง!!







