
"สับ วาปี"แฉถูกกล่อมให้รับผิดแทนแถมไม่ได้ค่าจ้าง
"สับ วาปี"แฉครูอ๋องพาทนายมากล่อมให้รับจ้างทำผิดแทน ครวญสุดท้ายไม่ได้เงินแถมต้องมารับโทษ ครูจอมทรัพย์เคยต่อว่าและหลุดปาก"ตัวใครตัวมัน"
"สับ วาปี"แฉครูอ๋องพาทนายมากล่อมให้รับจ้างทำผิดแทน ครวญสุดท้ายไม่ได้เงินแถมต้องมารับโทษ ครูจอมทรัพย์เคยต่อว่าและหลุดปาก"ตัวใครตัวมัน"
เมื่อวันที่ 24พ.ย.60 ความคืบหน้าการดำเนินคดีกับนายสับ วาปี อายุ 61 ปี และนางจัน วาปี อายุ 59 ปี สองสามีภรรยารับจ้างกระทำความผิดคดีครูจอมทรัพย์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาทั้ง 2คน ในฐานความผิด ร่วมกันแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จ ตามกฎหมาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เนื่องจากเคยไปให้การต่อพนักงานสอบสวน ที่ สภ.เรณูนคร และ สภ.เมืองนครพนม ในการช่วยเหลือ ครูจอมทรัพย์
พล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม ได้ร่วมประชุมหารือกับคณะทำงานดำเนินคดี เพื่อตรวจสอบเอกสารหลักฐาน รวมถึงสอบสวนพยานเกี่ยวข้อง โดยได้มีการดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับ นายสับและนางจันเพิ่มเติมอีก 1 ข้อหา ฐานความผิดเบิกความเท็จ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 180 วรรคสอง ต้องระวางโทษไม่เกิน 7 ปี ปละปรับไม่เกิน 14,000 บาท รวมทั้ง 2 ราย ถูกดำเนินคดี รวม คนละ 3 ข้อหาทั้ง2รายรับสารภาพว่าได้รับการว่าจ้าง เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวไว้สอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน เตรียมส่งอัยการฟ้องศาลตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
ด้านนายสับเปิดใจว่าขอยอมรับสภาพทุกอย่างที่ผ่านมาได้รับการว่าจ้างจาก ครูอ๋องหรือนายสุริยา นวลเจริญเป็นเงิน 4 แสนบาท แต่สุดท้ายไม่ได้เงินก่อนนี้เกิดความท้อ เคยตัดสินใจจะกลับคำให้การในช่วงก่อนจะมีการนำตัวไปเบิกความต่อศาลในการพิจารณารื้อคดี ได้ถูกนำตัวไปสอบสวนได้เคยสารภาพกับเจ้าหน้าที่ ดีเอสไอมาก่อน เพราะเข้าเครื่องจับเท็จไม่ผ่านจากนั้น พอ ครูจอมทรัพย์ ทราบข่าว เคยพบตนเองและต่อว่า ทำไมจะกลับคำให้การ ตนจึงตอบว่า ตนท้อเงินไม่ได้เหนื่อย ทาง ครูอ๋อง จึงตอบว่า จะรับผิดชอบเอง รวมถึง ครูจอมทรัพย์ ได้บอกตนว่า "งั้นก็ตัวใครตัวมัน" จนกระทั่งวันเบิกความจึงถูกกันไม่ให้ขึ้นเบิกความ เพราะเกรงว่าจะกลับคำให้การว่ารับจ้างมายอมรับทำไป เพราะลำบาก ยากจน อยากได้เงิน
"ครูอ๋องนำทนาย มาพูดคุยกล่อมให้รับจ้าง จนเชื่อสนิทว่าจะไม่ได้รับโทษจึงหลงเชื่อแต่สุดท้ายไม่ได้เงิน แถมรับโทษอีก"นายสับ กล่าว







