posttoday
เตรียมรับมือ

เตรียมรับมือ

29 กันยายน 2553

.....พิชัย นริพทะพันธุ์

.....พิชัย นริพทะพันธุ์

การที่ประเทศไทยจะมีการให้บริการระบบมือถือ 3จี อย่างแพร่หลายก็ต้องยืดยาวออกไปอีก โดยที่ไม่รู้ว่าวันเวลาใดจะดำเนินการได้ หรืออาจไม่สามารถดำเนินการได้เลย ต้องไปทำ 4จี หรือ 5จี กันทีเดียว ทำให้รู้สึกเสียดายโอกาสของการพัฒนาของประเทศทางด้านเทคโนโลยี อีกทั้งการลงทุนในโครงข่าย และการคิดค้นการให้บริการเสริมอื่นๆ ต้องหยุดชะงักลง

นอกจากนี้ การที่เครือข่ายระบบมือถือ 3จี จะถูกนำมาใช้ในการเป็นพื้นฐานสำหรับ Wireless Broadband หรืออินเทอร์เน็ตไร้สาย ที่จะให้โอกาสแก่ประชาชนทั่วไปได้เข้าถึงอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะโอกาสของนักเรียนในถิ่นทุรกันดารที่จะได้เรียนรู้ในสิ่งต่างๆ มากขึ้น

การที่นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ได้ออกมาพูดว่ารัฐบาลกำลังพิจารณาให้ กสทฯ และทีโอทียกระดับสัมปทานมือถือระบบ 2จี ไปให้บริการ 3จี ด้วยการขยายเวลาสัมปทานให้กับผู้ประกอบการรายเดิมออกไปอีกนั้น อยากจะให้ได้ศึกษาเรื่องให้ดีก่อน

ทางกฎหมาย ในเมื่อคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ไม่สามารถดำเนินการประมูลคลื่นความถี่ 3จี ได้ กทช.ก็ยิ่งไม่น่าที่จะมีสิทธิในการขยายเวลาการให้สัมปทานเดิมโดยไม่มีการประมูล นอกจากนี้การที่ กทช.ให้ใบอนุญาต 3จี แก่ทีโอทีไปแล้ว โดยที่ทีโอทีได้ซื้อส่วนของ กสทฯ ในคลื่น 3จี นั้น ก็ไม่แน่ว่าจะต้องถูกยกเลิกหรือเปล่า บนพื้นฐานของกฎหมายเดียวกัน

ส่วนทางด้านเทคนิค ขณะนี้ผู้ใช้บริการมือถือในส่วนของ 2จี มีเป็นจำนวนมาก การที่จะไปอัพเกรดเป็น 3จี จะทำให้การบริการ 2จี ต้องสะดุดลงในระหว่างขั้นตอนการอัพเกรดในแต่ละเซลล์ไซต์ ซึ่งไม่น่าจะสามารถทำได้ อีกทั้งหากการขยายสัมปทานมีปัญหา ก็ไม่น่าจะมีใครกล้าที่จะลงทุน เพราะรายได้จากการให้บริการในระยะเวลาที่เหลือของสัมปทานจะไม่คุ้มทุน เพราะจะต้องลงทุนไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นล้านบาท

การที่รัฐบาลจะเร่งตั้งองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ก็เหมือนกับวัวหายล้อมคอก ซึ่งรัฐบาลน่าจะเร่งเรื่องนี้มาตั้งนานแล้ว ซึ่งกว่าจะตั้งและเปิดประมูลได้ก็ต้องใช้เวลาเป็นปีๆ ไม่น่าจะเร็วเหมือนที่รัฐบาลพูด ส่วนการออกมาพูดเรื่องการจะนำโครงข่ายเคเบิลใยแก้วนำแสงของรัฐวิสาหกิจต่างๆ มารวมกันเพื่อให้บริการบรอดแบนด์แห่งชาติก็เป็นคนละเรื่องกับการให้บริการระบบมือถือ 3จี แผนงานและการปฏิบัติยังไม่แน่ชัดว่าใครเป็นผู้ดำเนินงาน และหน่วยงานไหนจะรับผิดชอบ ใครจะเป็นผู้ลงทุน

เป็นที่น่าเสียใจว่า ในอดีตก่อนที่จะมีการปฏิวัติ ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีการพัฒนาทางเทคโนโลยีอย่างมาก แต่หลังจากการปฏิวัติ กลับไม่มีการพูดถึงการพัฒนาเทคโนโลยีในทางไหนแต่อย่างใด ดังนั้นจึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลได้ใช้เรื่องนี้เป็นสิ่งกระตุ้นในการพัฒนาทางเทคโนโลยีในด้านต่างๆ

พูดถึงการเปลี่ยนแปลงในเทคโนโลยีแล้ว อดไม่ได้ที่จะต้องพูดถึงการเปลี่ยนแปลงในระบบการเงินของโลก และความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย จากการที่ค่าเงินบาทมีการแข็งค่าขึ้นมาก ปัญหาการที่เงินบาทแข็งค่านี้ ดร.วีรพงษ์ รามางกูร ได้ทำการชำแหละปัญหาไปแล้ว ผู้เขียนจึงขอให้ความเห็นในมุมถึงการเปลี่ยนแปลงในความสำคัญของเงินสกุลต่างๆ กำลังจะเริ่มขึ้น

การที่ประเทศจีนเริ่มออกบอนด์สกุลหยวน นับเป็นสิ่งที่น่าจับตามอง และความสำคัญของเงินสกุลดอลลาร์อาจจะมีความสำคัญลดลง โดยเงินสกุลหยวนน่าจะมีบทบาทเพิ่มขึ้น แต่ขบวนการดังกล่าวอาจจะใช้เวลานาน เพราะกว่าเงินดอลลาร์จะแทนเงินปอนด์ได้ก็ใช้เวลาถึง 50 ปี แต่เงินหยวนอาจจะไม่ต้องใช้เวลานานขนาดนั้น ซึ่งจะทำให้ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนในภูมิภาคเกิดขึ้นตลอดเวลา โดยเฉพาะค่าเงินหยวนที่จะมีแนวโน้มที่จะต้องถูกบังคับให้มีค่าสูงขึ้น ซึ่งจะทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นตามค่าเงินของภูมิภาคนี้ และจะทำให้ความสามารถทางการแข่งขันของไทยลดลงตามค่าเงินที่สูงขึ้น

ผู้นำรัฐบาลจะต้องมีความเด็ดเดี่ยวในการตัดสินใจ และจะต้องหาวิธีในการจัดการกับความผันผวนในเรื่องดังกล่าวอย่างไร หากไม่ได้เตรียมการในเรื่องดังกล่าว และยังยุ่งแต่เรื่องอะไรที่ไม่เป็นเรื่อง ขนาด 3จี ยังทำไม่ได้ เมื่อพายุการเปลี่ยนแปลงมาถึง โดยไม่มีการเตรียมตัว จะปรับตัวกันไม่ทัน

เหมือนที่ ดร.วีรพงษ์ พูดไว้ซื่อสัตย์อย่างเดียวไม่ได้ ต้องเก่งด้วย มิเช่นนั้นความเสียหายอาจมีมากกว่า

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์