
สธ.สั่งเฝ้าระวังโรคมือเท้าปากหลังยอดป่วยพุ่ง9เดือนหมื่นราย
สธ.สั่งเฝ้าระวังโรคมือเท้าปาก หลัง 9 เดือนปีนี้พบป่วยกว่าหมื่นรายสูงกว่าปีที่แล้ว เกือบเท่าตัว
สธ.สั่งเฝ้าระวังโรคมือเท้าปาก หลัง 9 เดือนปีนี้พบป่วยกว่าหมื่นรายสูงกว่าปีที่แล้ว เกือบเท่าตัว
นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ รมช.สาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ในช่วงนี้ประเทศไทยกำลังจะก้าวสู่ช่วงปลายฝนต้นหนาว ซึ่งเป็นฤดูกาลระบาดของเชื้อไวรัสโรคมือเท้าปาก โดยกว่า 90% พบในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีลงมา เนื่องจากเด็กยังไม่มีภูมิต้านทานโรค และยังไม่มีวัคซีนป้องกัน ได้สั่งการให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและสำนักงานควบคุมป้องกันโรคทั่วประเทศ เฝ้าระวังโรคอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้รายงานสถานการณ์โรคมือเท้าปาก ของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ในปี2553นี้ ตั้งแต่เดือนม.ค.-ก.ย. ทั่วประเทศมีรายงานผู้ป่วย 10,684 ราย ไม่มีรายงานเสียชีวิต โดยจำนวนผู้ป่วยเพิ่มสูงกว่าช่วงเดียวกันในปี 2552 เกือบ 1 เท่าตัว จำนวนผู้ป่วย 95% หรือจำนวน 10,013 รายอายุต่ำกว่า 5 ปี จังหวัดที่พบอัตราป่วยมากที่สุดเมื่อเทียบกับประชาชนทุก 1 แสนคน ได้แก่ น่าน ตรัง ป่วยแสนละ 43 รองลงมาคือ เชียงราย และสมุทรปราการ ป่วยแสนละ 41 คน
การระบาดของโรคนี้ มักจะพบได้ในที่มีเด็กอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่ม เล่นของเล่นด้วยกัน เมื่อมีเด็กป่วย 1 คน เชื้ออาจแพร่ไปสูเด็กอื่นๆที่อยู่ใกล้ชิดหรืออยู่ใกล้เคียง จากการสัมผัสเชื้อที่ปนเปื้อนออกมาจากน้ำมูก น้ำลาย ตุ่มแผล และอุจจาระของผู้ป่วย
จุดที่ต้องระมัดระวัง คือโรงเรียนอนุบาล ศูนย์เด็กเล็ก เนิร์สเซอรี่ สระว่ายน้ำ จุดเครื่องเล่นต่างๆ โดยเฉพาะเครื่องเล่นที่อยู่ในที่ร่มและมีเครื่องปรับอากาศ ตามห้างสรรพสินค้า เช่นบ้านบอล ตู้เกมส์ รถหยอดเหรียญ หากมีเด็กที่ป่วยไปเล่น จะทำให้เชื้อแพร่กระจายได้ง่าย โดยเชื้อไวรัสนี้จะมีชีวิตอยู่ได้นานในที่มีความชื้นและอากาศเย็น
ดังนั้นจึงขอความร่วมมือผู้ประกอบการ ดูแลความสะอาดสระน้ำ เครื่องเล่นต่างๆ โดยเช็ดทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อหลังปิดทำการทุกวัน เพื่อช่วยกันสร้างความปลอดภัยให้เด็กจากโรคนี้ จัดให้มีเจลล้างมือบริการ ให้เด็กล้างมือก่อนและหลังเล่นเครื่องเล่นต่างๆ
ด้านนพ. มานิต ธีระตันติกานนท์ อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวว่า อาการของโรคมือเท้าปาก ส่วนใหญ่จะเริ่มจากมีไข้สูงในช่วง 2 วันแรก จากนั้นไข้จะลดลงและมีอาการ เจ็บในปาก กลืนน้ำลายไม่ได้ มีตุ่มแผลอยู่ในปาก หรือที่บริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า ตุ่มมักจะไม่คัน แต่เจ็บเวลากด หากอาการเด็กไม่ดีขึ้น เช่นยังมีไข้สูงตลอด เด็กมีอาการซึม อาเจียนบ่อย หายใจหอบ และแขนขาอ่อนแรง ซึ่งเป็นสัญญานอาจเกิดอาการแทรกซ้อน เช่นปอดบวม สมองอักเสบ ให้รีบพาไปพบแพทย์







