
พท. ชี้ปรับครม.ไม่ทำภาพลักษณ์รัฐบาลเปลี่ยน
“เพื่อไทย” ชี้ ปรับครม.เอาทหารออกเป็นเรื่องดี แต่ไม่ทำให้ภาพลักษณ์รัฐบาลเปลี่ยนไป เหตุไม่ได้มาจากเลือกตั้งด้าน “นพดล” ถาม คนนอก จะกล้าเข้ามาช่วยปลายรัฐบาลหรือไม่
“เพื่อไทย” ชี้ ปรับครม.เอาทหารออกเป็นเรื่องดี แต่ไม่ทำให้ภาพลักษณ์รัฐบาลเปลี่ยนไป เหตุไม่ได้มาจากเลือกตั้งด้าน “นพดล” ถาม คนนอก จะกล้าเข้ามาช่วยปลายรัฐบาลหรือไม่
เมื่อวันที่ 4 พ.ย. น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีตส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหม ระบุว่าการปรับคณะรัฐมนตรีครั้งนี้อาจเป็นไปได้ที่จะมีทหารน้อยลง ว่าหากเป็นเช่นนั้นน่าจะเป็นเรื่องดี เพราะรัฐมนตรีที่มาจากทหารจะมีความเชี่ยวชาญในงานด้านความมั่นคงเป็นพิเศษ แต่ถ้าเป็นด้านอื่นอาจมีความสามารถไม่เท่ากับพลเรือนที่มีความรู้ความสามารถด้านนั้นโดยเฉพาะ ถ้าให้คนเหล่านั้นมาทำหน้าที่อาจบริหารกระทรวงเหล่านั้นได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่วนจะทำให้ภาพลักษณ์ของรัฐบาลดีขึ้นและเรียกความเชื่อมั่นนักลงทุนได้มากขึ้นหรือไม่นั้น การให้พลเรือนเข้ามามากขึ้นคงไม่ทำให้ภาพลักษณ์ของรัฐบาลเปลี่ยนไปจากเดิม เพราะรัฐบาลนี้ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ทั้งประชาชนและนักลงทุนเขาอาจจะยังจดจำภาพลักษณ์เดิมๆของรัฐบาลอยู่ว่ามีที่มาอย่างไร
นายนพดล ปัทมะ อดีตรมว.ต่างประเทศและแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกฯและหัวหน้าคสช.ระบุจะมีการปรับคณะรัฐมนตรีว่า การนำผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญมาทำงานเป็นเรื่องที่ดี แต่จะโน้มน้าวคนนอกเข้ามาทำหน้าที่เขาจะมาหรือไม่ เพราะตอนนี้เป็นช่วงปลายรัฐบาล เข้ามาแล้วไม่รู้จะทำงานได้มากน้อยแค่ไหน และการปรับคณะรัฐมนตรีไม่ใช่สูตรสำเร็จในการเรียกความเชื่อมั่น เพราะทั้งนักลงทุนและประชาชนเขาดูการทำงานช่วงที่ผ่านๆมาของรัฐบาลและคสช. ว่ามีประสิทธิภาพการบริหารประเทศเป็นอย่างไร เช่นการบริหารจัดการน้ำ นอกจากจัดตั้งสำนักงานบริหารทรัพยากรน้ำแห่งชาติแล้ว ได้วางโครงสร้างการบริหารจัดการน้ำอย่างไร ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างไร ตรงนี้ประชาชนต้องเป็นผู้ตัดสินใจว่าให้ผ่านหรือไม่ เพราะถ้าตนไปวิพากษ์วิจารณ์จะกลายเป็นประเด็นทางการเมือง
เมื่อถามว่าหากจะปรับควรปรับกระทรวงใด นายนพดล ตอบว่า ปัญหาของประเทศในขณะนี้คือเรื่องเศรษฐกิจปากท้องของประชาชน ที่รัฐบาลออกมาระบุตัวเลขชี้วัดต่างๆดีขึ้นนั้น ตัวเลขดังกล่าวยังไม่ส่งผลทำให้ปากท้องของประชาชนดีขึ้น ประชาชนยังคงรอการแก้ปัญหาปากท้อง วันนี้ ข้าว ยางพาราราคาตกต่ำคนจึงไม่มีเงินออกมาใช้หมุนระบบเศรษฐกิจ นายกฯรู้ดีอยู่แล้วว่าปัญหามันอยู่ตรงไหนประสิทธิภาพการทำงานของเจ้ากระทรวงต่างๆเป็นอย่างไร ตนคงไม่กล้าไปแนะนำอะไร
นายสมคิด เชื้อคง อดีตส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการโยกย้ายนายวรานนท์ ปีติวรรณ อดีตอธิบดีกรมการจัดหางานไปเป็นรองปลัดกระทรวงแรงงาน เนื่องจาก “ดร. อ.” บุคคลที่นายกฯ ไว้ใจเป็นคนเสนอให้กระทรวงแรงงานไปทำเรื่องของบกลางในการจัดซื้อเครื่องสแกนม่านตาเป็นของตัวเอง แต่เรื่องไม่คืบจึงอาจจะไม่พอใจในความล่าช้าว่า รัฐบาลอ้างเสมอว่าโปร่งใส แต่การจัดซื้อจัดจ้างแต่ละเรื่องนั้นสร้างความข้องใจให้กับประชาชนมาตลอด กรณีของ “ดร. อ.” ก็เป็นข่าวดังในกระทรวงแรงงาน แต่ไม่รู้ว่าเป็นใคร ทำไมถึงได้ยิ่งใหญ่ สามารถสั่งทั้งอธิบดีและปลัดกระทรวงได้เลยหรือ เรื่องนี้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช. ไม่รู้จริงๆ หรือว่าเขาเป็นใคร พล.อ.ประยุทธ์ต้องทำเรื่องนี้ให้กระจ่าง เพราะเราเชื่อว่าพล.อ.ประยุทธ์โปร่งใส แต่บริวารรอบข้างท่านอาจจะเป็นพิษภัยให้กับท่านได้
“ท่านวรานนท์ทำอะไรผิด ถึงต้องใช้คำสั่งมาตรา 44 ซึ่งเขาฟ้องร้องไม่ได้ เป็นการรังแกเขาหรือไม่ อย่าให้ผลประโยชน์ของคนกลุ่มตัวเองมาทำร้ายคนที่เขาตั้งใจทำงานเลย” นายสมคิดกล่าว







