posttoday
องค์กรภาคีจับมือรณรงค์คุมกำเนิดไทยในยุค 4.0

องค์กรภาคีจับมือรณรงค์คุมกำเนิดไทยในยุค 4.0

28 กันยายน 2560

องค์กรภาคี แถลงข่าว “คุมกำเนิดไทยในยุค 4.0” เนื่องในวันคุมกำเนิดโลก 2017 รณรงค์แก้ปัญหาตั้งครรภ์ไม่พร้อมร่วมกับนานาชาติ

องค์กรภาคี แถลงข่าว “คุมกำเนิดไทยในยุค 4.0” เนื่องในวันคุมกำเนิดโลก 2017 รณรงค์แก้ปัญหาตั้งครรภ์ไม่พร้อมร่วมกับนานาชาติ

องค์กรภาคี ได้แก่ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข สมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และบริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด แถลงข่าว “คุมกำเนิดไทยในยุค 4.0” เนื่องในวันคุมกำเนิดโลก 2017 (World Contraception Day) ซึ่งประเทศไทยถือว่ามีบทบาทสำคัญในการรณรงค์แก้ปัญหาตั้งครรภ์ไม่พร้อมร่วมกับนานาชาติ

นพ.กิตติพงศ์ แซ่เจ็ง ผู้อำนวยการสำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า สภาพเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้สถานการณ์การตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อมในประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชนเพิ่มสูงขึ้น ในปี 2559 พบผู้หญิงอายุ 10-19 ปี คลอดบุตรรวมทั้งสิ้น 94,584 คน หรือเฉลี่ย 252 คนต่อวัน และพบการคลอดซ้ำในเยาวชนกลุ่มนี้ 11,225 คน หรือคิดเป็นสัดส่วน 11.9% ขณะที่เด็กหญิงวัย 10-14 ปี คลอดบุตรในปีที่ผ่านมา 2,746 คน หรือประมาณวันละ 8 คน

ปัญหา การคลอดซ้ำ ในวัยรุ่น ถือเป็น เรื่องน่าเป็นห่วง ทั้งนี้ ปัจจุบัน พ.ร.บ.การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.2559 เริ่มบังคับใช้เมื่อ 29 กรกฎาคม 2559 กำหนดให้ สถานบริการ ให้ข้อมูลข่าวสารและความรู้เกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น กับวัยรุ่นอายุตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป แต่ยังไม่ถึง ยี่สิบปีบริบูรณ์ และวัยรุ่นสามารถขอรับบริการ คุมกำเนิด โดยการใช้ยาฝังคุมกำเนิดแบบกึ่งถาวรโดยฝังไว้ใต้ผิวหนัง ท้องแขน มีทั้งแบบชนิด 3 ปี และ 5 ปี ได้ฟรี ณ สถานบริการที่ขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการของหลักประกันสุขภาพแห่งชาติทุกแห่ง

“การแก้ปัญหาตั้งครรภ์ในวัยรุ่น เป็นนโยบายสำคัญของภาครัฐที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ สร้างคุณภาพชีวิตและสุขภาวะ ลดผลกระทบจากกรณีการเสียชีวิตของแม่และทารก เด็กแรกเกิดน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ และเสี่ยงต่อการทำแท้งที่ไม่ปลอดภัย นำไปสู่ปัญหาสังคม อาทิ เด็กถูกทอดทิ้งให้เติบโตอย่างไม่มีคุณภาพ ขาดโอกาสทางการศึกษา ฯลฯ” นพ.กิตติพงศ์กล่าว
 
ศ.นพ.สุรศักดิ์ ฐานีพานิชสกุล นายกสมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี กล่าวว่า ประเทศไทย กำลังก้าวสู่ยุค 4.0 ดังนั้นคนรุ่นใหม่ จึงควรหันมาให้ความสำคัญกับการวางแผนครอบครัวมากขึ้น การตั้งครรภ์ ในขณะที่อายุยังน้อย และไม่พร้อม ส่งผลกระทบในทางลบต่อทั้งตัวเอง เศรษฐกิจและสังคม
 
ในส่วนของสมาคมฯ เอง มีนโยบายที่สอดคล้องกับ แนวนโยบายหลัก ของ สหพันธ์วางแผนครอบครัวระหว่างประเทศ (IPPF) โดยมุ่งเน้น ให้ก้าวหน้าไปพร้อมกับโลก โดยจะสนับสนุนให้ใช้เทคโนโลยี และโซเชียลมีเดีย เพื่อสื่อสารกับประชากรกลุ่มเป้าหมาย และรอบรับกับการที่ไทยก้าวสู่ ประเทศ 4.0
 
ในส่วนของความร่วมมือจากภาคเอกชน บริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด โดย คุณริอาซ บัคช ผู้จัดการทั่วไป กล่าวว่า “บริษัท ไบเออร์ไทย ในฐานะหนึ่งในผู้นำธุรกิจด้านฟาร์มาซูติคอล ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในผลิตภัณฑ์ยาคุมกำเนิดที่หลากหลาย สนับสนุนโครงการวางแผนครอบครัวโดยร่วมมือกับเครือข่ายภาครัฐและภาคสังคมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยมีเจตนารมณ์ในการร่วมกันลดปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อม โดยเฉพาะในเด็กและเยาวชนซึ่งพบการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร และการตั้งครรภ์ซ้ำซาก สาเหตุหลักส่วนหนึ่ง คือการขาดความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการคุมกำเนิดที่เหมาะสม ในการรณรงค์ดังกล่าว บริษัทฯ ร่วมมือกับ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และสมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทยฯ ในการแก้ไขปัญหาตามยุทธศาสตร์ฯ โดยเฉพาะการให้ความรู้และส่งเสริมการคุมกำเนิดที่ถูกวิธีและมีประสิทธิภาพ ด้วยหวังว่าจะช่วยให้เด็กและเยาวชนหญิงสามารถเข้าถึงความรู้ ตลอดจนการคุมกำเนิดที่เหมาะสมกับพฤติกรรมวัยรุ่น เช่น การใช้ยาคุมกำเนิดที่มีฮอร์โมนชนิดต่างๆ อย่างเหมาะสม” ทั้งนี้ ไบเออร์เป็นภาคเอกชน ที่ร่วมรณรงค์ แก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควรหรือภาวะไม่พร้อม ทั้งในไทยและทั่วโลกอย่างต่อเนื่องนานกว่า 10 ปี
 
ทั้งนี้ ไบเออร์เป็นภาคเอกชน ที่ร่วมรณรงค์ แก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควรหรือภาวะไม่พร้อม ทั้งในไทยและทั่วโลกอย่างต่อเนื่องนานกว่า 10 ปี
พญ.ปานียา สูตะบุตร ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ในโอกาสครบรอบ 10 ปี ของวันคุมกำเนิดโลก ทางเว็บไซต์ www.your-life.com ได้เผยแพร่รายงาน “วัยรุ่นกับการคุมกำเนิด” ระบุว่าแต่ละปีมีผู้หญิงตั้งครรภ์ 208 ล้านคน โดย 41% เป็นการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์และเกือบครึ่งหนึ่งได้ตัดสินใจทำแท้ง
ทั้งนี้ www.your-life.com ได้ สำรวจทัศนคติวัยรุ่น 3,013 คน อายุระหว่าง 13-25 ปี ใน 15 ประเทศ เกี่ยวกับการคุมกำเนิด พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถาม ส่วนใหญ่ทราบความสำคัญของการคุมกำเนิด แต่ 64.5% เคยมีเพศสัมพันธ์โดยไม่มีการป้องกัน และ 90.3% อยากให้คนทั่วไปพูดถึงเรื่องการคุมกำเนิดเป็นเรื่องปกติ จากปัจจุบันที่การคุมกำเนิดเป็นหัวข้อต้องห้ามในการพูดถึง
 
“ทุกฝ่ายจำเป็นต้องรณรงค์ให้ความรู้เรื่องการคุมกำเนิดต่อไป เพราะผลสำรวจจากทั่วโลก และในไทยพบว่า วัยรุ่น ยังได้รับความรู้เรื่องการคุมกำเนิดไม่เพียงพอ และสังคมยังมองเรื่องการคุมกำนิดเป็นหัวข้อต้องห้าม ทำให้หลายครั้ง วัยรุ่นมีเพศสัมพันธ์ โดยไม่ได้คุมกำเนิด และส่งผลต่อเนื่องให้เกิดการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์”
 
ในส่วนของประเทศไทยนั้น www.your-life.com ได้สำรวจความคิดเห็นของวัยรุ่น อายุระหว่าง 13-25 ปี จำนวน 201 คน พบว่า วัยรุ่น 87.1% รับรู้ความสำคัญของการคุมกำเนิด แต่ 60.2% ของผู้มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้คุมกำเนิด ด้วยเหตุผลต่างๆ อาทิ ไม่ต้องการทำลายความสนุก ไม่มีเครื่องมือคุมกำเนิด ลืม พร้อมที่จะเสี่ยง และไม่คิดว่าจะตั้งครรภ์
 
สำหรับความรู้เกี่ยวกับการคุมกำเนิดของวัยรุ่นไทยส่วนใหญ่ ได้รับจากสถานศึกษา แต่บางส่วนมองว่าข้อมูลยังไม่เพียงพอ จึงเข้าไปศึกษาเองทางอินเตอร์เน็ต ส่วนวิธีการคุมกำเนิดที่นิยมใช้คือถุงยางอนามัย การทำหมัน ยาเม็ดคุมกำเนิด แต่ที่น่ากังวลคือ บางคนเข้าใจว่าการหลั่งข้างนอก และการนับระยะปลอดภัย (หน้า 7 หลัง 7) เป็นการคุมกำเนิดที่น่าเชื่อถือ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท