
บัญญัติซัดพยานบริษัททำป้ายไร้น้ำหนัก
บัญญัติอัดบริษัททำป้ายเป็นพยานไม่น่าเชื่อถือ ชี้เหมือนซักซ้อมกับฝ่ายโจทก์มาก่อน เพราะรู้ข้อมูลปชป.มากเกินไป ทั้งที่พรรคไม่รู้จัก
บัญญัติอัดบริษัททำป้ายเป็นพยานไม่น่าเชื่อถือ ชี้เหมือนซักซ้อมกับฝ่ายโจทก์มาก่อน เพราะรู้ข้อมูลปชป.มากเกินไป ทั้งที่พรรคไม่รู้จัก
นายบัญญัติ บรรทัดฐาน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ขึ้นเบิกความต่อศาลรัฐธรรมนูญในคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ กรณีใช้เงินกองทุนพรคการเมือง 29 ล้านบาท ผิดวัตถุประสงค์ ว่า นางวาศิณี ทองเจือ เจ้าของบริษัทเมคเน็คไชส์ เป็นพยานปากที่ไม่น่าเชื่อถือ เพราะจากที่เคยให้ถ้อยคำมีการ มีการให้ถ้อยคำที่ขัดแย้งกันหลายรอบ อีกทั้ง ยังรู้ข้อมูลของประชาธิปัตย์มากเกินไป รู้ถึงขั้นว่าตู้เซฟอยู่ที่ไหน เงินสดอยู่ในเซฟไหน เหมือนจะเป็นการซักซ้อมทำความเข้าใจกันมาก่อน โดยหลักแล้วพรรคคงไม่ให้คนที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้าแค่มาของานทำ ไปรู้ไปเห็นอะไรมากมายขนาดนั้นได้
นายบัญญัติ กล่าวว่า เรื่องนี้มีการปรึกษาหารืออย่างใกล้ชิดระหว่าง พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย อดีตหัวหน้าพรรคนักงานสอบสวนดีเอสไอ และนางวราภรณ์ ณ ป้อมเพชร กกต. ผู้อำนวยการฝ่ายตรวจสอบบัญชีและทรัพย์สิน และ นางวาศิณี ทั้งที่ผ่านมาคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของกกต. สามครั้งเห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์ใช้จ่ายเงินกองทุนถูกต้อง โดยมีสำนักงานบัญชีทรัพย์อนันต์ ที่กกต.ว่าจ้างมาตรวจสอบบัญชียังยืนยันในความถูกต้อง
“มูลเหตุจูงใจในการเปลี่ยนแปลงผลสรุปครั้งนี้น่าจะมาจาก2ประการ คือ 1. การที่ถูกคนเสื้อแดงข่มขู่ว่าหากไม่ยุบประชาธิปัตย์ ก็จะยุบชีวิตกกต.แทน และ 2.ก่อนหน้านี้คนพรรคประชาธิปัตย์เคยเป็นโจทย์ยื่นฟ้องอดีต กกต. บางคน และศาลได้ตัดสินลงโทษ ให้ติดคุก ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าเจ้าหน้าที่บางคนซึ่งเป็นส่วนน้อย ที่มีความผูกพันกับกกต.ที่ถูกลงโทษต้องการที่จะแก้แค้นพรรคประชาธิปัตย์” นายบัญญัติ กล่าว
นายบัญญัติ กล่าวยืนยันว่า ไม่เคยโทรศัพท์ไปหานายตำรวจเพื่อขอให้เคลียร์เรื่องใบกำกับภาษี ตามที่นายประจวบ สังข์ขาว ผู้บริหารเมซไซอะให้การไว้ก่อนหน้านี้ รวมทั้งเรื่องที่ระบุว่านายประจวบโอนเงินให้กับคนในพรรคก็ไม่เป็นความจริง ความสัมพันธ์ระหว่างพรรคประชาธิปัตย์และนายประจวบมีอยู่ประการเดียวคือการสั่งทำป้ายประชาสัมพันธ์ให้กับพรรค ส่วนเงินที่ได้รับไปแล้ว นายประจวบ จะไปโอนให้กับใครถือว่าไม่เกี่ยวข้องกับพรรค
นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เบิกความว่า นางวาศิณี อ้างซีดีและบันทึกเอกสารการทำป้ายโฆษณา ซึ่งระบุว่ามีการส่งป้ายในเดือนพ.ย. ถือเป็นการใส่ร้ายพรรคประชาธิปัตย์ เพราะการดำเนินการหาเสียงไม่ว่าทำป้ายของพรรคยังไม่ได้ข้อสรุปและการประชุมของ กกต.กับพรรคการเมืองก็ประชุม 3 ธ.ค. 2547 ดังนั้นเป็นไปไม่ได้ที่จะมีการส่งป้ายในเดือนพ.ย.
นายประดิษฐ์ กล่าวยอมรับว่า นางศิริลักษณ์ ไม้ไทย เป็นน้องสาวของตนเอง ส่วนท่ีนางศิริลักษณ์ได้รับเช็คจากนายธงชัย คลศรีชัย นั้น ตนเองทราบว่านายธงชัยนำเช็คมาคืนชดใ้ช้หนี้ที่ยืมไปทำการค้ากับนางศิริลักษณ์ประมาณ 20 ล้านบาท ซึ่งเรื่องนี้ตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และตนเองไม่เคยชวน นายธงชัยซึ่งเป็นญาติมาร่วมงานกับพรรคประชาธิปัตย์
จากการเช็คประวัติ ส.ต.อ.ทชภล พรหมจันทร์ ผู้ยื่นเรื่องสอบยุบพรรคประชาธิปัตย์ ทราบว่า ในปี2540 เคยทำงานที่บริษัท เดอะมอลล์ซึ่งเป็นบริษัทของญาติถือหุ้นอยู่ ต่อมาได้สร้างปัญหาใส่ร้ายป้ายสีผู้บังคับบัญชา มีผลสอบออกมาให้พักงาน 7 วัน แต่ส.ต.อ.ทชภล ไม่ยอมรับและลาออกจากบริษัท แต่ก่อนออกพูดว่าจะล้างแค้นครอบครัวตน
ด้าน นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรองเลขาธิการพรรค ขึ้นเบิกความโดยสรุปว่า ยืนยันไม่เคยสั่งให้ นายประจวบ สังข์ขาว โอนเงินให้กับคนของพรรคประชาธิปัตย์และไม่เคยได้รับเงินกับนายประจวบที่เป็นเงินของ บริษัท ทีพีไอ ตั้งแต่เกิดเรื่อง ทางดีเอสไอ ก็ไม่เคยเรียกไปสอบถามข้อเท็จจริง แต่กลับใช้วิธีการตรวจสอบบัญชีธนาคาร เพื่อจะดูว่าตนได้รับการโอนเงินเข้าบัญชีหรือไม่ แต่ก็ไม่พบความผิดปกติ







