posttoday
เลิกฟรีเอทีเอ็ม

เลิกฟรีเอทีเอ็ม

27 กันยายน 2553

ธปท.ทำพิลึก ยอมเกี้ยเซี้ยธนาคารพาณิชย์เลิกกดเอทีเอ็มฟรี หันมาเก็บเท่ากันหมดทั่วประเทศครั้งละ 10 บาท

ธปท.ทำพิลึก ยอมเกี้ยเซี้ยธนาคารพาณิชย์เลิกกดเอทีเอ็มฟรี หันมาเก็บเท่ากันหมดทั่วประเทศครั้งละ 10 บาท

 

เลิกฟรีเอทีเอ็ม

แหล่งข่าวสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า การหารือเรื่องการลดค่าธรรมเนียมการให้บริการทางการเงินระหว่างธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสมาคมธนาคารไทยได้ข้อสรุปแล้ว หลังจากได้หารือกับนางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการ ธปท. เมื่อวันที่ 20 ก.ย.ที่ผ่านมา

ข้อสรุปในการปรับลดค่าธรรมเนียมมี 3 ข้อ ประกอบด้วย 1.เลิกเก็บค่าธรรมเนียมการถอนเงินผ่านตู้เอทีเอ็มข้ามธนาคาร จากอัตราปัจจุบันที่ธนาคารคิดค่าบริการกับลูกค้าในต่างจังหวัดเฉลี่ยรายการละ 10-20 บาทต่อรายการ และคิดค่าบริการกับลูกค้าในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลแบบฟรี 4 ครั้ง ครั้งที่ 5 จะคิดรายการละ 5 บาท โดยปรับมาคิดอัตราเดียวทั่วประเทศ โดยหากกดเงินสดผ่านตู้เอทีเอ็มข้ามธนาคารจะคิดครั้งละ 10 บาท

“ธนาคารเห็นว่าวิธีนี้ดีที่สุด เพราะหากเลิกคิดการกดเงินข้ามเขตทุกประเภทจะสูญเสียรายได้ร่วม 7,000-1 หมื่นล้านบาท หรือเกือบ 1%” แหล่งข่าวเปิดเผย

ข้อ 2. ปรับอัตราการเบิกถอนเงินข้ามเขตในธนาคารเดียวกัน จากปัจจุบันธนาคารจะคิดค่าบริการขั้นต่ำอยู่ที่ 20-25 บาทต่อรายการ แบ่งเป็นค่าบริการหมื่นละ 10-15 บาท ค่าคู่สาย 10 บาท และมีการคิดอัตราสูงสุด 1,000 บาทต่อรายการ มาเป็นคิดค่าบริการอัตราเดียวกันหมด 20 บาทต่อรายการ

ข้อ 3. ปรับอัตราการโอนเงินผ่านตู้เอทีเอ็มของธนาคารเดียวกันแต่ข้ามเขต เช่น โอนเงินจากบัญชีต้นทางกรุงเทพฯ ไปเชียงใหม่ 20-25 บาทต่อรายการ หรือหมื่นละ 10-15 บาท ค่าคู่สายอีก 10 บาท รวมแล้วคิดค่าบริการเฉลี่ยครั้งละ 25-35 บาทต่อรายการ มาเป็นคิดอัตราเดียวกันทั่วประเทศ 15 บาทต่อรายการ โดยให้ฟรีในรายการแรกของแต่ละเดือน

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ข้อสรุปนี้อาจไม่ตรงกับแนวคิดของ ธปท.ทั้งหมด ที่ต้องยกเลิกข้ามเขตทั้งหมดเป็นเขตเดียวกันทั่วประเทศ ลดความเหลื่อมล้ำของลูกค้าในกรุงเทพฯ และปริมณฑลกับลูกค้าในต่างจังหวัด และลดการฮั้วการคิดค่าบริการข้ามเขตด้วยการเก็บแบบชนเพดาน แต่ ธปท.ก็ยอมรับข้อเสนอ ถือเป็นความสำเร็จในการเจรจาหากนางธาริษาจะประกาศก็พร้อมปฏิบัติ หรือหากส่งไม้ต่อให้ผู้ว่าการ ธปท.คนใหม่มาเป็นผู้ตัดสินใจก็พร้อมจะเจรจากันได้

“การลดค่าธรรมเนียมข้ามเขตรอบนี้น่าจะพอเป็นผลงานที่ใช้ได้ ไม่ถึงขั้นเป็นมวยล้มต้มคนเชียร์คนใน กทม. ปริมณฑล อาจเสียเปรียบบ้าง แต่คนต่างจังหวัดที่แบกรับภาระมานานจะได้ประโยชน์มาก ขณะที่ธนาคารก็สูญเสียรายได้มาก” แหล่งข่าวเปิดเผย"

ที่ผ่านมา ซึ่งทางผู้ว่าการธปท.ก็ได้ปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าวจากทางสมาคม จึงเชื่อว่ามาตราการที่เสนอไปน่าจะถือเป็นทางออกในการปรับลดคาธรรเนียมข้ามแขตระหว่างธปท.และธนาคารพาณิชย์ได้ ถือเป็นการยอมถอยคนละก้าว เพื่อให้ทำงานร่วมกันในเรื่องนี้ได้ราบรื่นขึ้น

"ถ้าเสนอที่คุณชาติศิริ โสภณพนิช ในฐานะประธานสมาคมเสนอกับคุณธาริษาไปแล้ว ไม่ถูกปฏิเสธหรือตอบรับอย่างเป็นทางการ ก็น่าจะแสดงว่าธปท.ยอมรับเงื่อนไขหรือรับในสิ่งที่เราเสนอ ได้ เพราะถือว่าเรายอมลดค่าธรรมเนียมให้ประชาชนรายย่อยลงไปพอสมควร แม้ว่ามันจะไม่ตรงกับสิ่งที่ธปท.ต้องการให้เลิกเก็บค่าธรรมเนียมข้ามเขตให้เป็นเขตเดียวกันทั้งประเทศซะทีเดียวก็ตาม แต่น่าจะพอเป็นผลงานที่ใช้ได้ ในเวลาอันจำกัดก่อนเกษียณอายุงานของผู้ว่าการ ธปท.บ้าง เพราะยังไม่ถึงขั้นเป็นมวยล้มต้มคนเชียร์" แหล่งข่าวสมาคมธนาคารไทยระบุ

ทั้งนี้ ข้อเสนอที่ทางสมาคมธนาคารไทยเสนอปรับลดค่าบริการลงจากปัจจุบัน เป็นค่าบริการเกี่ยวกับการฝาก ถอน และโอนเงินผ่านตู้เอทีเอ็มและเค้าเตอร์สาขา ประกอบด้วย 1.เลิกเก็บค่าธรรมเนียมการถอนเงินผ่านตู้เอทีเอ็มข้ามธนาคาร ซึ่งปัจจุบันธนาคารคิดค่าบริการกับลูกค้าในต่างจังหวัดอัตราหนึ่ง หรือเฉลี่ยที่รายการละ 10-20 บาทต่อรายการ และคิดค่าบริการกับลูกค้าในเขตกรุงเทพและปริมณฑลแบบฟรี 4 ครั้ง ครั้งที่ 5 คิดรายการละ 5 บาท เปลี่ยนใหม่เป็นคิดอัตราเดียวทั่วประเทศ คือ กดเงินสดผ่านตู่เอทีเอ็มข้ามธนาคารคิดอัตราเดียวที่10 บาทต่อรายการ เพราะธนาคารพาณิชย์ถือว่าก่อนหน้านี้ได้รับภาระจ่ายแทนลูกค้ารายการละ 5 บาท ฟรี 4 ครั้งมานาแล้ว ถ้าให้เลิกเก็บลูกค้าต่างจังหวัดเลยตามที่ธปท.เสนอ ขอเลือกวิธีลดต่างจังหวัดแต่ขอเพิ่มในกรุงเทพน่าจะกระทบรายได้น้อยกว่า จากเดิมที่ธปท.เสนอให้เลิกข้ามเขตทุกประเภทจะสูญเสียรายได้ประมาณ 7,000 -1 หมื่นล้านบาท ซึ่งอาจจะกระทบผลกระกอบการทั้งระบบเกือบ 1%

ข้อเสนอที่ 2. การเบิกถอนเงินข้ามเขต แม้จะเป็นธนาคารเดียวกัน ซึ่งปัจจุบันธนาคารจะคิดค่าบริการขั้นต่ำอยู่ที่ 20 บาทต่อรายการ โดยคิดค่าบริการหมื่นละ 10 บาท บวกค่าคู่สาย 10 บาท เป็นรายการละ 20 บาท หรือบางธนาคารคิดหมื่นละ 15 บาท บวกค่าคู่สาย 10 บาท เป็นรายการละ 25 บาท ซึ่งเฉลี่ยนแฉลี่ยทั้งระบบจะเก็บอยู่ที่ 20 บาทต่อรายการถึงสูงสุด1,000 บาทต่อรายการ เปลี่ยนเป็นคิดค่าบริการอัตราเดียวที่ 20 บาทต่อรายการ

และข้อเสนอที่ 3. คือ การโอนเงินผ่านตู้เอทีเอ็ม แม้จะเป็นธนาคารเดียวกัน แต่ข้ามเขต เช่น โดยเงินจากบัญชีต้นทางที่กรุงเทพไปเชียงใหม่ ซึ่งปัจจุบันธนาคารส่วนใหญ่จะคิดค่าบริการเฉลี่ยครั้งละ 20 บาทต่อรายการ โดยคิดค่าบริการหมื่นละ 10 บาท บวกค่าคู่สาย10 บาท โดยบางธนาคารคิดหมื่นละ ละ 15 บาท บวกค่าคู่สาย 10 บาท รวมแล้วคิดค่าบริการครั้งละ 25 บาทต่อรายการ เช่นโอนเงินข้ามเขตวงเนหนึ่งหมื่นบาทแต่ไม่เกิน 3 หมื่นบาท คิด 35 บาทต่อรายการ เฉี่ยแล้วค่าธรรมเนียมประเภทนี้คิดเฉลี่ยขั้นต่ออยู่ที่ 25 -35 บาทต่อรายการ สูงสุดตามวงเงิน เปลี่ยนใหม่เป็นคิดอัตราเดียวที่ 15 บาทต่อรายการ โดยให้ฟรีในรายการแรกของแต่ละเดือน

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าข้อเสนอเหล่านี้จากทางสมาคมจะไม่ตรงกับแนวคิดของธปท.ทั้งหมดตามเป้าหมายจุดยืนที่ตั้งไว้ ว่าต้องยกเลิกข้ามเขตทั้งหมดเป็นเขตเดียวกันทั่วประเทศ ไม่มีความเหลื่อมล้ำของลูกค้าในกรุงเทพและปริมณฑลกับลูกค้าในต่างจังหวัด เพื่อให้ธนาคารทั้งระบบแข่งขันกันตามกลไกลตลาดอย่างเสรี ไม่ใช่คิดข้ามเขตและเก็บค่าบริการเต็มเพาดานเสมือนฮั่วกันทั้งระบบเช่นในปัจจุบัน การรับข้อเสนอดังกล่าวจากสมาคมธนาคารไทยของธปท. ก็น่าจะถือเป็นขั้นแรกของความสำเร็จในการเจรากับธนาคารได้ เพราะยังมีโอกาสที่จะเจรจาต่อรองได้ใหม่ในโอกาสข้างหน้า สามารถส่งไม้ต่อให้ นายประสาน ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธปท.คนใหม่มาพิจารณาดำเนินการต่อได้ ไม่ต้องติดเงื่อนไขการเกษียณอายุเหมือนผู้ว่ากรธปท.คนปัจจุบัน

รายงานจากธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่ง เปิดเผยว่า ในวันจันทร์ที่ 27 ก.ย.นี้ ทางสมาคมธนาคารไทย ได้นัดเลี้ยงฉลองการอำลาตำแหน่งให้นางธาริษา ที่โรงแรมโฟซีชั่น เวลาประมาณ 17.00-18.00น. ซึ่งทางสมาคมจะใช้โอกาสนี้หาข้อสรุปร่วมกันกับผู้ว่าการธปท.อีกครั้ง ในการปรับลดค่าธรรมเนียมข้ามเขตอย่างเป็นทางการ เพื่อจะได้ตอบคำถามกับสาธารณะชนและสื่อมวลชนได้ต่อไป

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท