
ศอฉ.อ้างถูกมั่วสไนเปอร์
ศอฉ.มอบดาว์พงษ์แจงข้อเท็จจริงอนุกรรมการสอบสลายม็อบแดง ยันทำตามหลักสากล91 ศพไม่ได้ตายตอนสลายม็อบราชประสงค์วันเดียวอ้างถูกมั่วข้อมูล สไนเปอร์
ศอฉ.มอบดาว์พงษ์แจงข้อเท็จจริงอนุกรรมการสอบสลายม็อบแดง ยันทำตามหลักสากล91 ศพไม่ได้ตายตอนสลายม็อบราชประสงค์วันเดียวอ้างถูกมั่วข้อมูล สไนเปอร์
ที่กองบัญชาการกองทัพบก นาย สมชาย หอมละออ ประธานกรรมการสิทธิมนุษย์ชน สภาทนายความ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค.2553 พล.ท.พีระพงษ์ มานะกิจ คณะอนุกรรมการ และผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งคณะอนุกรรมการชุดดังกล่าวอยู่ในชุดของ นายคณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบ และค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ ได้เดินทางมาขอเข้าพบ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.เพื่อรับทราบข้อเท็จจริงเหตุการณ์ความวุ่นวายที่ผ่านมา
แต่เนื่องจาก พล.อ.อนุพงษ์ เดินทางไปอำลาหน่วยในกองทัพภาคที่ 4 และลงไปตรวจเยี่ยมและอำลาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมด้วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองผบ.ทบ.ว่าที่ผบ.ทบ.ร่วมคณะไปด้วย จึงได้มอบหมายให้ พล.ท.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รองเสนาธิการทหารบก ทำหน้าที่แทน
โดย พล.ท.ดาว์พงษ์ เป็นผู้ชี้แจงข้อเท็จจริงให้ทางคณะอนุกรรมการได้รับทราบ โดยมี พล.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผช.ผบ.ตร. พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผบช.น. พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และหน่วยงานอื่นทีเกี่ยวข้อง เข้าร่วมการชี้แจงในครั้งนี้ด้วย
นายสมชาย หอมลออ ประธานคณะอนุกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค.2553 เปิดเผยภายหลังว่า ผลการประชุมเป็นที่น่าพอใจ แต่การหารือมีเวลาน้อย โดยทาง ศอฉ.ได้อธิบายภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ และหน่วยงาน ศอฉ. ว่าดำเนินการอย่างไร และข้อมูลที่ ศอฉ.รับรู้มีอะไรบ้างในช่วงมีการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้าน เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ซึ่งข้อมูลที่ ศอฉ.นำมาเปิดเผยในที่ประชุมเป็นข้อมูลที่เคยถูกสื่อนำเสนอมาแล้ว แต่เป็นการเรียบเรียงให้เกิดความเข้าใจ
โดยการหารือจะมีอีกครั้งในช่วงกลางเดือนตุลาคม แต่ครั้งหน้าคณะกรรมการฯ จะขอเวลาในการหารือมากขึ้น เพราะทาง ศอฉ.ยังไม่ได้ตอบคำถาม และยังมีข้อมูลจำนวนมากที่มีความสลับซับซ้อน ดังนั้น จึงยังไม่สามารถสรุปได้ในตอนนี้ และยังต้องใช้การหารือมากกว่า 1 ครั้ง รวมถึงการขอข้อขอมูลจากหน่วยงานความมั่นคงอื่นๆเพื่อมาประกอบด้วย
นายสมชาย กล่าวด้วยว่า พล.ท.ดาว์พงษ์ ได้พูดถึงนโยบายชี้แจงการปฏิบัติกำลังพลเจ้าหน้าที่ช่วงกระชับพื้นที่ และได้อธิบายเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นบริเวณสี่แยกคอกวัว และแยกราช ประสงค์ อย่างไรก็ตาม ทางคณะกรรมการฯได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องช่วง เหตุการณ์เมษายน-พฤษภาคม เพื่อเก็บข้อมูลอีกทางหนึ่งและประมวลเป็นข้อมูล เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญเราไม่สามารถรับฟังความข้างเดียวได้
ในวันที่ 30 กันยายน นี้ทางคณะกรรมการฯได้เชิญแกนนำ นปช.เข้าให้ข้อมูลที่ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะในช่วงบ่าย อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการฯจะนำข้อมูลรายงานฉบับเฉพาะกาลให้กับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี รับทราบความคืบหน้าในเดือนมกราคมต่อไป ซึ่งคาดว่าไม่น่ามีปัญหาในการรวบรวมข้อมูลอย่างใด
พลโท พีระพงษ์ มานะกิจ หนึ่งในอนุกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุการณ์ความวุ่นวายในช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค.2553 เปิดเผยว่า เป็นการเข้ารับฟังข้อมูลครั้งแรก จากศูนย์แก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) โดยมี พล.ท.ดาว์พงษ์ เป็นผู้ชี้แจงรายละเอียดในภาพรวมด้วยตนเอง ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยดี เน้นรับฟังข้อมูลวิธีคิด การวิเคราะห์ และประเมินสถานการณ์ในการแก้ไขเหตุการณ์ที่ผ่านมา รวมทั้งรับทราบสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
นอกจากนี้ยังชี้แจงถึงนโยบายการปฏิบัติงาน การจัดกำลัง ตั้งแต่ช่วงไม่มีเหตุการณ์ความรุนแรง จนถึงการกระชับพื้นที่ โดย ศอฉ. พร้อมตอบทุกคำถาม และข้อสงสัย โดยไม่ได้ปิดบังข้อมูล ซึ่งทำให้คณะอนุกรรมการทราบว่าการทำงานของ ศอฉ. ยึดหลักกฎหมาย และตั้งใจแก้ไขสถานการณ์ให้คลี่คลาย
พล.ท.พีระพงษ์ กล่าวว่า ศอฉ. มีข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ผ่านมามากมาย จึงจะมีการประสานขอรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนอื่น ๆ ด้วย ทั้งจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเบื้องต้นจะมีการนัดหมายกันอีกครั้งวันที่ 14 -15 ต.ค.นี้
อย่างไรก็ตาม การชี้แจงของ ศอฉ.ให้กับคณะอนุกรรมการฯ ได้รับทราบในวันนี้ประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที ทั้งนี้คณะอนุกรรมการจะนำข้อมูลที่ได้รับทราบในการรับฟังการชี้แจงในวันนี้ เพื่อเตรียมไปตั้งคำถามในประเด็นอื่น ๆ กับ ศอฉ.ในครั้งต่อไป รวมทั้งจะรับฟังข้อมูลจากหลายฝายที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งกลุ่มผู้ชุมนุม และสื่อมวลชนด้วย
พันเอก สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ศอฉ. กล่าวว่า คณะอนุกรรมการได้นัดหารือเพื่อข้อรับทราบเหตุการณ์ที่ผ่านมาตั้งแต่วันที่ 21 ก.ย.ที่ผ่านมา แต่เวลาไม่ตรงกันจึงได้มีการเลื่อนมาพบกันในวันนี้
ทั้งนี้ พล.ท.ดาว์พงษ์ ได้ชี้แจงเกี่ยวกับประเด็นตั้งแต่เกิดปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งปัญหาความขัดแย้งทางความ คิด โดยเฉพาะสถานการณ์ทางด้านการเมือง ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยเน้นหนักในเหตุการณ์ชุมนุมที่ผ่านมา ว่ามีการพัฒนาการอย่างไร รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และพลเรือน ได้มีการวิเคราะห์ถึงสถานการณ์เพื่อนำไปสู่ขั้นตอนการปฏิบัติการใช้กำลัง อย่างไรบ้าง
ทั้งนี้ ศอฉ.ได้ชี้แจงให้ทาง คอป.ได้รับทราบ ตั้งแต่เวลา 10.00 น. – 12.30 น. ก่อนที่จะเดินทางกลับ และนัดที่จะมีการประชุมรับทราบข้อมูลอีกครั้งในช่วงเดือน ต.ค.แต่ยังไม่ได้กำหนดว่าการหารือกันในครั้งต่อไป ทาง ศอฉ.จะชี้แจงสิ่งที่ยังค้างคาอีกในหลายประเด็น ทั้งการชี้แจงข้อมูลของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมถึงการซักถามข้อมูลเพิ่มที่คณะอนุกรรมการเพื่อนำไปสู่การปรองดอง
“ศอฉ. ได้ชี้แจงกับคณะอนุกรรมการได้ทราบข้อเท็จทั้งหมด สิ่งที่เราได้ตรวจสอบหน่วยกำลัง ฝ่ายอำนวยการ และ ฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ถึงการปฏิบัติเมื่อไหร่อย่างไร และไล่ลำดับ ตั้งแต่ต้นจนจบ
อย่างไรก็ตามมีความพยายามของคนบางกลุ่มพยายามนำเสนอให้สังคมได้เห็นว่า จำนวนคนตายทั้ง 91 ศพ อยู่ในห้วง และเวลาที่มีการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะเหตุการณ์ กระชับวงล้อม ในวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา ที่มีคนเสียชีวิตมากที่สุด ทั้ง ๆ ที่ไม่เป็นความจริง ในวัน ที่กระชับวงล้อม 19 พ.ค.ที่ผ่านมา มีคนตายไม่เยอะ การไปบิดเบือนว่าการปฏิบัติการของทหาร ตำรวจ ในการกระชับวงล้อมมีคนตายถึง 91 ศพ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่จริง เหตุการณ์ที่มีผู้เสียชีวิตมันต่างกรรม ต่างวาระกัน เพียงแต่เวลานี้มีความพยายามนำมาผูกเป็นประโยคให้สั้นเพื่อให้เกิดความสนใจ” พ.อ.สรรเสริญ กล่าว
พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า นอกจากนี้ ศอฉ.ยังได้ชี้แจงกรณีที่มีคนบางกลุ่มบิดเบือนข้อมูลว่ามีเจ้าหน้าที่ทหารแอบ อิงประชาชนที่มาร่วมชุมนุม โดยเฉพาะการใช้อาวุธสงคราม “สไนเปอร์” แต่ทาง ศอฉ.ก็ได้ชี้แจงให้เห็นรายละเอียดให้ไดรับทราบ รวมถึง สถานที่พบศพว่าอยู่ตรงไหนบ้าง อีกทั้งพื้นที่ที่พบศพเกือบทั้งหมดก็อยู่ภายใต้อิทธิพลของกลุ่มผู้ชุมนุม ทั้งนั้น เราพยายามให้ข้อมูลข้อเท็จจริงหากไปฟังแค่บางกลุ่มจะทำให้เกิดความสับสนได้
ทั้งนี้ยืนยันว่า ศอฉ.ปฏิบัติงานโดยยึดหลักตามกฎหมาย และ หลักสากล การ ปฏิบัติไปตามข้อกฎหมาย ปฏิบัติตามคำสั่งของศาล บนพื้นที่ความเหมาะสม หลีกเลี่ยงความรุนแรง คิดเสมอว่าประชาชนที่มาชุมนุมเป็นคนไทยด้วยกัน เพียงแค่คิดเห็นแตกต่างกันทางการเมืองเท่านั้น ไม่มีทหารคนไหนคิดทำร้ายประชาชน







