
โลกมองไทย
ปัญหาคอร์รัปชันที่ฝังรากลึกในสังคมไทย ยังคงเป็นประเด็นที่สำนักข่าวต่างประเทศให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด รอยเตอร์สได้วิเคราะห์ถึงปัญหาคอร์รัปชันในสังคมไทยที่เกิดขึ้นตั้งแต่ในระดับเล็กๆ น้อยๆ ไปจนถึงการทุจริตในการทำสัญญามูลค่าหลายพันล้านเหรียญสหรัฐ
สื่อชื่อดังระบุว่า แม้ว่าเศรษฐกิจของไทยจะมีการขยายตัวเร็วที่สุดในรอบ 13 ปี และยังมีหัวหน้ารัฐบาลที่เป็นศิษย์เก่าจากมหาวิทยาลัยชื่อดังอย่างออกซฟอร์ด ทว่าปัญหาการคอร์รัปชันก็ยังคงเป็นปัญหาเรื้อรังในสังคมไทย
ยิ่งกว่านั้น แม้ว่านายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งขึ้นดำรงตำแหน่งเมื่อปี 2551 โดยมีเพื่อนร่วมสถาบันอย่าง กรณ์ จาติกวณิช มาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีคลัง จะแสดงจุดยืนต่อต้านการรับสินบน แต่ปัญหาการคอร์รัปชันและการติดสินบนยังคงเป็นปัญหาที่ฝังรากลึกในสังคมไทยตลอดการบริหารงานในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา
นอกจากนี้ รอยเตอร์สได้วิเคราะห์ถึงจุดอ่อนของนายกฯ อภิสิทธิ์ ที่ส่งผลต่อการจัดการกับปัญหาคอร์รัปชันไว้ 3 ประการ ประการแรก คือ การเข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีที่อาศัยเพียงเครือข่ายจากกลุ่มนักการเมือง กองทัพ และข้าราชการ ซึ่งเป็นที่รู้กันดีในสังคมไทยว่าเป็นเครือข่ายที่นิยมการใช้ระบบอุปถัมภ์ทางการเมือง และมักมีการคอร์รัปชัน
ประการต่อมา คือ การจัดตั้งรัฐบาลโดยอาศัยเสียงจากพรรคร่วมซึ่งพัวพันกับกรณีการทุจริตหลายคดี ทั้งนี้รอยเตอร์สได้ยกกรณีของพรรคภูมิใจไทยที่มี ชวรัตน์ ชาญวีรกูล เป็นหัวหน้าพรรค และดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีมหาดไทย แต่มีพฤติกรรมส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่ และส่อว่ากระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ จงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมาย
ประการสุดท้าย คือ ปัญหาการติดสินบนที่เกิดขึ้นอย่างแพร่หลาย ทั้งนี้จากผลการสำรวจของบริษัทที่ปรึกษาความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจและสังคม (เพิร์ก) ประจำปี 2553 จัดให้ไทยเป็นประเทศที่มีการคอร์รัปชันมากเป็นอันดับ 5 ในเอเชียแปซิฟิก เนื่องจากปัญหาการรับสินบนและกินใต้โต๊ะทั้งทางตรงและทางอ้อมยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง







