posttoday
เกมลับเขี่ย ภท. ดึงอะไหล่เสริมหล่อมาร์ค

เกมลับเขี่ย ภท. ดึงอะไหล่เสริมหล่อมาร์ค

05 ตุลาคม 2553

ฝุ่นตลบไม่จบ! เมื่อคดียุบพรรคประชาธิปัตย์งวดมาทุกขณะ เข้าถึงจุดสำคัญที่จะมีการพิพากษาคดีในราวเดือน พ.ย.นี้

ฝุ่นตลบไม่จบ! เมื่อคดียุบพรรคประชาธิปัตย์งวดมาทุกขณะ เข้าถึงจุดสำคัญที่จะมีการพิพากษาคดีในราวเดือน พ.ย.นี้

โดย...ทีมข่าวการเมือง

เกมลับเขี่ย ภท. ดึงอะไหล่เสริมหล่อมาร์ค

ฝุ่นตลบไม่จบ! เมื่อคดียุบพรรคประชาธิปัตย์งวดมาทุกขณะ เข้าถึงจุดสำคัญที่จะมีการพิพากษาคดีในราวเดือน พ.ย.นี้

หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ยุบพรรค การเมืองย่อมเกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง ในกระแสที่ทุกพรรคท่องคาถา “ปรองดองๆๆๆ”

กรณีร้ายสุด พรรคประชาธิปัตย์เผชิญวิกฤตถูกยุบ รัฐบาลผสม 7 พรรคปลดเปลื้องพันธนาการต่อกัน อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อาจต้องเว้นวรรคทางการเมือง 5 ปี เช่นเดียวกับรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ที่เคยเป็นกรรมการบริหารพรรคในชุดเกิดเหตุอาจต้องหลุดจากเก้าอี้

เสียงของประชาธิปัตย์หายทันทีร่วม 20 เสียง นำมาสู่การฟอร์มรัฐบาลใหม่

คดียุบพรรคจึงเป็นระเบิดเวลาลูกใหญ่ที่ไม่เพียงแต่กระเทือนกับประชาธิปัตย์อย่างแรง แต่เขย่ารัฐบาลชุดนี้ให้กระจุยเป็นผุยผง

ผู้มีอำนาจ นักการเมือง กลุ่มก๊วนในพรรคร่วมรัฐบาล ฝ่ายค้าน มีสัญชาตญาณการเปลี่ยนแปลง จึงเคลื่อนไหวคึกคักเพื่อไม่ให้ตก “ขบวนอำนาจ”

สถานการณ์การเมืองจากนี้หลายคนคาดเดาไม่ออก รู้แต่ว่ามีเมฆดำลอยอึมครึม จึงเห็นการเดินสายคึกคักเป็นพิเศษของแกนนำพรรคชาติไทยพัฒนาตัวกลางสองขั้ว

ทั้งการสร้างความปรองดองของ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ คนกลางจากพรรคชาติไทยพัฒนาที่พร้อมเป็น “นายกรัฐมนตรีคนกลาง” ของสองขั้ว

หรือการนัดพบระหว่าง บรรหาร ศิลปอาชา กับ มีชัย ฤชุพันธุ์ และวิษณุ เครืองาม สองเนติบริกรผู้เป็นสัญลักษณ์ในช่วง “บ้านเมืองวิกฤต” ที่ฮ่องกง

ประจวบเหมาะกับกลุ่ม สส.เพื่อไทยจำนวน 40 กว่าคน นำโดย “วิทยา บุรณศิริ” ที่ไปพบอดีตนายกฯ เติ้ง

ความเคลื่อนไหวเหล่านี้ย่อมไม่ปกติแน่ แต่เข้าใจได้ในบรรยากาศการเมืองที่ขมุกขมัวก่อนคำตัดสินคดียุบพรรคจะออกมา ท่ามกลางบรรยากาศที่ทุกฝ่ายกำลัง “ปรองดอง”

อีกหนึ่งประเด็นความเคลื่อนไหว คือ กระแสข่าวเขี่ยพรรคภูมิใจไทยออกจากรัฐบาล อาศัยช่วงที่ สุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้จัดการรัฐบาล“ขาลอย” หลังลาออกจากรองนายกรัฐมนตรีเพื่อลงสมัคร สส.ในปลายสัปดาห์นี้

ตามข่าวระบุว่า แกนนำรัฐบาลปีกอภิสิทธิ์เตรียมใช้จังหวะนี้ล้างคราบรัฐบาลด้วยการสลัดทิ้ง “เนวิน ชิดชอบ” นายใหญ่ภูมิใจไทย เพราะที่ผ่านมาสร้างปัญหาให้นายกฯ อภิสิทธิ์ต้องปวดหัว และแปดเปื้อนไปกับข่าวทุจริต แต่งตั้งโยกย้ายไม่เป็นธรรมในกระทรวงมหาดไทย

สูตร “ครม.รูปหล่อ” เขย่าขวดใหม่ครั้งนี้ มีการเตรียมก๊วนต่างๆ ในพรรคเพื่อแผ่นดินเข้าเสียบรัฐบาล รวมถึงพรรคประชาราชของ เสนาะ เทียนทอง และก๊วนอีสานพัฒนาของพรรคเพื่อไทย แทนเสียงที่จะหายไปของพรรคภูมิใจไทย

ภูมิใจไทยอ้างว่ามีทั้งหมด 58-60 เสียงซุกซ่อนตามพรรคต่างๆ แต่แผนปรับใหญ่ประชาธิปัตย์จะเก็บพวกเลือดเทียมไว้โดยใช้เก้าอี้รัฐมนตรีล่อซื้อ

สูตรนี้คอการเมืองประเมินเป็นไปได้ยาก มีหรือที่พรรคเพื่อไทยโดยเฉพาะสายอีสานถิ่นเสื้อแดงจะไปกินน้ำใต้ศอกพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ถูกคนเสื้อแดงด่าตายหรือ

แต่ ศักดา คงเพชร สส.ร้อยเอ็ด จากกลุ่มอีสานพัฒนา พรรคเพื่อไทย ก็ยอมรับว่ามีการคุยเรื่องนี้จริงในระดับแกนนำพรรคเพื่อไทย

ว่าไปแล้วการเมืองไทยอะไรก็เกิดขึ้นได้ ถ้าผลประโยชน์ลงตัวเมื่อไหร่ ทุกอย่างเกิดได้หมด แม้แต่นายกรัฐมนตรี 18 เสียง ก็ยังเซอร์ไพรส์การเมืองไทยมาแล้ว

กระนั้น สาระหลักของข่าวเฉดหัวภูมิใจไทย ก็เพราะอภิสิทธิ์อึดอัดใจมานาน และไม่อยากง้อพรรคภูมิใจไทย เมื่อได้จังหวะเพราะอยู่ในช่วงปีสุดท้ายของรัฐบาลแล้ว ขณะที่พรรคเล็กพรรคน้อยที่ยังไม่มีโอกาสร่วมรัฐบาลก็พร้อมขึ้นขบวนรถไฟเที่ยวสุดท้าย

ก่อนทิ้งทวนยุบสภา นายกฯ อภิสิทธิ์ จึงจำเป็นต้องกู้ภาพรัฐบาลเรียกศักดิ์ศรีพรรคประชาธิปัตย์ขึ้นมา เพราะถ้ายังมีคนในรัฐบาลทุจริต ใช้อำนาจมิชอบ ประชาธิปัตย์ก็จะหาเสียงเหนื่อย

แว่วว่าความเคลื่อนไหวเรื่องนี้ลึกๆ เกิดจาก กลุ่ม 3 พี ของ พินิจ จารุสมบัติ ปรีชา เลาหพงศ์ชนะ และว่าที่ ร.ต.ไพโรจน์ สุวรรณฉวี ที่มีสายสัมพันธ์ดีกับบ้านสี่เสาฯ ซึ่งช่วงหลังภูมิใจไทยเร่งโตเกินไป มีการวางเครือข่ายใช้อำนาจแต่งตั้งโยกย้ายบิ๊กข้าราชการกระทรวงมหาดไทยเกินความพอดีจนทำลายระบบราชการ ทำให้สมาคมข้าราชการบำนาญมหาดไทย กระทรวงมหาดไทย นำโดย พงศ์โพยม วาศภูติ อดีตปลัดกระทรวงฯ ยื่นฎีการ้องเรียน

แต่ถามว่าจะเกิดขึ้นได้หรือไม่ คำตอบคือ น่าจะเป็นเรื่องยาก เพราะสุเทพคงไม่ยอมแน่

สุเทพ คิดว่าการเป็นพรรคแกนนำต้องรักษาน้ำใจพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค โดยเฉพาะในการต่อสู้ที่ยังขัดแย้งรุนแรงระหว่างสองขั้ว คือ ขั้วทักษิณ กับขั้วไม่เอาทักษิณ โดยประชาธิปัตย์ควรมองเกมยาว ซื้อใจพรรคร่วมรัฐบาลไว้

แม้ว่าภูมิใจไทยจะสร้างปัญหามากมาย แต่ก็ต้องกล้ำกลืนฝืนทน เพราะประชาธิปัตย์ยังต้องใช้บริการภูมิใจไทยอยู่เพื่อไปเจาะทักษิณในภาคอีสาน ให้อภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัย

ถ้าถีบภูมิใจไทยออก หรือไม่ให้ “เงิน–อำนาจ” กับพรรคสีน้ำเงิน ก็จะไม่มีใครไปตัดคะแนนเพื่อไทยได้ ที่สุดประชาธิปัตย์ก็อาจไม่ได้เป็นแกนนำตั้งรัฐบาลรอบหน้า

แต่ในกลุ่มอภิสิทธิ์มองว่า อย่างไรเสียทุกพรรคก็ต้องแข่งกับเพื่อไทย และภูมิใจไทยก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากผูกขาติดกับประชาธิปัตย์ และสถานการณ์การเมืองขณะนี้ก็บังคับให้ภูมิใจไทยต้องเลือกข้างมาอยู่กับประชาธิปัตย์ ส่วนการจะไปร่วมกับทักษิณก็คงลำบาก เนื่องจากภูมิใจไทยสร้างความแค้นให้กับทักษิณไว้มาก

ทั้งหมดคงเกิดขึ้นยาก ถ้าถึงขั้นต้องเขี่ยภูมิใจไทยทิ้ง สไตล์เนวินที่ปะฉะดะ เหี้ยมสุดลึก ยิ่งวันนี้สั่งสมเงินทุน อำนาจ คิดการใหญ่อย่างนี้ หากฝันต้องสลายลง คงไม่ปล่อยให้ประชาธิปัตย์เป็นพระเอกเดี่ยวแน่

เจ๊งเป็นเจ๊ง!!

 

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน