
บาททำทองคำไม่พุ่ง ไม่ถึงบาทละ2หมื่น
บาทแข็งดับฝันเห็นทองคำ 2 หมื่นบาทปีนี้ ลุ้นปีหน้าทองวิ่งแซงค่าเงิน
บาทแข็งดับฝันเห็นทองคำ 2 หมื่นบาทปีนี้ ลุ้นปีหน้าทองวิ่งแซงค่าเงิน
นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ กรรมการสมาคมค้าทองคำ ประธาน กรรมการกลุ่มบริษัท ห้างทองแม่ทองสุก เปิดเผยว่า ขณะนี้ต้องแยกราคาทองคำต่างประเทศกับทองคำในประเทศออกจากกัน เพราะทองคำในต่างประเทศนั้นถูกฉุดจากค่าเงินบาทที่แข็งค่า ฉะนั้นจึงเป็นเรื่องยากที่ปีนี้จะเห็นราคาทองคำในประเทศถึง 2 หมื่นบาท
นพ.กฤชรัตน์ กล่าวว่า หากขณะนี้เงินบาทอยู่ในระดับเท่ากับต้นปีที่ 33.40 บาทต่อเหรียญสหรัฐ และทองคำในต่างประเทศอยู่ที่ 1,300 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ จะเห็นทองคำในประเทศแตะ 2 หมื่นบาทแล้ว ในทางกลับกันหากเงินบาทอยู่ในระดับปัจจุบัน 30.55 บาทต่อเหรียญสหรัฐ จะเห็นทองคำขึ้นไปในระดับ 2 หมื่นบาทได้นั้น ทองคำในต่างประเทศจะต้องปรับตัวขึ้นอีก 75 เหรียญสหรัฐ หรือขึ้นไปอยู่ที่ 1,375 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์
อย่างไรก็ดี คาดว่าปีหน้ามีโอกาสที่จะเห็นราคาทองคำในประเทศแตะระดับ 2 หมื่นบาท เนื่องจากในหลักการราคาทองคำจะวิ่งขึ้นเร็วกว่าค่าเงินบาท
“แม้ทองคำในต่างประเทศจะใกล้ 1,300 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ แต่คงเห็นทองคำในประเทศปรับขึ้นไปได้ไม่เกิน 18,800 บาท เพราะเงินบาทไม่เคยแข็งค่าอย่างนี้ในรอบ 10 ปี ตอนนี้ทองคำในประเทศเคลื่อนตัวช้า เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. ทองคำทำสถิติปรับขึ้นสูงสุดอยู่ที่ 19,400 บาท ซึ่งขณะนั้นเงินบาทอยู่ที่ 32.15 บาทต่อเหรียญสหรัฐราคาทองคำในเอเชียก็ยังไม่ทำสถิติใหม่ เพราะเงินในเอเชียแข็งค่าเหมือนกันหมด” นพ.กฤชรัตน์ กล่าว
น.พ.กฤชรัตน์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. ทองคำทำสถิติปรับขึ้นสูงสุดอยู่ที่ 19,400 บาท ซึ่งขณะนั้นเงินบาทอยู่ที่ 32.15 บาท/เหรียญสหรัฐ ขณะที่ค่าเงินตอนนี้อยู่ที่ 30.65 บาท/เหรียญสหรัฐ ถือว่าเงินบาทแข็งค่า 1.5 บาท ซึ่งส่วนต่างระดับนี้กดราคาทองคำลงเฉลี่ย 650-700 บาท
โพสต์ทูเดย์วายแอลจี คาดสัปดาห์นี้ราคาทองคำในตลาดโลกมีโอกาสทะลุ1,300 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์แต่ทองไทยต้องระวังค่าบาท
นางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด ประเมินว่าราคาทองคำยังมีโอกาสทำจุดสูงสุดใหม่ได้โดยนักลงทุนต้องจับตาระดับแนวต้านทางจิตวิทยาที่ 1,300 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ว่าจะสามารถผ่านไปได้หรือไม่ในสัปดาห์นี้ หากราคาทองคำสามารถผ่านบริเวณนี้ไปได้ราคาทองคำจะมีแนวต้านสำคัญที่ระดับ 1,330 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ แต่หากราคาทองคำยังไม่สามารถผ่านแนวต้านนี้ไปได้ในระยะสั้นอาจมีการอ่อนตัวลงเล็กน้อย เพื่อที่จะกลับขึ้นมาทดสอบใหม่อีกครั้ง
นางสาวฐิภา กล่าวว่า ในระยะยาวแล้ววายแอลจีก็ยังคงมีมุมมองเชิงบวก และแนะนำให้นักลงทุนหาจังหวะเข้าซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวมาบริเวณแนวรับ 1,286 และ 1,270 โดยให้ชะลอการเข้าซื้อหาราคาหลุดแนวรับ 1,270 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ แต่ในกรณีที่ราคาทองคำมีการ ทะลุ แนวต้านไปก่อน ทางวายแลจีแนะนำให้นักลงทุนทำการ ซื้อ ทั้งนี้นักลงทุนควรเอาแนวโน้มการแข็งค่าของเงินบาทมาพิจารณาประกอบการตัดสินใจลงทุนด้วยเพราะราคาทองคำ 1,300 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์เท่ากับ 1.88หมื่นบาทต่อน้ำหนักทองคำในประเทศ 1 บาทน้อยกว่าช่วงต้นปีที่ 2หมื่นบาท (ค่าเงินบาท30.50บาทต่อเหรียญสหรัฐ)และนักค้าเงินยังคาดว่าสิ้นปีนี้เงินบาทจะแข็งค่าไปถึง 30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
นอกจากนั้นการอ่อนค่าของเงินเหรียญสหรัฐ เป็นปัจจัยหลักที่หนุนให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในระยะสั้นนี้ยังคงต้องจับตาปัจจัยที่มากระทบต่อการอ่อนค่าของเงินเหรียญสหรัฐเป็นหลัก ซึ่งสอดคล้องกับกระแสข่าวที่ธนาคารกลางสหรัฐ จะเริ่มพิมพ์เงินดอลลาร์ออกมามากขึ้นในไม่ช้านี้ ซึ่งได้ฉุดผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐให้ร่วงลง และทำให้ดอลลาร์ร่วงลงมาที่ระดับต่ำสุดในรอบ 8 เดือน
ล่าสุดดัชนีดอลลาร์สหรัฐลงมาอยู่ที่ระดับ 79.374 จุด ซึ่งปรับตัวลงมาแล้วถึง 3.81% จากระดับ 82.522 จุด เมื่อต้นเดือน และได้ผลักดันให้ราคาทองคำปิดไปสัปดาห์ที่แล้วที่ระดับ 1,295.95 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาจะมีการรายงานข้อมูลเศรษฐกิจออกมาในเชิงบวกบ้าง แต่ไม่สามารถกดดันให้ราคาทองคำลดลงได้ดังนั้นควรติดตามค่าเงินเหรียญสหรัฐด้วย







