
ดันปริยัติธรรมเข้าระบบโรงเรียน
โพสต์ทูเดย์
— วรากรณ์เสนอให้การศึกษาปริยัติธรรมอยู่ในระบบโรงเรียนนายวรากรณ์ สามโกเศศ ประธานคณะอนุกรรมการด้านพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาและเรียนรู้ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการเห็นว่า ควรจะให้การศึกษาปริยัติธรรมสายสามัญรวมอยู่ในระบบโรงเรียน เพื่อคุณภาพการศึกษาของพระเณรกว่า 5 หมื่นรูปทั่วประเทศ
นายวรากรณ์ กล่าวว่า ในประเทศไทยมีพระเณรเรียนอยู่ทั้งหมด 5.5 หมื่นรูป ส่วนใหญ่เรียนในระดับ ม.ต้น 4 หมื่นรูป ที่เหลือ 1.5 หมื่นรูป เรียนในระดับ ม.ปลาย ในวัดทั่วประเทศจำนวน 410 แห่ง ซึ่งถือได้ว่ามีขนาดเล็ก เฉลี่ยแค่โรงเรียนละร้อยกว่ารูปเท่านั้น จึงเป็นปัญหาเพราะต้องใช้ครูทั้งคฤหัสถ์และพระ จำนวน 2,836 คน และไม่ได้เป็นข้าราชการหรือเป็นลูกจ้างของรัฐ จึงมีการเข้าออกเป็นประจำ เกิดปัญหาในเรื่องความไม่ต่อเนื่อง รวมถึงเรื่องคุณภาพ เนื่องจากครูอาจารย์กลุ่มนี้จำนวนไม่น้อยจบเพียงปริญญาตรี
“
พระเณร 5.5 หมื่นรูปนี้ ส่วนใหญ่พ่อแม่เสียชีวิตหรือมีฐานะยากจน โรงเรียนวัดดังกล่าวสามารถช่วยสังคมสงเคราะห์ได้มาก โดยได้อาหารจากการบิณฑบาต ซึ่งสมควรได้รับความช่วยเหลืออย่างยิ่ง เพราะถ้าพระได้รับความรู้ด้านสายสามัญปริยัติธรรมที่ดี จบไปแล้วมีความรู้ด้านธรรมะด้วยจะได้ทั้งคนเก่งและคนดี แม้จะสึกออกไปเรียนต่อก็มีประโยชน์ต่อสังคม” นายวรากรณ์ กล่าวนายวรากรณ์ กล่าวด้วยว่า อีกปัญหาหนึ่งที่พิจารณากันคือหลักสูตรภาษาอังกฤษ หรือ EP ซึ่งปัจจุบันมีทั้งหมด 170 แห่งทั่วประเทศ ต้องเผชิญปัญหาขาดแคลนครูที่มีความรู้ภาษาอังกฤษเฉพาะ เช่นครูคณิตศาสตร์ เคมี ชีวะ และวิทยาศาสตร์ จึงต้องจ้างเงินเดือนสูง ทำให้ค่าเล่าเรียนแพงตามไปด้วย บางโรงจึงจ้างครูที่มีความรู้ภาษาอังกฤษอย่างเดียวมาแทน เช่นครูจากปากีสถาน อินเดีย และฟิลิปปินส์ ปัญหาที่เกิดตามมาคือไม่มีความรู้เฉพาะ
นายวรากรณ์ กล่าวว่า ประเด็นนี้รัฐต้องควบคุมใกล้ชิดเพื่อให้โรงเรียนมีคุณภาพ มาตรฐาน พร้อมกันนั้นต้องให้มีความคล่องตัวในการปฏิบัติตามขอบเขตของกระทรวงศึกษาธิการ







