
ค้านสร้างโมโนเรลผ่านจุฬาฯ
กรรมการสภามหาวิทยาลัยค้านกทม.สร้างรถไฟฟ้าโมโนเรลผ่านจุฬาฯ หวั่นเสียงครหาเอื้อประโยชน์ฝ่ายเดียวชาวบ้านไม่ได้ใช้ ด้านรองผู้ว่าฯยันช่วยแก้ปัญหาจราจร
กรรมการสภามหาวิทยาลัยค้านกทม.สร้างรถไฟฟ้าโมโนเรลผ่านจุฬาฯ หวั่นเสียงครหาเอื้อประโยชน์ฝ่ายเดียวชาวบ้านไม่ได้ใช้ ด้านรองผู้ว่าฯยันช่วยแก้ปัญหาจราจร
นางอรพินท์ พานทอง กรรมการสภามหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ไม่เห็นด้วยกับโครงการก่อสร้างระบบรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (โมโนเรล) ของกรุงเทพมหานคร (กทม.) เส้นทางสายสามย่าน-จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย-สยาม ระยะทาง 1.5 กม. งบประมาณกว่า 1,000 ล้านบาท เนื่องจากเกรงจะถูกข้อครหาว่า เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับจุฬาฯ เพียงฝ่ายเดียว แต่ประชาชนทั่วไปไม่ได้ใช้งาน
“ถ้า กทม.และจุฬาฯ ร่วมมือกันผลักดันโครงการจนสำเร็จ เชื่อว่าจะได้รับคำสรรเสริญชื่นชมทั้งสองฝ่าย แต่ทำอย่างไรจึงจะได้รับการยอมรับจากประชาชนส่วนรวม ซึ่งต้องไปคิดหาคำอธิบายมาให้ชัดเจน” นางอรพินท์ กล่าว
นางอรพินท์ กล่าวว่า หากต้องการหาแนวร่วมที่สนับสนุนโครงการนี้ ควรจะมีการสอบถามประชาคมจุฬาฯ และชาวบ้านในพื้นที่ด้วย เพราะมีทั้งฝ่ายได้ประโยชน์และเสียประโยชน์ และเชื่อว่าหากโครงการโมโนเรลสร้างสำเร็จ ที่ดินของจุฬาฯ จะต้องมีราคาขึ้นสูงมาก
นางอรพินท์ กล่าวว่า หาก กทม.ปรับเปลี่ยนแผนการก่อสร้างใหม่ โดยเริ่มต้นสร้างเฟสที่ 3 ก่อน คือเส้นทางถนนอังรีดูนังต์ ระยะทาง 2.6 กม. ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนทั่วไปที่ต้องการไปโรงพยาบาลได้รับประโยชน์โดยตรง หลังจากนั้นเมื่อได้รับการยอมรับแล้วจึงค่อยกลับมาสร้างเฟสที่ 1 คือสายสามย่าน-จุฬาฯ-สยาม
ด้านนายสมพงษ์ ศิริโสภณศิลป์ ผู้อำนวยการสถาบันการขนส่ง กล่าวว่า โครงการโมโนเรลเป็นการใช้งบประมาณลงทุนของ กทม.ทั้งหมด และคาดว่าจะสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาทต่อปี แต่เส้นทางที่จะก่อสร้างกลับอยู่ในพื้นที่ของจุฬาฯ เท่านั้น
“ถ้าจุฬาฯ ต้องการทำเพื่อมวลชนจริง จะเป็นเรื่องที่น่ายินดีกว่าหรือไม่ หากให้จุฬาฯ เป็นผู้ลงทุนเองทั้งหมด”นายสมพงษ์ กล่าว
ด้านนายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ กล่าวว่า ยืนยันว่าโครงการนี้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม เพราะสามารถเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีสยาม และรถไฟฟ้าใต้ดิน สถานีสามย่าน ซึ่งประชาชนทั่วไปสามารถใช้บริการได้ และคาดว่าจะช่วยลดปัญหาการจราจรแออัดได้
“ตามธรรมชาติของคน เมื่อไม่เคยลอง ก็ไม่กล้าทำอะไร ซึ่งโมโนเรลสายนี้จะเป็นนวัตกรรมใหม่และเป็นสายแรกของประเทศไทย ดังนั้นต้องใช้เวลาในการพิสูจน์ตัวเอง” นายธีระชน กล่าว
นายธีระชน กล่าวว่า กทม.ยังคงยืนยันที่จะเดินหน้าโครงการต่อ โดยจะเริ่มต้นสายสามย่านเป็นสายแรก ส่วนสายถนนอังรีดูนังต์ และสายถนนบรรทัดทอง อาจเกิดปัญหายุ่งยาก เพราะต้องมีการไล่รื้อชุมชน
อย่างไรก็ตาม รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า กทม.จะจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้านอีกครั้ง
ด้านนายมานพ พงศทัต ที่ปรึกษาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า จะจัดให้มีการประกวดออกแบบรถไฟฟ้าโมโนเรลให้สวยงาม สอดคล้องกับสิ่งแวดล้อม เพื่อลดกระแสกดดัน รวมทั้งจะเสนอเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยเพื่อขอความเห็นชอบ
“อย่าคิดว่าถนนสายนี้เป็นของจุฬาฯ ฝ่ายเดียว แต่เป็นถนนสาธารณะ ฉะนั้นการตัดสินใจของจุฬาฯ จึงถือเป็นการเสียสละให้ประชาชนทั่วไปได้ใช้ประโยชน์ ซึ่งต้องอาศัยความกล้าหาญที่จะทำ แม้จะถูกวิจารณ์ก็ตาม” นายมานพ กล่าว







