
เพลี้ยกระโดดทำลายนาข้าวเมืองเลยพัง1แสนไร่
เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลระบาดพื้นที่จังหวัดเลย นาข้าวเสียหายเกือบ 100,000 ไร่
เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลระบาดพื้นที่จังหวัดเลย นาข้าวเสียหายเกือบ 100,000 ไร่
นายอดุลย์ศักดิ์ แสวงหา นายกอบต.นองหญ้าปล้อง อ.วังสะพุง จ.เลย กล่าวว่า เกิดการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ในนาข้าวของราษฏรในพื้นที่ได้รับความเสียหายเป็นวงกว้างหรือเกือบ 1 แสนไร่
นายอุทร พุทไธสง อายุ 45 ปี หมู่ที่ 15 บ้านกุดสวรรค์ ต.หนองหญ้าปล้อง กล่าวว่า นาข้าวได้รับความเสียหายจากการแพร่ระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลกว่า 50 ไร่ อยู่ติดถนนภายในหมู่บ้าน หลังจากลงไปสำรวจในแปลงนา พบมีการะบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลเกือบทั้งแปลง รวมทั้งแปลงใกล้เคียง โดยต้นข้าวมีลักษณะยอดกำลังเปลี่ยนสีเป็นเหลือง อมแดง โคนต้นมีเพลี้ยฯเกาะเป็นจำนวนมาก เมื่อเข้าไปใกล้ บ้างกระโดดลงน้ำหนีไป บ้างเกาะติดแน่นกำลังดูดน้ำเลี้ยง ส่วนใบเลี้ยงด้านล่างเริ่มแห้งเหลือง ลักษณะใบตายอย่างเห็นได้ชัด
นายอุทร กล่าวอีกว่า เมื่ออาทิตย์ที่แล้วทราบมาว่า มีการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ที่ตำบลโคกขมิ้น ซึ่งเป็นพื้นที่ติดกัน แต่ที่ ต.หนองหญ้าปล้องยังไม่มี จึงประกาศให้ชาวบ้านทราบ ให้ออกสำรวจตรวจดูแปลงนาข้าวของตนเองว่า มีการระบาดหรือไม่ แต่เพียงอาทิตย์เดียว มีชาวบ้านแจ้งที่ อบต.วันละกว่า 30 ราย ขอความช่วยเหลือโดยด่วนซึ่งทาง อบต.ได้รายงานให้ทางอำเภอ เกษตรตำบล ทราบแล้ว
ทั้งนี้ในเบื้องต้น ชาวบ้านได้ไปซื้อสารเคมีมาพ่นกำจัดเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลแล้ว แต่ไม่ได้ผล หรือกระทำการโดยผิดวิธี จึงเรียกร้องให้ทางราชการมาช่วยแก้ไขโดยด่วน เนื่องจากพื้นที่นี้ยังไม่เคยมีการระบาดของศัตรูข้าวมาก่อน จึงไม่มีประสบการณ์ เพราะขณะนี้เป็นระยะที่ต้นข้าวกำลังตั้งท้อง ถ้าไม่รีบแก้ไขต้นข้าวจะได้รับความเสียหายหมดเนื้อ หมดตัวแน่นอน
นางปทุมวัน ประจันพล เกษตรจังหวัดเลย กล่าวว่า ขณะนี้พื้นที่ จ.เลย เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปีได้รับผลกระทบจาการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลระบาดในนาข้าวพื้นที่ที่ระบาดหนักมีจำนวน 9 อำเภอ เกษตรกรผู้ประสบภัยจำนวน 74,523 ไร่ ซึ่งตัวอ่อนและตัวเต็มวัยจะดูดกินน้ำเลี้ยงจากต้นข้าวบริเวณกาบใบเหนือระดับน้ำ ซึ่งข้าวจะแห้งและตายเป็นหย่อม ๆและขยายเป็นบริเวณกว้าง และยังเป็นพาหะนำโรคใบหงิกมาสู่ต้นข้าวต้นข้าว จะทำให้เตี้ยแคระแกรนไม่ออกรวงหรือรวงข้าวจะหดสั้น
นางปทุมวัน กล่าวว่า ทำให้ปริมาณผลผลิตข้าวเสียหายและลดลงอย่างมาก ด้านการป้องกันดูแล สำนักงานเกษตรจังหวัดเลยได้ให้เจ้าหน้าที่เกษตรอำเภอ เกษตรตำบลออกตรวจพื้นที่พร้อมกับประชุมชี้แจงเกษตรกรให้ระบายน้ำออกจากแปลงนาเพื่อให้เกิดการปรับสภาพที่ไม่เหมาะกับความต้องการดำรงชีพของเพลี้ยชนิดนี้ และให้ใช้สารสกัดจากกากสะเดาฉีดพ่นหรือสารเคมีฉีดพ่นเพื่อยับยั้งการลอกคาบ และลดประชากรเพลี้ยลง







