posttoday
พาณิชย์ ดีเดย์ 1ต.ค.พ่อค้าปุ๋ยลดราคาเกษตรกร

พาณิชย์ ดีเดย์ 1ต.ค.พ่อค้าปุ๋ยลดราคาเกษตรกร

30 กันยายน 2553

พาณิชย์ ยัน 1ต.ค.ดีเดย์พ่อค้าปุ๋ยต้องลดราคาเพื่อช่วยเกษตรกร ด้าน ก.เกษตรฯ เตรียมกวดขันพวกฉวยโอกาสขายปุ๋ยปลอมช่วงราคาสูง

พาณิชย์ ยัน 1ต.ค.ดีเดย์พ่อค้าปุ๋ยต้องลดราคาเพื่อช่วยเกษตรกร ด้าน ก.เกษตรฯ เตรียมกวดขันพวกฉวยโอกาสขายปุ๋ยปลอมช่วงราคาสูง

ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณากระทู้ถามสด เรื่อง ปัจจัยการผลิตด้านการเกษตรมีราคาแพง ของนายสถาพร มณีรัตน์ ส.ส.ลำพูน พรรคเพื่อไทย ถาม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี โดยนายกฯได้มอบหมายให้นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ มาชี้แจงแทน ทั้งนี้ นายสถาพร กล่าวว่า ผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกมีผลให้ปัจจัยการผลิตของเกษตรกรโดยเฉพาะปุ๋ยมีต้นสูงมากทั้งๆที่ค่าเงินบาทของไทยเทียบกับเงินดอลล่าร์สหรัฐมีความแข็งมาก ซึ่งตามหลักค่าเงินที่แข็งน่าจะช่วยให้ต้นทุนของการนำเข้าลดลง ขณะเดียวกัน ยังพบปัญหาเมล็ดพันธุ์พืชของบริษัทแห่งหนึ่งไม่ได้คุณภาพโดยมีของปลอมมาเจือปนโดยเฉพาะข้าวโพด เมื่อมีการนำไปปลูกแล้วผลผลิตที่ได้ไม่เป็นไปตามที่เกษตรกรต้องการ ซึ่งในกรณีของข้าวโพดนั้นเกิดข้าวโพดฟันหลอขายไม่ได้ราคาและยังต้องประสบกับสภาวะขาดทุนตามมาอีก ยังไม่นับปัญหาการขาดแคลนพันธุ์ข้าวหลังจากที่เกิดปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ทำนาที่รัฐบาลยังไม่ได้มีการจัดส่งไปให้เกษตรกร

นางพรทิวา กล่าวว่า นายกฯได้กำชับให้กระทรวงพาณิชย์เข้าไปตรวจสอบแล้ว ใน ราคาปุ๋ยซึ่งถือว่าเป็นต้นทุนหลักในการผลิตสินค้าการเกษตร จากค่าเงินบาทที่ราคาแข็งค่าขึ้น ก็ได้ปรับลดราคาปุ๋ยลงมา เทียบได้จากในช่วงปี 2551 -2553 โดยดูจากเดือนส.ค.อยู่ที่ 788 เหรียญสหรัฐต่อตัน ขณะที่สิงหาคม 2553 อยู่ที่ 291 เหรียญสหรัฐต่อตัน และเดือนกันยายน 2553  อยู่ที่ 331  ต่อ เหรียญสหรัฐต่อตัน ซึ่งในเรื่องการราคาปุ๋ยองค์การค้าภายในก็ไม่ได้นิ่งนอนใจดูแลเรื่องของต้น ทุนและเชิญผู้ประกอบการหารือว่าเมื่อค่าเงินบาทแข็งค่าก็ต้องมีการปรับลด ราคาปุ๋ยลงมา ซึ่งวันที่ 1 ต.ค.นี้จะมีการลดราคาปุ๋ยลงมา  อาทิ ปุ๋ยสูตร 46-0-0 จากเดิม 12,000 บาทต่อตันเหลือ 10,000 บาทต่อตัน ส่วนปุ๋ยสูตร 15-15-15 จากราคา 15,000  บาทต่อตันเหลือ 14,000 บาทต่อตัน ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะติดตามความเคลื่อนไหวเรื่อย และพิจารณาปรับราคาตามค่าเงินบาท

นายศุภชัย โพธิ์สุ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงเสริมว่า กระทรวงเกษตรฯไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องดังกล่าว ยอมรับว่าการนำเข้าปุ๋ยเคมีเป็นเรื่องที่ควบคุมราคาอยากเพราะต้องอิงกับราคาตลาดโลก ทำให้กระทรวงเกษตรฯต้องออกมารณรงค์ให้เกษตรกรลดการใช้ปุ๋ยเคมีเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาดินเค็มโดยขอความร่วมมือให้เกษตรกรทำปุ๋ยอินทรีเองที่ทำมาจากซากพืชซากสัตว์ที่มีอยู่ในท้องถิ่นแทน ขณะเดียวกัน กระทรวงได้มีการกวดขันจับกุมการปลอมปนทั้งปุ๋ยและยาฆ่าแมลงเป็นจำนวนมาก ซึ่งปีที่ผ่านมาสารวัตรเกษตรฯของกรมวิชาการเกษตรฯได้ไปลงไปตรวจสอบโรงงานที่ ผลิต ร้านค้าปลีกรายย่อย สามารถจับกุมผู้ที่ปลอมปนได้กว่าร้อยรายและได้มีการส่งฟ้องดำเนินคดี จับติดคุก และปรับไปหลายรายแล้ว เรื่องนี้ยืนยันกระทรวงเกษตรฯไม่ได้นิ่งนอนใจและดำเนินการเข้าไปตรวจสอบอย่างเต็มที่ เพราะเป็นการซ้ำเติมเกษตรกร 

นายศุภชัย กล่าวว่า ส่วนเรื่องเมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีการขาดแคลนในท้องตลาด ยอมรับว่าในปีหนึ่งๆมีเกษตรที่ต้องการเมล็ดพันธุ์ข้าวปีละ 571,000 ตัน ในขณะที่กระทรวงเกษตรฯมีกำลังผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวปีละ 100,000 ตัน ซึ่งกระทรวงเกษตรฯได้แก้ปัญหาด้วยการของบจากรัฐบาลด้วยการก่อนสร้างศูนย์ส่งเสริมเมล็ดพันธุ์ข้าวและชุมชน โดยมีจำนวน 4,000 แห่ง โดยในปี 2554 จะเพิ่มให้เป็น 7,000 แห่ง จึงมั่นใจว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาการขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ข้าวได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท