
อย่าเอาอย่างแม่ปู
ขณะที่มีการตั้งคำถามเรื่องธรรมาภิบาลในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงในกระทรวงมหาดไทย และอดีตข้าราชการระดับสูงในกระทรวงมหาดไทยรวมทั้งอดีตนายกสมาคมข้าราชการได้ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีเรียกร้องให้ใช้ธรรมาภิบาลในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการกระทรวงนี้ แต่ปรากฏว่า ในวันเกิดของนักการเมืองซึ่งได้ชื่อว่ามีอิทธิพลในการแต่งตั้งโยกย้าย ทั้งๆ ที่มิได้เป็นผู้มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงกลับมีข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ทั้งระดับอธิบดี ผู้ว่าราชการจังหวัดและหัวหน้าหน่วยระดับสูงจำนวนมากกลับเอาเวลาราชการไปร่วมงานฉลองวันเกิดนักการเมืองผู้นี้อย่างคับคั่ง
เมื่อผู้บริหารหน่วยงานเป็นเช่นนี้เสียแล้ว จะหวังใจได้อย่างไรว่า ข้าราชการระดับรองๆ ลงมาจะธำรงเกียรติยศแห่งความเป็นข้าราชการได้
ก่อนหน้านี้เพียงสองวัน
“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เพิ่งสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ ถึง “ความสมหวัง” และ “ผิดหวัง” ต่อ “ระบบราชการไทย” ผลปรากฏว่า ความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อ “ข้าราชการไทย” ในวันนี้เป็นไปในทางลบทั้งสิ้นกล่าวคือ ภาพลำดับแรกที่คนมองระบบราชการคือ 34.22% เห็นว่า คอร์รัปชัน โกงกิน/ใช้อำนาจ หน้าที่ ข้าราชการไทยหาผลประโยชน์ให้กับตัวเองและพวกพ้อง รองลงไป 30.18% คือ มักใช้ระบบอุปถัมภ์ ใช้เส้นสาย แบ่งพรรคแบ่งพวก 16.34% เห็นว่า ข้าราชการขาดอิสระในการทำงาน ถูกแทรกแซงทางการเมือง
มีประชาชนเพียง 10.56% เท่านั้นที่เห็นว่า การรับราชการเป็นอาชีพที่มีเกียรติ ควรค่าแก่การได้รับการยกย่อง
ด้านหนึ่ง ประชาชนพอใจที่มีการปรับการบริการให้มีความรวดเร็วขึ้น มีการประเมิน ตรวจสอบการทำงาน มีความทันสมัยขึ้น และเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมและแสดงความคิดเห็นหรือความต้องการที่มีต่อภาครัฐมากขึ้น แต่อีกด้านหนึ่งประชาชนก็ผิดหวัง
ผิดหวังที่ยังมีการคอร์รัปชัน โกงกิน เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง ยึดติดกับอำนาจ หน้าที่ หรือแนวคิดแบบเดิมๆ มีคนเก่ง แม้จะมีความรู้อยู่มากแต่ไม่สามารถทำงานไปในทิศทางเดียวกันได้ ซ้ำยังจะทำให้บ้านเมืองล้าหลังกว่าประเทศเพื่อนบ้าน ฯลฯ
หากหัวหน้าหน่วยราชการทั้งหลายไม่ยืนหยัดที่จะธำรงเกียรติของตนเองเอาไว้ก็ยากที่สร้างจุดสมดุลระหว่างอำนาจการเมืองกับราชการประจำได้ และถ้าทำเรื่องนี้ไม่ได้ไม่ว่ารัฐธรรมนูญจะกำหนดรูปแบบความสัมพันธ์ หน้าที่และความรับผิดชอบของแต่ละฝ่ายไว้เพียงใดก็ยากที่จะเกิดขึ้นจริงได้และบ้านเมืองก็จะไปไม่ถึงไหน
ต่อไปก็ยากที่จะหาคนดีมีฝีมือเข้าทำงานแล้วระบบราชการเองจะอ่อนแอด้วยการกระทำของตนเอง สุดท้ายก็ไม่อาจรักษาการเป็นที่พึ่งที่หวังของประชาชนได้
สังคมไม่ควรจะยอมรับพฤติกรรมอันน่ารังเกียจแบบนี้ และควรจะแสดงออกด้วยประการต่างๆ เพื่อมิให้กลายมาเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีแก่คนอื่นต่อไป







