posttoday
ซีพี ชี้ทางออกแก้บาทแข็ง

ซีพี ชี้ทางออกแก้บาทแข็ง

28 กันยายน 2553

ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง ได้ส่งผลกระทบกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่น้อยไม่เว้นหน้า เพราะประเทศไทยเป็นประเทศที่ต้องค้าขายกับต่างชาติ

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 27 ก.ย.ที่ผ่านมา เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ ซีพี หนึ่งในยักษ์ธุรกิจของเมืองไทย ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับค่าเงินบาทของประเทศไทยในขณะนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ารับฟังอย่างยิ่งว่า กลุ่มธุรกิจที่ใหญ่ขนาดนี้กำลังจะรับมือกับสถานการณ์นี้อย่างไร

อาชว์ เตาลานนท์ รองประธาน ซีพี บอกว่า สำหรับภาพรวมธุรกิจซีพีในขณะนี้ ยังไม่ได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาท ด้วยมีความสมดุลจากการดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องทั้งในภาคส่งออกและนำเข้า ที่นำมาหักกลบลบหนี้ได้กับส่วนต่างระหว่างค่าเงินบาทและเงินเหรียญสหรัฐ ซึ่งรวมถึงความสามารถของซีพีในการหาแหล่งเงินทุนจากต่างประเทศเพื่อใช้ในการขยายกิจการ ซึ่งหากเงินบาทแข็งค่าขึ้นไปในระดับที่ 30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ หรือต่ำกว่าในปลายปีนี้ บริษัทก็ยังไม่ได้รับผลกระทบเช่นกัน ซึ่งรูปแบบการลงทุนของซีพีจะมองหาโอกาสและพิจารณาตามความเหมาะสมของตลาดมากกว่า

ทั้งนี้ เมื่อค่าเงินบาทแข็งทำให้มองการซื้อเครื่องจักรใหม่ เพราะต้นทุนบริษัทจะถูกลง ถือเป็นโอกาสขยายการลงทุนในต่างประเทศด้วย

อย่างไรก็ตาม การที่ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐและไทยมีส่วนต่างเกือบ 2% ส่งผลให้ค่าเงินบาทยังมีโอกาสแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง จากปัจจุบันที่อยู่ 30.60 บาทต่อเหรียญสหรัฐ มีโอกาสแข็งค่าหลุด 30 บาท ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก โดยเฉพาะผู้ประกอบการธุรกิจอาหารที่ต้องซื้อวัตถุดิบในประเทศเป็นหลัก และเมื่อส่งออกได้เงินบาทลดลงกว่าที่ควรจะเป็น

“น่าหวาดเสียวว่า เงินบาทอาจหลุดไปที่ 30 บาท หรือ 29 บาท ได้ในสิ้นปีนี้ ซึ่งในส่วนของรัฐบาลและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อาจจะต้องเข้ามากำหนดนโยบายการเงิน อัตราดอกเบี้ยที่ชัดเจนว่าจะสมควรปรับดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับอัตราเงินเฟ้อ รวมทั้งนโยบายการเข้ามาแทรกแซงค่าเงินหรือไม่ ซึ่งค่าเงินบาทอ่อนหรือแข็งค่าควรให้เป็นไปตามกลไกเศรษฐกิจมากกว่า” อาชว์ กล่าว

ด้าน ศุภรัตน์ ควัฒน์กุล รองประธานคณะกรรมการบริหารการเงินและกรรมการการลงทุน ซีพี บอกว่า ผลกระทบจากเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นต่อภาคการส่งออก ในภาพรวมช่วง 8 เดือนแรกของไทยยังขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะการส่งออกไปยังตลาดใหม่ เช่น อาเซียนและจีน ขยายตัวสูงกว่าตลาดเดิมในสหรัฐและยุโรป อย่างไรก็ตามจากความผันผวนของค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว ได้ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมค่อนข้างสูง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี)

ทั้งนี้ ซีพีเห็นว่าจากนี้ไปยังจะมีเงินลงทุนไหลเข้ามาในประเทศอย่างต่อเนื่อง จากความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจเอเชียมากกว่าสหรัฐและยุโรป ส่งผลให้เงินบาทยังแข็งค่าต่อไป ซึ่งในภาครัฐจะต้องเข้าไปบริหารจัดการในบางจังหวะ และควรส่งเสริมให้เกิดการลงทุนเพื่อนำเข้าเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่เร่งทำในขณะนี้ เพราะจะทำให้ต้นทุนของภาครัฐลดลง

“ที่ผ่านมาส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสูงส่งผลให้เงินไหลเข้ามาประเทศไทยจำนวนมากรวมทั้งภูมิภาคเอเชีย แต่การที่ค่าเงินบาทแข็งค่าและภาครัฐไม่ดำเนินนโยบายที่ผลักดันให้มีการไหลออกของค่าเงิน ส่งผลให้การไหลเข้าและไหลออกของค่าเงินไม่สมดุล ประเทศไทยจึงได้รับผลกระทบมาก ดังนั้นต้องแก้กันที่นโยบายเป็นสำคัญ อาทิ สนับสนุนการลงทุนในต่างประเทศ โดยสนับสนุนเรื่องภาษีการเคลื่อนย้ายเงินตรา”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท