posttoday
การยกเลิกสินบนนำจับช่วยลดการทุจริตจริงหรือ

การยกเลิกสินบนนำจับช่วยลดการทุจริตจริงหรือ

05 ตุลาคม 2553

....สมชาย สกุลสุรรัตน์

กรมศุลกากรเป็นหน่วยงานทางปกครองของราชการ ที่มีหน้าที่ตามกฎหมายศุลกากร และกฎหมายอื่นๆ ในการกำกับดูแล และลงโทษผู้นำเข้าหรือผู้ส่งออกที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย รวมทั้งผู้ร่วมกระทำความผิดที่ช่วยซ่อนเร้น ช่วยขาย ช่วยรับไว้ด้วยประการใดๆ ซึ่งสินค้าที่ยังมิได้เสียภาษีตามกฎหมาย หรือเป็นสินค้าต้องจำกัดหรือสินค้าต้องห้ามนำเข้า

ในการลงโทษผู้ลงมือกระทำความผิดตามกฎหมายศุลกากรมาตรา 27 กำหนดบทลงโทษผู้กระทำความผิดโดยให้ปรับเป็นเงิน 4 เท่าของราคาสินค้ารวมอากร หรือให้จำคุกไม่เกินสิบปีหรือทั้งจำทั้งปรับ

ส่วนผู้ช่วยเหลือในการกระทำความผิดมีบทลงโทษ กำหนดไว้ในมาตรา 27 ทวิ ให้ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับเป็นเงิน 4 เท่าของราคาสินค้ารวมค่าอากร หรือทั้งจำทั้งปรับ

ตรงที่เป็นประเด็นขึ้นมาคือ โทษที่กำหนดไว้สูงและแข็งตัวเกินไปหรือไม่ โดยเฉพาะโทษปรับที่กำหนดให้ปรับเป็นเงิน 4 เท่าของราคาสินค้าบวกด้วยอากร โดยไม่ต้องต่อรองราคากันอีก เพราะแม้แต่เมื่อคดีขึ้นสู่ศาล ผู้พิพากษาก็ต้องพิพากษาสั่งปรับ 4 เท่าของราคาของบวกอากรตามที่กฎหมายกำหนด

ถ้าพิจารณาความตามกฎหมาย การลงโทษตัวการผู้กระทำความผิด ตามมาตรา 27 และผู้ร่วมกระทำความผิดตามมาตรา 27 ทวินั้น มีวัตถุประสงค์ให้ผู้นำเข้า และผู้ส่งออกปฏิบัติตามกฎหมายโดยเสียภาษีอากรตามอัตราที่กฎหมายกำหนด หรือปฏิบัติตามระเบียบสำหรับสินค้าบางประเภทที่มีข้อจำกัดในการนำเข้าหรือส่งออกสินค้า ที่ภาษากฎหมายใช้คำว่า “ของต้องจำกัด” โดยเคร่งครัด เพื่อรักษาผลประโยชน์ของทางราชการ และความผาสุกของประชาชน ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามจะถูกลงโทษก็สมควรแก่เหตุและผลแล้ว

อย่างไรก็ตาม เมื่อเร็วๆ นี้ กรมศุลกากรก็ได้เสนอแก้กฎหมายศุลกากรโดยกำหนดโทษปรับไว้ต่ำสุด 0.5 เท่า สูงสุดไม่เกิน 4 เท่า ของราคาสินค้าบวกอากรเพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นในการพิจารณาลงโทษผู้ที่กระทำความผิดโดยมิได้มีเจตนา เช่น กรณีมีผู้นำสินค้าบางประเภทเข้ามาในประเทศโดยไม่ทราบว่ามีประกาศจำกัดการนำเข้าของสินค้านั้นจากหน่วยงานของทางราชการบางหน่วยงาน

จะเห็นว่า การปรับเปลี่ยนโทษปรับของผู้กระทำผิดตามกฎหมายศุลกากรมาตรา 27 และมาตรา 27 ทวิ ก็เป็นไปตามเหตุผล การกำหนดการลงโทษปรับหนักเบาตามเจตนาของการกระทำความผิด หาใช่เป็นเหตุจากกระทำทุจริตคิดมิชอบ จนต้องมีการแก้ไขกฎหมายอย่างที่พูดกันไม่

ส่วนประเด็นกฎหมายศุลกากรอีกประเด็นหนึ่งที่มีการกล่าวขวัญถึงมาก คือ ประเด็นการกำหนดอัตราการให้สินบนนำจับและรางวัลนำจับสินค้าที่ผิดกฎหมายศุลกากร ซึ่งกำหนดการแบ่งรางวัลนำจับ และรางวัลสินบนไว้ในมาตรา 102 ตรี ของกฎหมายศุลกากรโดยแบ่งรางวัลนำจับให้เจ้าพนักงานผู้จับกุมไว้ร้อยละ 25 และสินบนให้ผู้แจ้งความนำจับร้อยละ 30% ของค่าปรับ

ประเด็นนี้เป็นประเด็นร้อนที่มีการกล่าวหาว่า เจ้าหน้าที่กรมศุลกากรดำเนินการจับกุมเพื่อเอารางวัลหรือปล่อยสินค้าออกไปก่อนเพื่อจับกุมภายหลังเพื่อเอารางวัล จึงมีข้อเรียกร้องให้ยกเลิกเงินรางวัลและสินบนในการจับกุมเสีย

ผมเองไม่เคยเป็น ไม่เป็น และไม่มีโอกาสที่จะเป็นเจ้าหน้าที่ของกรมศุลกากร รวมทั้งญาติพี่น้องไม่มีใครทำงานอยู่ในกรมศุลกากร แต่บางทีอ่านคำกล่าวหาต่างๆ เหล่านี้แล้วไม่เข้าใจว่าทำไมหลายฝ่ายจึงมีความเข้าใจว่า การจ่ายเงินสินบนและรางวัลนำจับจึงเป็นที่มาของการทุจริตในการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการในกรมศุลกากร

ความจริงใน พ.ร.บ.ให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พ.ศ. 2489 เมื่อมีการจับกุมการกระทำความผิดและมีการสั่งปรับผู้กระทำความผิดหรือการยึดของกลางได้ ศาลจะสั่งจ่ายรางวัลนำจับให้เจ้าพนักงานร้อยละ 15 และสินบนนำจับให้ผู้แจ้งเบาะแสการจับกุมร้อยละ 30 ของค่าปรับเช่นกัน ทั้งนี้เพื่อสร้างแรงจูงใจให้มีการจับกุมผู้กระทำความผิดมาลงโทษ

ทีนี้ลองคิดกันเล่นๆ ว่า หากยกเลิกการจ่ายเงินรางวัลและสินบนตามกฎหมายศุลกากรเสีย ต่อไปนี้คดีการจับกุมต่างๆ ของกรมศุลกากรก็คงขึ้นไปสู่ศาล ซึ่งในระหว่างนั้นกรมศุลกากรมีหน้าที่ต้องเก็บรักษาดูแลทรัพย์สินที่ยึดไว้จนกว่าคดีจะสิ้นสุด เผลอๆ ท่าเรือจะเต็มไปด้วยสินค้าหนีภาษีที่จับไว้ พอศาลตัดสินเสร็จ เอาออกไปประมูลขายคอมพิวเตอร์ก็กลายเป็นเศษเหล็ก (ขยะ) ไปเรียบร้อยแล้ว

ว่าไปแล้ว การกล่าวหาว่าการจ่ายเงินรางวัลและเงินสินบนเป็นที่มาของการทุจริตนั้นคงไม่ใช่หลักคิดที่ถูกต้อง เพราะการจ่ายเงินสินบนและรางวัลนำจับเกิดขึ้นภายหลังจากการลักลอบนำสินค้าเข้าโดยผิดกฎหมาย ถ้าไม่มีการกระทำผิดกฎหมายก็ไม่มีการจับกุม และเมื่อไม่มีการจับกุมและการปรับหรือยึดของกลางออกไปขายก็จะไม่มีการจ่ายเงินรางวัล และเงินสินบนตามมา

ผมว่า เพื่อความโปร่งใส ลดรางวัลและสินบนนำจับตามกฎหมายศุลกากรลงมาให้เท่ากับเงินรางวัลและสินบนนำจับที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.ให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พ.ศ. 2489 เสียก็น่าจะเพียงพอแล้ว

ขนาดมีสินบนและรางวัลให้เจ้าหน้าที่มีแรงจูงใจพิเศษในการจับกุม ก็ยังมีผู้ลักลอบกระทำผิดกฎหมายให้จับกุมกันได้เรื่อยๆ ตั้งแต่ตัวกินมดยันรถเก๋ง ถ้าไม่มีสินบนและรางวัลนำจับ จะทำให้การทุจริตคิดมิชอบลดลงหรือทำให้การลักลอบนำสินค้าเข้าหรือออกโดยผิดกฎหมายเพิ่มขึ้นกันแน่ เรื่องนี้น่าคิดครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท