posttoday

ริ้วขบวนเคลื่อนผ่านน้ำตาไหล แสนอาลัยในหลวงของปวงชน

26 ตุลาคม 2560

พสกนิกรที่ได้มีโอกาสเข้าชมริ้วขบวนริ้วขบวนพระราชอิสริยยยศต่างเผยถึงความรู้สึกที่สุดแสนอาลัยในขณะที่ริ้วขบวนเคลื่อนผ่าน

เรื่อง...ทีมโต๊ะแมกกาซีน

มีประชาชนราว 110,000 คนเท่านั้นที่มีโอกาสเข้าร่วมชมริ้วขบวนพระราชอิสริยยยศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ มณฑลพิธีพระเมรุมาศท้องสนามหลวง ที่จัดขึ้นเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 26 ต.ค.2560

คุณยายจิ๋ม อินยา อายุ 64 ปี ก็เป็นประชาชน 1 ใน 110,000 คน ที่เดินทางมาจากมหาชัย จ.สมุทรสาคร คนเดียว ด้วยแรงคิดถึงในหลวง รัชกาลที่ 9

"มาตั้งแต่บ่ายสามวันที่ 24 เจอฝนตกหลายรอบ เปียกไปหมด แต่ยายแข็งแรง กินน้ำเยอะไม่เป็นไร ได้มาทางสะพานมอญเข้ามานั่งในสวนสราญรมย์ตอนตี 5 วันนี้ได้เห็นริ้วขบวนชัดเจน  ตั้งใจลางานมา เพราะคิดถึงพระองค์มาก ถึงตอนนี้ยังไม่อยากเชื่อว่าพระองค์ไม่อยู่"

ริ้วขบวนเคลื่อนผ่านน้ำตาไหล แสนอาลัยในหลวงของปวงชน คุณยายจิ๋ม อินยา

คุณยายจิ๋มยังเล่าว่า เคยมารับเสด็จฯในหลวงรัชกาล ที่ 9 บริเวณวัดพระแก้ว หลายครั้ง โดยครั้งแรกปี 2519

"เมื่อก่อนทำงานเยาวราช จะมาให้ได้ทุกครั้งที่มีโอกาส รักพระองค์มาก ตั้งแต่ท่านสวรรคตก็มาหลายครั้งแล้ว มาคนเดียวตลอด มาเจอเพื่อนๆ ทุกคนมาคิดถึงพระองค์เหมือนกัน วันนี้ตอนนั่งดูก็ทำใจไม่ได้ แต่ก็จะรักทุกพระองค์ต่อไป"

เช่นเดียวกับ พันเอกเกรียงไกร ประจำกิจ สังกัดกองสงครามพิเศษ จ.ลพบุรี วัย 58 ปี ได้เดินทางมาจากจ.เชียงใหม่ คนเดียวตั้งแต่วันที่ 23 ต.ค.ฝ่าแดดทนฝนอยู่หลายระลอก แต่ก็ไม่ยอมออกนอกแถวไปหลบฝน

"เจอฝนหลายรอบมากในวันที่ 24 ตอนกลางคืน ส่วนกลางวันก็ร้อนมาก ที่มาก่อนเพราะคิดว่าคนจะเยอะ และในวันซ้อมใหญ่ได้ดูจากข่าวแล้วว่า จุดถนนสนามไชยกับถนนท้ายวังเป็นจุดที่เห็นพระราชพิธีมากที่สุด

"คุ้มค่าที่รอ เพราะทุกคนในที่นี้ไม่มีใครถอยเลย ทุกคนมีแต่เข้ามาๆ จนถึงเช้าวันนี้ยังมีเข้ามา บางคนมาก่อนผมอีกตั้งแต่วันที่ 21-22 ต.ค. ทั้งผู้หญิง คนแก่ เราเห็นแล้วว่าทุกคนมาเพราะในหลวงรัชกาลที่ 9"

"ตอนที่ริ้วขบวนผ่านไป ยิ่งทำให้ผมนะลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของท่าน ผมต้องทำความดีเพิ่มขึ้น เพราะสิ่งที่เราทำไม่ได้เศษเสี้ยวของพระองค์เลย หรือแค่การมารอสองสามวันก็ไม่ได้ยากลำบากเท่าสิ่งที่พระองค์เสด็จไปช่วยเหลือประชาชน  ผมพูดแล้วมันตื้นตัน น้ำตามันจะไหล เวลาพูดถึงท่านขนลุก ความดีของท่านมากเหลือเกิน"

ริ้วขบวนเคลื่อนผ่านน้ำตาไหล แสนอาลัยในหลวงของปวงชน พันเอกเกรียงไกร ประจำกิจ

จุไรภรณ์ เอี่ยวสกุล ชาวกรุงเทพ และกิติยา พานิชนาวา วัย 58 ปี ชาวสมุทรปราการ มากับเพื่อนอีก 8 คน  ปักหลักรอตั้งแต่ 7 โมงเช้าของวันที่ 25 เข้าทางจุดคัดกรองท่าเตียนแต่ออกไปเข้าห้องน้ำแล้วกลับมานั่งที่เดิมไม่ได้  จึงต้องเข้าแถวเพื่อจุดเข้าแถวเข้ามาใหม่ได้ตอน 1 ทุ่มตรงของวันเดียวกัน

เธอยึดพื้นที่เฝ้าใหม่คือ สวนสราญรมย์ซึ่งอากาศดีและมีเบาะรองนั่งหนานุ่มมาก

ทั้ง 2 ถ่ายทอดว่าวินาทีหลังจากรอคอย 28 ชั่วโมงว่า ช่วงเวลาที่นำพระบรมโกศขึ้นประดิษฐานบนพระมหาพิชัยราชรถแล้วมีการบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีทุกคนบริเวณนั้นก้มลงกราบ

"ตอนนั้นดิฉันรู้สึกเศร้าเสียใจว่า ต่อไปนี้เราจะไม่ได้ชื่นชมพระบารมีพระองค์อีกต่อไปแล้วเหรอ เหมือนเราสูญเสียอะไรที่ยิ่งใหญ่ไป ซึ่งก่อนหน้านั้นเพียงแค่ได้เห็นพระบรมโกศน้ำตาก็ไหลเพราะตื้นตันใจ"จุไรภรณ์เล่า

กิติยา เจ้าของธุรกิจค้าเล่าความรู้สึกพร้อมกับในมือที่ถือดอกไม้จันทน์ ดอกดารารัตน์ประดิษฐ์เองว่า รู้สึกไม่แตกต่างจากคนไทยทุกคน คือใจหายที่จะไม่มีพระองค์ท่าน เหมือนอะไรขาดหายไป ทำให้เธอรู้สึกรักประเทศ เพราะเรามีประเพณีและศิลปะอันงดงาม

"พระเมรุมาศงดงามยิ่งใหญ่มาก ฝีมือช่างไทยที่เราไม่เคยเห็นอะไรงดงามขนาดนี้มาก่อน ตอนเย็นตั้งใจจะไปวางดอกไม้จันทน์ที่พระเมรุมาศจำลองที่ท่าเตียน และตั้งใจจะใส่บาตรพรุ่งนี้เช้าถวายพระองค์อีกด้วย"

ริ้วขบวนเคลื่อนผ่านน้ำตาไหล แสนอาลัยในหลวงของปวงชน จุไรภรณ์ เอี่ยวสกุล และ กิติยา พานิชนาวา

 

ข่าวล่าสุด

TRUE ปรับโครงสร้างใหญ่ จาก Telenor เป็น “Arise” จุดเปลี่ยนสู่กำไรยั่งยืน