
หอพระประวัติสังฆราช....ความภูมิใจของคนเมืองกาญจน์
...ปิยรัชต์ จงเจริญ
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงมีพระคุณเป็นล้นพ้นต่อบวรพระพุทธศาสนาและพุทธศาสนิกชนชาวไทย รวมถึงทรงเป็นพระอภิบาลในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ระหว่างทรงพระผนวชเป็นพระภิกษุ และทรงเป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์ถวายพระธรรมวินัยแด่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ตลอดระยะเวลาที่ทรงพระผนวช
เนื่องในโอกาสคล้ายวันประสูติสมเด็จพระสังฆราชในวันที่ 3 ต.ค.นี้ ซึ่งพระองค์ทรงเจริญพระชันษาครบ 97 ปี ในปี 2553 และพระองค์มีชาติภูมิเป็นชาวกาญจนบุรี ทรงผนวชเป็นสามเณรที่วัดเหนือ หรือวัดเทวสังฆาราม อ.เมืองกาญจนบุรี โอกาสที่เป็นมหามงคลยิ่งแก่ชาวกาญจนบุรี และพี่น้องชาวไทยทั่วประเทศ ภาครัฐและเอกชนจึงร่วมใจกันจัดทำโครงการสร้างหอพระประวัติสมเด็จพระสังฆราชขึ้น เพื่อถวายในโอกาสมหามงคลดังกล่าว
สิงห์ ตั้งเจริญชัยชนะ ประธานสมาคมศูนย์ประสานงานองค์การภาคเอกชนประจำจังหวัดกาญจนบุรี บอกว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารหอพระประวัติ โครงการจัดสร้างอาคารหอพระประวัติสมเด็จพระสังฆราช เมื่อวันที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมา เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระองค์ท่านที่มีพระชาติภูมิเป็นชาว จ.กาญจนบุรี สำหรับบริเวณที่ตั้งโครงการฯ อยู่บริเวณที่ราชพัสดุ ติดกับวัดเทวสังฆาราม (วัดเหนือ) และวัดถาวรวราราม ด้านแม่น้ำแควใหญ่ ต.บ้านเหนือ อ.เมือง บนพื้นที่ 36 ไร่ 2 งาน 49 ตารางวา
สิงห์ บอกอีกว่า สำหรับงบประมาณในการก่อสร้างจำนวน 120 ล้านบาท และจะตั้งกองทุนเพื่อดูแล บำรุงรักษา หลังก่อสร้างแล้วเสร็จ จำนวน 20 ล้านบาท รวมงบประมาณทั้งสิ้น 140 ล้านบาท โดยตั้งเป้าหมายไว้ว่า จะเปิดหอประวัติในวันที่ 3 ต.ค. 2554 เป็นการถวายเนื่องจากเป็นวันพระประสูติของพระองค์อย่างยิ่งใหญ่อลังการ
โครงการก่อสร้างหอพระประวัติสมเด็จพระสังฆราช ประกอบด้วยอาคารหอพระประวัติ อาคารศาลารายสี่ทิศ ลานกิจกรรม ลานจอดรถ ร้านจำหน่ายสินค้า ศาลาท่าน้ำ ท่าเทียบเรือ และอาคารปฏิบัติธรรม และอาคารหอพระประวัติ จะมีพื้นที่ใช้สอยทั้งหมดประมาณ 1,576 ตารางเมตร เป็นอาคารทรงไทยประยุกต์ มีลักษณะทางสถาปัตยกรรมเป็นรูป 8 เหลี่ยม พื้นที่อาคาร 4 ชั้น บนยอดหอพระประวัติเป็นสัญลักษณ์ประจำพระองค์สมเด็จพระสังฆราช เป็นรูปฉัตร 3 ชั้น ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ
“
นอกจากจะเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระองค์ท่านที่มีพระชาติภูมิเป็นชาว จ.กาญจนบุรี แล้ว สถานที่ดังกล่าวจะใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนาและประเพณีวัฒนธรรมที่สำคัญของประชาชน ตลอดทั้งเป็นแหล่งที่พักผ่อนทั้งทางร่างกาย ทางใจ แก่พุทธศาสนิกชนชาวไทย และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมะอีกด้วย” ประธานสมาคมศูนย์ประสานงานองค์การภาคเอกชนประจำจังหวัดกาญจนบุรี บอกถึงวัตถุประสงค์ในการก่อสร้างหอพระประวัติสมเด็จพระสังฆราชสำหรับการหาทุนงบประมาณเพื่อใช้ในการก่อสร้างหอพระประวัติสมเด็จพระสังฆราช มีแหล่งที่มา 3 แหล่ง 1.งบประมาณสนับสนุนจากโครงการไทยเข้มแข็งของรัฐบาลเป็นงบเงินอุดหนุนผ่านองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี จำนวน 57,860,000 บาท 2.องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 36,410,000 บาท แบ่งเป็นปีงบประมาณ 25532554 และ 3.บรรดาศิษยานุศิษย์ของพระองค์ท่าน บรรดาพุทธศาสนิกชน ผู้มีจิตศรัทธาสนับสนุนอีกส่วนหนึ่ง
เริงศักดิ์ มหาวินิจฉัยมนตรี ผวจ.กาญจนบุรี บอกว่า เพื่อเปิดโอกาสให้ศิษยานุศิษย์ได้ร่วมแสดงมุทิตาจิตและร่วมเทิดพระเกียรติในโอกาสที่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ที่ทรงเจริญพระชันษาครบ 97 ปี วันที่ 3 ต.ค.นี้ นับเป็นมหามงคลสมัยพิเศษยิ่ง จึงได้ร่วมกับคณะสงฆ์ จ.กาญจนบุรี และหน่วยงานภาคเอกชน จัดงานเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่
โดยกำหนดจัดกิจกรรม เริ่มตั้งแต่ภาคเช้าเวลา 07.30 น. ด้วยพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง แด่พระภิกษุสงฆ์จำนวน 99 รูป ที่บริเวณศาลา 60 พรรษามหาราช ถนนริมน้ำ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี และมีพิธีปล่อยนก ปล่อยปลาลงต้นแม่น้ำแม่กลอง จำนวน 9.9 หมื่นตัว โดยเหล่ากาชาดจังหวัดกาญจนบุรี จะตั้งจุดรับบริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศล อีกทั้งสมาคมศูนย์ประสานงานองค์การภาคเอกชนจังหวัดกาญจนบุรี จะได้นำเครื่องอุปโภค
–บริโภค ไปมอบให้ผู้ป่วยที่โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา จำนวน 500 ชุด ตลอดจนการจัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก โดยสมาคมชาวกาญจนบุรีอีกด้วยในส่วนของภาคค่ำเริ่มตั้งแต่เวลา 17.30 น. ข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน นักเรียน นักศึกษา ร่วมประกอบพิธีทางศาสนา จุดเทียนชัยกล่าวสดุดีและถวายพระพร จุดพลุ ปล่อยโคมยี่เป็ง และไฟน้ำตกถวายพระพร
“ทีฆายุโกโหตุ สังฆราช” พร้อมด้วยมหรสพ ฉลองให้ชมฟรีตลอดงาน ที่บริเวณหน้าพระตำหนักฯ วัดถาวรวราราม (วัดญวน) อ.เมือง จ.กาญจนบุรี จึงขอเชิญชวนประชาชนชาวกาญจนบุรี และประชาชนทั่วไปเข้าร่วมงานฉลองพระชันษาครบ97 ปี สมเด็จพระสังฆราชฯ ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่พุทธศาสนิกชนที่ต้องการร่วมทำบุญสร้างหอพระประวัติสามารถบริจาคได้ที่ธนาคารกรุงไทย ชื่อบัญชี
“ทุนสร้างหอพระประวัติพระญาณสังวรฯ” เลขที่ 7130371943 หรือบริจาคตรงได้ที่เสมียนตราจังหวัดกาญจนบุรี โทร. 034514243 หรือที่คลังจังหวัดกาญจนบุรี โทร. 034511142






