
สถานการณ์เด่น
09.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ
“เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์” ว่า จะใช้การประชุมผู้นำเอเชียยุโรป ครั้งที่ 8 ณ รอยัล พาเลซ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ระหว่างวันที่ 36 ต.ค. 2553 เพื่อหารือกับนายฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เพื่อหารือด้านความสัมพันธ์ไทยกัมพูชา หลังกรณีความขัดแย้งปราสาทพระวิหาร09.25 น. พ.ต.อ.เทียนชัย คามะปะโส ผกก.สน.ประเวศ พร้อมพนักงานสอบสวน สน.ประเวศ ควบคุมตัว 3 ผู้ต้องหาคดีใช้อาวุธปืนปล้นรถขนเงิน ธนาคารทหารไทย ห้างซีคอนสแควร์ ไปทำแผนประกอบคำสารภาพ 3 จุด ก่อนเข้าปล้น และขับรถขนเงินธนาคารไปทิ้งบริเวณซอยพรีเมียร์ 16
09.47 น. พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ นำคณะองคมนตรีและภริยาทั้งสิ้น 14 คน อาทิ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายธานินทร์ กรัยวิเชียร พล.อ.อ.กำธน สินธวานนท์ พล.อ.อ.สิทธิ เศวตศิลา พล.อ.พิจิตร กุลละวณิชย์ นำแจกันดอกไม้มาทูลเกล้าฯ ถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินมาประทับ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ รวมทั้งได้ลงนามถวายพระพรบริเวณชั้น 10 ตึก สก.
10.00 น. นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) แถลงว่า เวลา 10.00 น. ศาลรัฐธรรมนูญจะนัดไต่สวนพยานฝ่ายผู้ถูกร้องจำนวน 4 ปาก ประกอบด้วย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ นายนิพนธ์ บุญญามณี นายประพร เอกอุรุ ในคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โดยเรียกร้องให้นายบัญญัติ ในฐานะหัวหน้าพรรค ปชป. ชี้แจงข้อเท็จจริงที่ผิดกฎระเบียบและแนวทางที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดเรื่องเงินบริจาคพรรคการเมือง โดยคณะทำงานด้านกฎหมาย พท. เตรียมยื่นตรวจสอบการเสียภาษีของบริษัทและบุคคลที่ได้รับเช็คจากพรรค ปชป. เพื่อทำความจริงให้ปรากฏต่อสังคมต่อไป
10.20 น. นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรม แถลงข่าวผลงานกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดสหรัฐ (ดีอีเอ) จับกุมตัว 4 ผู้ต้องหาชาวเขาเผ่ามูแดง พร้อมของกลางเฮโรอีนอัดแท่งตราสิงโตคู่เหยียบโลก 100 แท่ง มูลค่าราว 20 ล้านบาท บริเวณตลาด อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ นำส่งดำเนินคดีข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) ครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต
11.55 น. เจ้าหน้าที่สวนนงนุช พัทยา 30 คน และเจ้าหน้าที่ทำเนียบรัฐบาล เริ่มปรับภูมิทัศน์บริเวณหน้าตึกไทยคู่ฟ้าและตึกสันติไมตรี โดยรื้อถอนต้นปาล์มยะวา 13 ต้น และต้นไทรอังกฤษ 11 พุ่ม พุ่มละ 3 ต้น รวม 33 ต้น พ้นบริเวณด้านหน้าตึก และย้ายต้นปาล์มยะวา บริเวณตึกสันติไมตรี มาอยู่ด้านข้างตึกไทย 1 ต้น ตามคำสั่งของนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
12.00 น. นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค ปชป. เรียกประชุมคณะทำงานด้านกฎหมายเพื่อต่อสู้คดียุบพรรค ปชป. เพื่อวางแนวทางกรณีพรรค ปชป. ต้องขึ้นศาลรัฐธรรมนูญวันที่ 4 ต.ค. รวมถึงพิจารณาเอกสารที่ใช้นัดถัดไปในวันที่ 11 ต.ค.ด้วย ซึ่งทีมกฎหมายเชื่อว่าคดีจะจบในวันที่ 18 ต.ค.นี้ ซึ่งเป็นนัดสุดท้ายที่ศาลนัดไว้ อย่างไรก็ตามเชื่อว่ามีกระบวนการที่พยายามทำลายพรรค ปชป. และมีกระบวนการกดดันศาล โดยกล่าวหาว่าศาลใช้สองมาตรฐาน
15.40 น. นายกงกฤช หิรัญกิจ ประธานนโยบายสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เปิดเผยถึงเหตุระเบิดรายวันว่า ยอมรับว่ามีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว แต่ สทท. พยายามอธิบายให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าใจว่า เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นไม่ประสงค์ต่อตัวนักท่องเที่ยว แต่เป็นการ สร้างสถานการณ์ปั่นป่วนบ้านเมืองเท่านั้น ซึ่งรัฐบาลกำลังทำให้ยุติลงโดยเร็ว แต่ที่น่ากังวลคือ การที่ประเทศเพื่อนบ้านเร่งพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ เพิ่มขึ้นจำนวนมาก ขณะที่ไทยเริ่มสูญเสียตลาดนักท่องเที่ยวต่างประเทศให้กับมาเลเซียมากขึ้นเรื่อยๆ
16.28 น. นายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส ได้ส่งอีเมลชี้แจงความรู้สึกมายังสื่อมวลชนอีกครั้ง หลังออกมาแถลงข่าวแอนนี่มีความสัมพันธ์กับผู้ชาย 4 คน ว่า รู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ขอชี้แจงว่ามิได้มีเจตนาที่จะดูหมิ่นเหยียดหยาม หรือทำลายเกียรติใคร เป็นเพียงการชี้แจงข้อเท็จจริงที่ได้รับจากบุคคลที่เชื่อถือได้ ให้สังคมได้รับรู้ข้อมูลอีกด้านหนึ่งเท่านั้น พร้อมยินดีน้อมรับคำวิจารณ์และรับผิดชอบต่อสิ่งที่กล่าวไปในวันนั้น โดยจะระมัดระวังในการแสดงความคิดเห็นที่เกี่ยวเนื่องกับปัญหาของศิลปินในสังกัด ฟิล์ม รัฐภูมิ และคู่กรณีผ่านสื่อมวลชน
16.30 น. สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินออกจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ไปยังโรงพยาบาลศิริราชแล้ว หลังเสด็จฯ มาประทับ ณ ชั้น 20 ตึก สก. เมื่อคืนวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากทรงมีพระอาการพระหทัยเต้นเร็วผิดจังหวะ ท่ามกลางพสกนิกรที่มารอเฝ้าส่งเสด็จเนืองแน่นโรงพยาบาล พร้อมเปล่งเสียงทรงพระเจริญกึกก้อง







