
"เอฟทีเอ ว็อทช์"ห่วงไทยเลิกแบนสารเคมีแลกการยอมรับกับสหรัฐ
กลุ่มเอฟทีเอ ว็อทช์ ห่วงรัฐบาลยอมตามแรงกดดัยสหรัฐเพื่อให้ได้รับจากประเทศมหาอำนาจ
กลุ่มเอฟทีเอ ว็อทช์ ห่วงรัฐบาลยอมตามแรงกดดัยสหรัฐเพื่อให้ได้รับจากประเทศมหาอำนาจ
น.ส.กรรณิการ์ กิจติเวชกุล รองประธานกลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน (เอฟทีเอว็อทช์) กล่าวว่า เรื่องที่เป็นห่วงในการเดินทางเยือนสหรัฐของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่จะมีการหารือร่วมกับ นายวิลเบอร์ แอล รอสส์ จูเนียร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สหรัฐอเมริกานั้น ทางเอฟทีเอ ว็อทช์ ค่อนข้างมีความกังวลว่า รัฐบาลทหารของไทยซึ่งต้องการแสวงการยอมรับจากประเทศมหาอำนาจจากสหรัฐฯ จะยอมตามแรงกดดันของสหรัฐในหลายเรื่อง
น.ส.กรรณิการ์ กล่าวว่า สิ่งที่เป็นห่วงมาก คือ การที่สหรัฐไม่ต้องการให้ประเทศไทยแบนการใช้สารเคมีทางการเกษตรที่มีอันตราย 2 ตัวคือ พาราควอท และ คลอไพริฟอส และจำกัดการใช้ไกลโฟเสท ซึ่งขณะนี้ ประเทศต่างๆเริ่มทยอยเลิกใช้ แต่ประเทศไทศซึ่งประกาศจะเป็นครัวโลก นำเข้าสารเคมีที่มีอันตรายร้ายแรงเช่นนี้ อย่างพาราควอทนำเข้าเป็นอันดับ 6 ของโลก บรรษัทยักษ์ใหญ่ในอเมริกาจึงใช้โอกาสนี้ในการกดดันไทยห้ามแบน เช่นเดียวกับที่มีความพยายามกดดันให้ไทยแก้ไข พรบ.สิทธิบัตร ให้รับจดสิทธิบัตรง่ายๆ ทั้งที่เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ไม่มีความใหม่หรือแทบไม่มีนวัตกรรมที่สูงขึ้นเลย เพื่อคงการผูกขาดสิทธ์ในทรัพย์สินทางปัญญาด้านยา
"เพียงแค่ 2 ประเด็นนี้จะเป็นการทำลายการวิจัยและพัฒนาในประเทศ เพิ่มภาระด้านสาธารณสุข และทำลายความสามารถทางการแข่งขันของไทย เรายังหวังว่า รัฐบาล คสช.จะไม่ยอมแลกชีวิตของผู้คน กับการยอมรับจากสหรัฐฯ เช่นนี้ เพราะที่ผ่านมาทุกครั้งที่มีรัฐบาลรัฐประหาร สหรัฐฯจะฉวยโอกาสกดดัน เช่นในสมัยรัฐบาล รสช. ก็เคยกดดันให้ไทยแก้ไข พรบ.สิทธิบัตร ให้สิทธิบัตรยา และยกเลิกภาษีนำเข้าสารเคมีทางการเกษตร ซึ่งสร้างความเสียหายมาตราบจนทุกวันนี้แล้ว"น.ส.กรรณิการ์







