
วิสัยทัศน์ผู้นํา
หนังสือพิมพ์ธุรกิจชั้นนำจากฝั่งลอนดอน เดอะ ไฟแนนเชียล ไทม์ส ให้น้ำหนักกับหัวหน้าพรรคแรงงานคนใหม่เป็นพิเศษ เมื่อ เอ็ด มิลลิแบนด์ ซึ่งคว่ำเดวิด พี่ชาย ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่สำเร็จ ได้ขึ้นแสดงวิสัยทัศน์เป็นครั้งแรก แต่กระนั้นก็ดูจะไม่เป็นที่น่าพอใจเท่าไหร่
บทบรรณาธิการของไฟแนนเชียล ไทม์ส มองว่า แม้ มิลลิแบนด์ ผู้น้องจะมีศักยภาพที่จะเป็นหัวหน้าพรรค แต่ก็ช่างไร้ซึ่งแรงบันดาลใจ
การตัดสินดังกล่าวมาจากการปราศรัยของเขาที่เต็มไปด้วยความคลุมเครือ ทำให้ดูไม่เด็ดขาด และยังแทบจะเป็นการปราศรัยของ หัวหน้าพรรคที่แย่ที่สุดอีกด้วย ทุกประโยคหรือเกือบทุกประโยคจะมีคำว่า
“แต่” ราวกับเพื่อบอกว่าไม่ได้ต้องการโจมตีใครในขณะที่เขากำลังพูดเรื่องธุรกิจ และบอกว่าเข้าใจถึงความจำเป็นที่ภาคธุรกิจต้องแสวงหาความมั่งคั่ง แต่ประโยคต่อมากลับกลายเป็นว่าเตรียมเสนอให้หน่วยงานที่ดูแลด้านแรงงานในสหภาพยุโรปออกแนวทางเพื่อไม่ให้ภาคธุรกิจหยุดการล่วงละเมิดแรงงานในด้านต่างๆ
สำหรับปัญหาการขาดดุลงบประมาณนั้น มิลลิแบนด์ กล่าวเพียงว่า แนวทางที่รัฐบาลพรรคแรงงานชุดเก่าเคยให้ไว้นั้นดีอยู่แล้ว แต่เขากลับไม่ส่งซิกว่าจะดำเนินแผนดังกล่าวต่อหรือไม่ หรือจะเพิ่มเติมอย่างไรอีก และความคลุมเครือนี้ก็รวมถึงกฎหมายปฏิรูปด้วย
อย่างไรก็ตาม การวิพากษ์วิจารณ์ก็ไม่ควรเลยเถิดจนเกินไป เพราะมิลลิแบนด์คนน้องได้พยายามทำดีที่สุดแล้ว ทั้งเรื่องการปราศรัยและเรื่องการจัดการภายในพรรค ซึ่งต้องทำให้เกิดเอกภาพภายในกลับมาใหม่ หลังจากที่พี่น้องเพิ่งเปิดศึกชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคกันมาหมาดๆ และผู้นำคนหนุ่มเช่นนี้ ก็ต้องทำให้เป็นที่รู้จักและยอมรับจากคนอีกหลายๆ ฝ่ายมากขึ้น
นอกจากนี้ มิลลิแบนด์ยังมีภาพของคนหนุ่มที่ทำงานจริงๆ ที่ต่างจากยุคของแบลร์บราวน์
แต่ท้ายที่สุดแล้ว ก็ต้องขึ้นอยู่กับว่าสังคมจะตัดสินเขาคนนี้อย่างไร







