posttoday
โจทย์ใหญ่แบงก์ชาติขึ้นดอกเบี้ยVSดูแลค่าเงิน

โจทย์ใหญ่แบงก์ชาติขึ้นดอกเบี้ยVSดูแลค่าเงิน

01 ตุลาคม 2553

การทำงานวันแรกของ นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คนใหม่

การทำงานวันแรกของ นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คนใหม่

โดย...ทีมข่าวการเงิน
 
การทำงานวันแรกของ นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คนใหม่ กำลังเผชิญโจทย์ใหญ่ จากเงินบาทที่แข็งค่า ซึ่งจนถึงวันนี้แข็งทะลุ 9% เป็นอันดับที่ 2 ของภูมิภาคเอเชียไปแล้ว

โจทย์ใหญ่แบงก์ชาติขึ้นดอกเบี้ยVSดูแลค่าเงิน

ขณะที่ปัญหาเงินเฟ้อก็ยังรุมเร้าว่า ธปท.จะตัดสินใจควบคุมเงินเฟ้อด้วยการขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย แต่ก็เสี่ยงกับเงินที่อาจไหลเข้า ทำให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นไปอีก

อีกทางเลือกคือชะลอการขึ้นดอกเบี้ย เพื่อดูแลเงินบาท แต่ผลข้างเคียงคือเงินเฟ้อก็อาจพุ่งขึ้นเป็นเงาตามตัว และดอกเบี้ยที่แท้จริงก็ต้องติดลบ

การกำกับดูแลนโยบายการเงินในช่วงนี้จึงถือเป็น “งานหิน” ของ ธปท. ที่ทำอย่างไรก็ต้องเข้าเนื้อ เพราะทุกอย่างล้วนมีผลข้างเคียงแทบทั้งสิ้น

นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) มองว่า ธปท. และกระทรวงการคลัง ควรหาแนวทางป้องกันเรื่องเงินบาทแข็งค่า ซึ่งกำลังส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี)

โดยเห็นว่า ธปท. ควรเลือกแนวทางการดำเนินนโยบายให้ชัดว่าจะมุ่งดูแลแต่เรื่องเงินเฟ้อ ด้วยการขึ้นดอกเบี้ยเพื่อจัดการเงินเฟ้อ แต่คงไม่สามารถแก้เรื่องค่าเงินบาทแข็งค่าได้ เพราะการขึ้นดอกเบี้ยจะยิ่งสร้างแรงจูงใจให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนมากขึ้น

สำหรับปรากฏการณ์เช่นนี้สะท้อนจากภาวะตลาดตราสารหนี้ในช่วงเดือน ก.ค.ก.ย. 2553 ที่ผ่านมา พบว่ามีเงินจากนักลงทุนต่างชาติไหลเข้ามาในตลาดทุนสูงกว่า 1.27 แสนล้านบาท ในจำนวนนี้กว่า 75% เป็นการลงทุนในตลาดตราสารหนี้ โดยเน้นการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล และพันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นหลักอีก 25% เป็นการลงทุนในตลาดหุ้น

“เกรงว่าหาก ธปท.ไม่รีบหามาตรการรองรับ อาจทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าไปมากกว่านี้” นายจักรกฤศฏิ์ กล่าว

ขณะที่ฝ่าย ธปท. ในฐานะผู้กำกับดูแลก็ออกมายอมรับว่า เงินบาทและเงินสกุลอื่นในภูมิภาคปรับแข็งค่าขึ้น จากภาวะค่าเงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าค่อนข้างมาก ซึ่งนั่นก็เท่ากับว่า ธปท.รู้ปัญหาที่เกิดขึ้น และอาจมองทะลุไปถึงค่าเงินในอนาคตด้วยซ้ำว่า จะทะยานไประดับใด เพียงแต่พูดไม่ได้

แต่ถ้าถามมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์ น.ส.อุสรา วิไลพิชญ์ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจ ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) กลับมองว่า ดอกเบี้ยไม่ใช่ประเด็นหลักที่ส่งผลให้เงินไหลเข้ามาในไทย เพราะหากเทียบดอกเบี้ยนโยบายของประเทศในภูมิภาคนี้ มีเพียงประเทศเดียวที่ดอกเบี้ยนโยบายต่ำกว่าไทย คือ ไต้หวัน ซึ่งดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 1.38% ขณะที่ดอกเบี้ยนโยบายของไทยอยู่ที่ 1.75%

นอกนั้นประเทศที่เหลืออย่างเกาหลี ดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 2.25% มาเลเซีย 2.75% และอินโดนีเซีย 6.5% ซึ่งกรณีของอินโดนีเซียจะเห็นได้ชัดว่า ดอกเบี้ยนโยบายสูงกว่าประเทศข้างเคียงมาก แต่เงินที่ไหลเข้ากลับสู้ไทยไม่ได้ เพราะสาเหตุที่เงินไหลเข้าไทยมากนั้น เกิดจากความเชื่อมั่นเศรษฐกิจของประเทศ ไม่ได้เกิดจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย

“ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยอาจมีผลบ้าง แต่ไม่ใช่ประเด็นหลัก เพราะตอนนี้ดอกเบี้ยนโยบายของไทยต่ำเป็นอันดับที่ 2 รองจากไต้หวัน อย่างอินโดนีเซีย ดอกเบี้ยสูงมาก ไม่เช่นนั้นเงินก็คงไหลเข้าอินโดนีเซียมหาศาล” น.ส.อุสรา กล่าว

นักเศรษฐศาสตร์ผู้นี้ ยังมองด้วยว่า ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นนั้น มีผลค่อนข้างน้อยต่อการส่งออก เพราะตัวเลขเศรษฐกิจบ่งชี้ว่า ตัวเลขในเดือน ส.ค. ไทยยังเกินดุลการค้า และดุลบัญชีเดินสะพัด ซึ่งน่าจะคลายความกังวลเรื่องนี้ได้บ้าง ขณะที่ตัวเลขการบริโภค และการลงทุนก็ฟื้นตัวดีขึ้น

ฉะนั้น จากเหตุผลข้างต้นจึงน่าจะเพียงพอ ทำให้ ธปท.มีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 20 ต.ค. อีก 0.25% เพื่อให้ดอกเบี้ยนโยบายขึ้นไปอยู่ที่ 2% ซึ่งน่าจะมากเพียงพอในการดูแลเงินเฟ้อในช่วง 6 เดือนข้างหน้า และไม่ทำให้ดอกเบี้ยติดลบเมื่อหักจากเงินเฟ้อพื้นฐาน

ขณะที่ นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช ประธานกรรมการธนาคารซีไอเอ็มบี (ไทย) และอดีตกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มองว่า ไม่ว่าจะค่าเงินหรือดอกเบี้ย ควรนำประชาชนเป็นที่ตั้งพิจารณาเศรษฐกิจโดยรวม คำนึงถึงประชาชนส่วนรวม และมองประโยชน์ในระยะยาวด้วย ไม่ใช่ประโยชน์ในระยะสั้น ซึ่งขณะนี้ ธปท. เหมือนยืนอยู่บนเส้นลวด

“ในฐานะที่เคยทำงานกับ ธปท.มา ก็คิดว่าวิธีตัดสินใจของ ธปท.ก็ดีพอสมควร นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผ่านประสบการณ์ของตลาดทุน ภาคเอกชน จนมาถึงธนาคาร เชื่อว่าจะทำงานได้อย่างดี” นายจักรมณฑ์ กล่าว

ทั้งเรื่องดอกเบี้ยและค่าเงิน จึงเป็นสิ่งที่ประสาร ในฐานะผู้ว่าการ ธปท.คนใหม่ต้องเลือกว่าจะใช้นโยบายการเงินดูแลอย่างไร เพื่อให้อยู่ในจุดสมดุล

หาก “ไส้ใน” การส่งออกยังไปได้สวย แม้กระทบกระเทือนกำไรของผู้ประกอบการบ้าง ก็เชื่อได้ว่า ธปท.จะเลือกขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง โดยยอมถูกผู้ส่งออกก่นด่า ก่อนหันมาแก้ปัญหาเงินบาทอย่างจริงจัง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท