posttoday
สงครามสินเชื่อปะทุ

สงครามสินเชื่อปะทุ

27 กันยายน 2553

หลังศาลปกครองสั่งคุ้มครองชั่วคราว ทำให้การประมูลโทรศัพท์มือถือ 3จี ต้องชะลอออกไปจนกว่าจะมี คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

หลังศาลปกครองสั่งคุ้มครองชั่วคราว ทำให้การประมูลโทรศัพท์มือถือ 3จี ต้องชะลอออกไปจนกว่าจะมี คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

โดย...ทีมข่าวการเงิน

 

สงครามสินเชื่อปะทุ

งานนี้ไม่ใช่แค่บริษัทมือถือกระอัก แต่ธนาคารพาณิชย์ที่เป็นผู้สนับสนุนสินเชื่อหลักก็สะเทือนไม่น้อย

เพราะก่อนหน้านี้ บรรดานายธนาคารเตรียมวงเงินสินเชื่อไว้ให้การลงทุน 3จี ถึง 5 หมื่นล้านบาท

ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียมใบอนุญาตใบละ 1.2 หมื่นล้านบาท และเงินลงทุนต่อเนื่องเพื่ออัพเกรดระบบอีกนับหมื่นล้านบาท

และหากมองย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ ธนาคารพาณิชย์ต้องบาดเจ็บจากการชะลอการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ตามคำสั่งของศาลปกครองไปถึง 76 โครงการมาแล้ว

สินเชื่อที่ตั้งแท่นเอาไว้ต้องหดหายไปนับแสนล้านบาท!!!

แน่นอนว่าการปล่อยสินเชื่อไม่ได้ใน 2 โปรเจกต์ใหญ่ช่วงที่ผ่านมานั้น ทำให้สภาพคล่องของธนาคารล้นระบบ

แน่นอนว่าแต่ละแห่งต้องพลิกเกมการบริหารเงินสด ด้วยการนำไปลงทุนในตลาดตราสารหนี้บ้าง หรือไม่ก็หันมาปล่อยโครงการลงทุนภาครัฐ เอสเอ็มอี และสินเชื่อรายย่อยที่เป็นสูตรสำเร็จตายตัว

โดย ณ สิ้นเดือน ส.ค. 2553 ยอดเงินให้สินเชื่อสุทธิ หักค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญของ 14 ธนาคารพาณิชย์ไทย มีจำนวน 6.03 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.92 หมื่นล้านบาท จาก 5.98 ล้านล้านบาท ณ สิ้นเดือน ก.ค. 2553

ส่วนยอดเงินฝากเพิ่มขึ้น 3.52 หมื่นล้านบาท จาก 6.44 ล้านล้านบาท ณ สิ้นเดือน ก.ค. มาอยู่ที่จำนวน 6.48 ล้านล้านบาท ณ สิ้นเดือน ส.ค.

น.ส.สมพิศ เจริญเกียรติกุล รองกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารสายงาน สายงานธุรกิจขนาดใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ธนาคารเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนสินเชื่อให้กับบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น ร่วมกับธนาคารไทยพาณิชย์ โดยวงเงินในค่ามัดจำวันยื่นซอง 1,280 ล้านบาท ที่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กทช.) จะคืนให้ทรูฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในเอกชนที่เข้าร่วมประมูลนั้น ไม่ใช่วงเงินของธนาคาร

แม้ว่าการประมูล 3จี จะเลื่อนออกไป แต่ธนาคารพร้อมสนับสนุนสินเชื่อให้กับทรูฯ หากการประมูลเกิดขึ้นได้ในอนาคต ภายใต้เงื่อนไขระยะเวลาการทำสัญญากับธนาคาร ซึ่งสัญญาฉบับนี้จะครอบคลุมถึงต้นปีหน้า

ฉะนั้นคงต้องรอความคืบหน้าการเกิดขึ้นของ กทสช. และหลักเกณฑ์ของรัฐบาล หากมีโอกาสเกิดขึ้นของ กสทช. ก็คงใช้เวลาไม่นานนัก 3จี ก็จะเกิดขึ้นได้

“การสนับสนุนสินเชื่อไม่ได้สิ้นสุด ณ ตอนนี้ก็เหมือนการให้สินเชื่อทั่วไป เช่น มีผล 90 วัน ถ้าแก้ปัญหาลงตัวได้ การสนับสนุนก็ต้องมีต่อ แต่สัญญานี้คงไม่ยาวครอบคลุมปีหน้าทั้งปี สัญญาเขียนไว้กว้างๆ เผื่อการเปลี่ยนแปลงไว้แล้ว ไม่ใช่เราคาดไม่ถึง แต่มันมีความไม่แน่นอน เราพอรับทราบอยู่แล้ว” น.ส.สมพิศ กล่าว

น.ส.สมพิศ กล่าวว่า จากนี้คงไม่ถึงขั้นระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อให้ธุรกิจโทรคมนาคมกว่าเดิม เพราะธนาคารก็ติดตามสถานการณ์และติดตามกฎหมายอย่างใกล้ชิด

อย่างไรก็ตาม ขนาดสินเชื่อ 3จี หลักหมื่นล้านบาทเทียบกับสภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์นับล้านล้านบาท ถือว่าไม่ได้มีผลกระทบมาก

“ธนาคารยังคงเป้าหมายสินเชื่อไว้ตามเดิม โดยสินเชื่อชะงักไปบ้างในช่วงเหตุการณ์ไม่สงบ ตอนนี้เหตุการณ์กลับสู่ปกติ จะพยายามทำให้ได้ตามเป้าหมาย โดยลูกค้ากลุ่มพลังงานและรถยนต์มีแผนมาขอเบิกวงเงินเพื่อเดินหน้าลงทุนปลายปีนี้ ส่วนสินเชื่อที่เกี่ยวกับภาคส่งออกคาดว่ากว่าจะเห็นการเติบโตชัดเจนเป็นต้นปีหน้า” น.ส.สมพิศ กล่าว

นายวศิน วณิชย์วรนันต์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า การเกิดเหตุการณ์คล้ายกันถึง 2 เรื่องในปีเดียวกัน ทั้งกรณีมาบตาพุดและการระงับประมูล 3จี ส่งผลให้ต่อไปรัฐบาลต้องเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับภาคเอกชนและนักลงทุนยิ่งขึ้น ไม่ทราบว่าด้วยวิธีใด แต่ต้องทำงานหนักขึ้น

นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า ยอมรับว่าการที่ธนาคารไม่ได้ปล่อยสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการที่จะลงทุนวางโครงข่าย 3จี อาจส่งผลกระทบบ้างแต่ไม่มาก เพราะระบบเศรษฐกิจด้านอื่นยังขยายตัวได้ดี ดังนั้น ธนาคารคงเป้าสินเชื่อปีนี้ขยายตัว 56%

“สินเชื่อหดตัวจากโครงการ 3จี เป็นเรื่องเล็ก โจทย์ใหญ่อยู่ที่ความสามารถด้านการแข่งขันของประเทศ โครงสร้างพื้นฐานมันไม่เอื้ออำนวย ยิ่งช้า ยิ่งกระทบสินเชื่อในระยะถัดไป” นายบุญทักษ์ กล่าว

นายสุวัฒน์ บำรุงชาติอุดม นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บัวหลวง กล่าวว่า สินเชื่อที่เกี่ยวข้องกับ 3จี รวมกันถึงแสนล้านบาท แต่ไม่น่าส่งผลกระทบกับเป้าหมายสินเชื่อโดยรวม สำหรับยอดสินเชื่อ 8 เดือนแรก ของธนาคารขนาดใหญ่และกลางไม่รวมธนาคารเล็ก โดยเฉลี่ยเติบโต 5% จากสิ้นปีก่อน

สำหรับธนาคารกรุงไทย คาดว่าปีนี้สินเชื่อจะโตได้ถึง 15% จากสินเชื่อที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐ และโครงการลงทุนขนาดใหญ่ และจะเติบโต 12% ในปีหน้า โดยลดลงจากฐานที่ใหญ่ขึ้น

ด้าน บล.กิมเอ็ง รายงานว่า ผู้บริหารธนาคารกรุงเทพยังมั่นใจเป้าหมายสินเชื่อที่ 6% โดยสินเชื่อจะเติบโตสูงในไตรมาส 4 จากความต้องการเงินทุนหมุนเวียน การลงทุนภาคเอกชนโดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์อิเล็กทรอนิกส์ อาหาร และโครงการภาครัฐ

“คาดว่าสินเชื่อของธนาคารกรุงเทพทั้งปี จะเติบโตที่ 5.5% เฉพาะ 9 เดือนแรก คาดว่าเติบโต 2.76%” บล.กิมเอ็ง กล่าว

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานว่า ภาคธุรกิจและครัวเรือนยังต้องการสินเชื่อสอดรับกับการเติบโตของเศรษฐกิจและเมื่อมองไปในระยะข้างหน้า แม้การเบิกใช้วงเงินสินเชื่อในบางภาคธุรกิจ จะได้รับผลกระทบบ้างจากสถานการณ์ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจคู่ค้า แนวโน้มเงินบาทที่แข็งค่า รวมถึงความเสียหายที่เกิดจากภัยธรรมชาติ แต่คาดว่าการแข่งขันในตลาดสินเชื่อจะยังมีแนวโน้มเข้มข้นต่อเนื่อง

“โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่ช่วงปลายปีที่ธนาคารพาณิชย์แต่ละแห่งคงจะพยายามเร่งขยายสินเชื่อเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเติบโตทั้งปีที่ตั้งไว้ค่อนข้างสูง” ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าว

ถือว่าทิศทางของสินเชื่อยังคงร้อนระอุ แม้การเลื่อนประมูล 3จี จะทำให้บรรยากาศการลงทุนสะดุดไปบ้าง แต่เมื่อสังคมตั้งสติได้ว่า 3จี ไม่ใช่ปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

น่าจะทำให้สงครามสินเชื่อกลับมาปะทุช่วงปลายปีนี้แน่นอน!!!

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท