
พท.ชูนโยบายตั้งสมาพันธ์อปท.แห่งประเทศไทย
พรรคเพื่อไทยประชุมผู้นำท้องถิ่น อปท.เสนอตั้งสภาท้องถิ่นแห่งชาติและประกาศตั้งสมาพันธ์องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทยแล้วเช่นกัน
พรรคเพื่อไทยประชุมผู้นำท้องถิ่น อปท.เสนอตั้งสภาท้องถิ่นแห่งชาติและประกาศตั้งสมาพันธ์องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทยแล้วเช่นกัน
พรรคเพื่อไทย(พท.) ได้ประชุมเพื่อช่วยเหลือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยมีผู้แทนจากสมาคมอบจ.แห่งประเทศไทย , สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย , สมาคม อบต.แห่งประเทศไทย,คณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและผู้แทนจากคณะกรรมการกฤษฎีกา ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องจากภาครัฐ และกระทรวงมหาดไทย เข้าประชุมจำนวนมากที่พรรคเพื่อไทยสาขาพระนครศรีอยุธยา
นายวิทยา บุรณศิริ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างสูงกับการประชุมในครั้งนี้เพราะว่าท้องถิ่นทุกระดับและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสนใจร่วมในกิจกรรม พร้อมเสนอแนวคิดที่หลากหลายที่เป็นประเด็นในการแก้ไขข้อกฎหมายข้อขัดแย้งต่าง ๆ ที่กำลังเกิดขึ้น ทั้งในเรื่องการบริหารงานบุคคล การจัดเก็บงบประมาณ การจัดส่งภาษีและเงินอุดหนุน
อย่างไรก็ตามปมประเด็นที่เด่นที่สุด เป็นเรื่องการรวมพลังของท้องถิ่นเพื่อจัดตั้งสมาพันธ์องค์กรปกครองท้องถิ่นแห่งประเทศไทยและพรรคเพื่อไทยเห็นว่าการคิกออฟนโยบายของพรรคในแนวคิดที่จะช่วยเหลือองค์กรปกครองท้องถิ่นของประเทศไทย
จะสามารถทำให้ท้องถิ่นในประเทศไทยเกิดการพัฒนาและมีการกระจายอำนาจที่สมบูรณ์มากขึ้นดังนั้นหากการเลือกตั้งครั้งหน้าพรรคเพื่อไทยได้เข้ามาเป็นรัฐบาลจะทำทุกอย่างตามที่ท้องถิ่นเสนอในวันนี้
นายชาตรี อยู่ประเสริฐ เลขาธิการสมาคม อบจ.แห่งประเทศไทย กล่าวว่า มีหลายประเด็นที่ได้รับความสนใจ เรื่องแรกคือการให้สมาคมท้องถิ่นต่าง ๆรวมกลุ่มกันแสดงพลังและเพิ่มอำนาจการต่อรองในรูปแบบของสมาพันธ์องค์กรปกครองท้องถิ่นแห่งประเทศไทย โดยจะมีการประชุมเพื่อกำหนดภาระหน้าที่และกำหนดรูปแบบการดำเนินการอย่างเป็นทางการในวันที่ 13 ต.ค.นี้ ที่สถาบันนิด้า มั่นใจเมื่อท้องถิ่นรวมพลังกันแล้วทุกรัฐบาลจะต้องให้ความสำคัญแก่ท้องถิ่นมากกว่านี้ เพราะที่ผ่านมาอปท.ทำงานหนักแต่รัฐบาลชุดนี้กลับเมินเฉยต่อการแก้ไขปัญหาและข้อกฎหมายที่ไม่สอดคล้องกับการกระจายอำนาจให้สมบูรณ์ตามกฎหมาย
นอกจากนี้ยังมีการสรุปแนวคิดจะต้องจัดตั้งสภาท้องถิ่นแห่งชาติ ขึ้นเพื่อทำหน้าที่กำหนดนโยบายการบริหารจัดกาท้องถิ่นและเสนอกรอบนโยบายแก่กระทรวงมหาดไทยเพื่อให้ท้องถิ่นมีอิสระเพิ่มขึ้นในการทำงานเพื่อคนในท้องถิ่น อย่างไรก็ตามแนวแนวคิดที่จะต้องการแยกกรงสงเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นแยกออกมาเป็นกระทรวงหรือทบวง หรือองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ได้รับการสนับสนุนจากท้องถิ่นเป็นอย่างมาก ถือเป็นนโยบายที่ตรงใจซึ่งท้องถิ่นเสนอแนวคิดนี้มาหลายปีแล้วแต่รัฐบาลไม่สนใจ
"สำหรับกฎหมาย พ.ร.บ.ท้องถิ่น 2 ฉบับที่ครม.ผ่านความเห็นชอบตามที่คณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอมานั้นท้องถิ่นทั้งหมดเสนอให้รัฐบาลยกเลิกที่จะนำเสนอให้สภาพิจารณาเป็นกฎหมายและให้ นำร่าง พ.ร.บ. 4 ฉบับที่ท่องถิ่นร่วมร่างกับคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มาปรับแห้บ้างเล็กน้อยและเสนอให้ ครม.ผ่านความเห็นชอบเพื่อรัฐบาลจะได้นำเสนอให้สภาพิจารณาผ่านความเห็นชอบต่อไป" นายชาตรี กล่าว







