posttoday
เทรนด์ตรวจ DNA พุ่ง คิวยาวเหยียด-รอผลนานร่วมเดือน

เทรนด์ตรวจ DNA พุ่ง คิวยาวเหยียด-รอผลนานร่วมเดือน

25 กันยายน 2553

...วิทยา ปะระมะ

ประเด็นที่กำลังเป็นทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ คงหนีไม่พ้นเรื่อง “ทับไม่ร้อง ท้องไม่รับ” ของ ฟิล์ม รัฐภูมิ กับ แอนนี่ บรู๊ค ที่วิวาทะกันมันปาก เพราะฟิล์มดันเปิดประเด็นให้ฝ่ายหญิงไปตรวจ DNA (ดีเอ็นเอ) พิสูจน์ทายาทตัวน้อยว่าเป็นลูกตัวเองจริงหรือไม่

ปัจจุบันมีชายหญิงอีกหลายร้อยคู่ที่ต้องพึ่งพาบริการตรวจดีเอ็นเอไม่ต่างจากฟิล์มและแอนนี่ เพียงแต่ไม่ได้เป็นดาราจึงไม่ต้องตกเป็นเป้าความสนใจของคนทั้งสังคมมากมายขนาดนี้

พล.อ.ต.นพ.วิชาญ เปี้ยวนิ่ม หัวหน้าหน่วยนิติเวช ภาควิชาพยาธิวิทยา คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี เปิดเผยว่า ปัจจุบันแนวโน้มการขอตรวจ DNA เพื่อยืนยันเอกลักษณ์และพิสูจน์ความเชื่อมต่อระหว่างบรรพบุรุษและทายาทมากขึ้นเรื่อยๆ เฉพาะที่โรงพยาบาลรามาธิบดีแห่งเดียวมีผู้ขอรับการตรวจพิสูจน์ความเป็นพ่อแม่ลูกประมาณ 200 คนต่อเดือน และยังเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต

“จะดูว่ามีคนมาใช้บริการเยอะแค่ไหนดูจากระยะเวลาการแจ้งผลการตรวจก็ได้ เมื่อ 56 ปีก่อน เราใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ก็แจ้งผลได้แล้ว แต่ปัจจุบันต้องใช้เวลาถึง 1 เดือน ถึงจะแจ้งผลการตรวจได้ ที่เป็นเช่นนี้เพราะคิวผู้ใช้บริการมีเยอะมาก และในอนาคตคาดว่าระยะเวลาแจ้งผลน่าจะใช้เวลาเพิ่มเป็นเดือนครึ่ง2 เดือน” พล.อ.ต.นพ.วิชาญ กล่าว

ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องที่ผู้ชายไม่มั่นใจว่าเป็นลูกของตัวเองหรือไม่ และเกี่ยวพันกับผลประโยชน์ เช่น ถ้าไม่ตรวจดีเอ็นเอจะไม่ยอมส่งเสียเลี้ยงดูเด็ก ตลอดจนการตรวจเพื่อพิสูจน์สิทธิในการรับมรดก ตรวจเพื่อพิสูจน์สัญชาติสำหรับคนที่ไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน

“คนที่มาตรวจมีทุกรูปแบบ แต่ขั้นตอนของเราคือ คนเป็นพ่อ แม่ ลูก ต้องมาตรวจพร้อมกัน และต้องเซ็นยินยอมว่ามาตรวจด้วยความสมัครใจ ต้องเซ็นรับรองหลักฐานที่เอาไปตรวจดีเอ็นเอเป็นของตนจริงๆ ดังนั้นถ้ามาแค่ 2 คน แล้วเอาตัวอย่างเลือดของอีกฝ่ายมาให้เราตรวจ เราจะไม่ทำให้” พล.อ.ต.นพ.วิชาญ กล่าว

ส่วนคนที่ไม่ยินยอมให้ตรวจดีเอ็นเอ อีกฝ่ายก็สามารถฟ้องศาลขอให้มีคำสั่งให้มาตรวจดีเอ็นเอได้เช่นกัน และคนที่ได้รับคำสั่งศาลจะไม่มาตรวจก็ได้ด้วย เพียงแต่ถ้าไม่มาตรวจแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาจะกำหนดให้พิจารณาไปในทางที่เสียผลประโยชน์กับคนผู้นั้น

เช่น ถ้าชายถูกหญิงฟ้องศาลให้ไปตรวจดีเอ็นเอเพื่อพิสูจน์ว่าเป็นพ่อของลูก และศาลมีคำสั่งแล้วแต่ฝ่ายชายไม่ยอมมาตรวจ การพิจารณาคดีจะพิจารณาไปในทางที่ฝ่ายชายเสียผลประโยชน์ นั่นก็คือจะพิจารณาว่าฝ่ายชายเป็นพ่อของเด็กจริงนั่นเอง ในทางกลับกันถ้าฝ่ายชายฟ้องศาลเพื่อให้พิสูจน์ดีเอ็นเอว่าตนไม่ใช่พ่อของเด็ก แล้วฝ่ายหญิงไม่ยอมรับการตรวจ ก็จะถูกพิจารณาไปในทางว่าฝ่ายชายไม่ใช่พ่อของเด็กเช่นกัน

ผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเออีกรายจากโรงพยาบาลรามาธิบดี ยืนยันเช่นกันว่า ปัจจุบันคนมาใช้บริการตรวจดีเอ็นเอเพิ่มขึ้นมาก ไม่ใช่แค่กรณีการพิสูจน์ความเป็นพ่อแม่ลูกอย่างเดียว แต่ยังมีเรื่องของการพิสูจน์ดีเอ็นเอที่เป็นวัตถุพยานเพื่อใช้ในการดำเนินคดีของตำรวจด้วย สวนทางกับจำนวนเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญที่มีน้อย คาดว่าทั่วประเทศไทยมีคนที่ทำการพิสูจน์ดีเอ็นเอได้ไม่ถึง 100 คนด้วยซ้ำ

“ค่าใช้จ่ายในการตรวจจะอยู่ที่ครั้งละ 5,000 บาท ราคานี้เราไม่ได้คิดกำไรเลย เป็นต้นทุนค่าน้ำยาที่นำมาใช้พิสูจน์ดีเอ็นเอ แต่บางครั้งเวลามีหน่วยงานราชการขอความอนุเคราะห์มา เราก็ทำให้ฟรีโดยยอมขาดทุนตรงนี้ให้” ผู้เชี่ยวชาญ กล่าว

แน่นอนว่านอกจากโรงพยาบาลรามาธิบดีแล้ว ยังมีอีกหลายแห่งที่เปิดบริการตรวจดีเอ็นเอ บางแห่งอาจมีค่าบริการต่ำกว่าโรงพยาบาลรามาธิบดี เพราะผลิตน้ำยาเอง ซึ่งมาตรฐานก็จะต่างกันออกไป

“นอกจากเราแล้วก็ยังมีโรงพยาบาลเชียงใหม่ โรงพยาบาลจุฬาฯ โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลตำรวจ และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ที่เปิดให้บริการเหมือนกัน” ผู้เชี่ยวชาญ กล่าว

การตรวจดีเอ็นเอมีความเป็นวิทยาศาสตร์ และให้ความชัดเจนเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายได้ก็จริง แต่คงดีกว่าถ้าชายหญิงจะทิ้งค่านิยมการมีกิ๊ก แล้วส่งเสริมเรื่องรักเดียวใจเดียว ถ้าทำได้ก็ไม่จำเป็นต้องมานั่งลุ้นผลดีเอ็นเอให้ปวดหัวแต่อย่างใด...

ข่าวล่าสุด

โลตัส ขอนแก่นเปิดโฉมใหม่ 30 ต.ค. ดึง IKEA-ร้านดังเสริมทัพ

โลตัส ขอนแก่นเปิดโฉมใหม่ 30 ต.ค. ดึง IKEA-ร้านดังเสริมทัพ